โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มสุดทน ฉะเดือดเพื่อนบ้านจอดรถขวางมา 3 ปี วันนี้ได้ผลเกินคาด

TNews

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกรณีก่อนหน้านี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์ระบายความอัดอั้นใจ หลังต้องเผชิญปัญหาเพื่อนบ้านจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกซอยมานานถึง 3 ปี โดยเจ้าตัวระบุว่า บ้านของตนอยู่สุดซอย ปกติจะต้องถอยรถเข้าบ้าน แต่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา กลับพบว่ามีรถจอดปิดทางเข้าออกอยู่ตลอด ทำให้การเข้า-ออกเป็นไปอย่างยากลำบาก อีกทั้งรถที่จอดอยู่ยังไม่พับกระจกหลบ ทำให้ยิ่งลำบากในการขับรถเข้าไปจอดในบ้าน

เจ้าของโพสต์ระบุด้วยว่า ตนเองอดทนกับปัญหานี้มานานหลายปี กระทั่งล่าสุดตัดสินใจนำรถกระบะสีขาวของตนมาจอดขวางซอย พร้อมประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า หากตนไม่สามารถนำรถเข้าบ้านได้ ก็จะจอดขวางซอยเช่นกัน

เพื่อให้ผู้ที่จอดรถกีดขวางได้รับรู้ความรู้สึกเดียวกัน โดยยังกล่าวถึงความกังวลว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น คนในบ้านถูกงูกัด หรือมีเหตุเร่งด่วน อาจเกิดอันตรายได้จากการที่รถไม่สามารถเข้า-ออกซอยได้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มี.ค. เจ้าของโพสต์ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์อีกครั้ง โดยระบุว่า หลังจากที่โพสต์ระบายความอัดอั้นใจลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อกลับจากทำงานในวันถัดมา กลับพบว่าบรรยากาศภายในซอยโล่งอย่างเห็นได้ชัด รถที่เคยจอดกีดขวางแทบไม่มีให้เห็น

เจ้าตัวระบุว่า เหมือนซอยเงียบจนคล้ายกับเป็นซอยร้าง พร้อมคาดว่าข้อความที่ตนโพสต์อาจถูกแชร์จนมีคนในซอยได้เห็น จึงทำให้สถานการณ์การจอดรถดีขึ้นอย่างที่เห็น พร้อมระบุด้วยว่า หากรู้ว่าการโพสต์ลงโซเชียลจะช่วยแก้ปัญหาได้ คงทำมาตั้งนานแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าของโพสต์ยังระบุว่าจะขอดูสถานการณ์ต่อไปว่า ซอยจะยังคงโล่งแบบนี้ได้นานเพียงใด พร้อมย้ำว่ารถกระบะสีขาวที่นำมาจอดนั้นเป็นรถของตนเอง ซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านบริเวณสุดซอย และไม่ได้กีดขวางทางของผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยังกล่าวขอบคุณเพื่อนบ้านในซอยที่ปรับปรุงพฤติกรรมและเห็นใจกัน พร้อมฝากข้อคิดว่า จิตสำนึกและการคิดถึงผู้อื่นเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...