โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ สั่งหน่วยงานราชการ WFH ทันที-งดดูงานตปท. รับมือวิกฤตพลังงานโลก

efinanceThai

เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 06.11 น.

นายกฯ สั่งหน่วยงานราชการ WFH ทันที-งดดูงานตปท. รับมือวิกฤตพลังงานโลก

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 มี.ค. 69 13:11 น.

นายกฯ สั่งหน่วยงานรัฐ WFH ทันที งดดูงานต่างประเทศ รับมือวิกฤตพลังงานโลก ด้าน กระทรวงพลังงาน เร่งจัดตั้งศูนย์ Energy ICS ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมออกมาตรการประหยัดพลังงาน หวังลดใช้น้ำมัน 5%

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ว่า ในที่ประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ ให้หน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ ดำเนินการดังนี้

-เริ่มดำเนินมาตรการ Work from Home (WFH) ในทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน

-งดการเดินทางไปศึกษาดูงาน หรือ อบรม ในต่างประเทศ โดยให้มาดำเนินการ ภายในประเทศแทน

ยังไม่กำหนดที่แน่นอนว่าจะให้ WFM ถึงเมื่อไหร่ โดยต้องไม่กระทบกับประชาชน โดยต่างประเทศขอความร่วมมือให้งดก่อน ขณะที่เอกชนยังไม่ได้ระบุนางสาวลลิดา กล่าว

ครม.รับทราบมาตรการประหยัดพลังงานภาครัฐ สั่ง WFH ทันที

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.รับทราบแนวทางมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ เพื่อรองรับความผันผวนของราคาพลังงานโลก จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง พร้อมสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐเริ่มดำเนินมาตรการ WFH ในส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งผลิตและเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกผันผวนนางสาวอัยรินทร์ กล่าว

-กระทรวงพลังงานได้จัดตั้ง ศูนย์ Energy ICS เพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับหากเกิดผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานของประเทศ

สถานการณ์พลังงานของประเทศไทย

-ปัจจุบันประเทศไทยมี ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยต่อวันประมาณ 124 ล้านลิตรต่อวัน โดย ณวันที่ 5 มีนาคมประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวม 8,055, ล้านลิตร การใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยประมาณ 3.13 ล้านบาร์เรลต่อวัน

-ไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นสัดส่วนสูง โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ในส่วนของปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศ ปัจจุบันมีน้ำมันสำรองรวมประมาณ 8,054 ล้านลิตร ซึ่งแบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย และน้ำมันสำรองทางการค้า ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานของประเทศได้ในระดับหนึ่ง

-เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น กระทรวงพลังงานได้เสนอ มาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นตัวอย่างให้กับภาคส่วนอื่น ๆ ของสังคม

มาตรการสำคัญ ดังนี้

-การปรับการใช้เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม และตั้งอุณหภูมิประมาณ 26 27 องศาเซลเซียส ใส่เสื้อแขนสั้นงดการใส่สูทผูกท้ายยกเว้นมีงานพิธีการ

-การลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน เช่น การปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น

-การใช้ระบบ Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์ และปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งาน

-การลดการใช้ลิฟต์ โดยส่งเสริมให้ใช้บันไดในระยะใกล้

-การลดการใช้กระดาษและเครื่องถ่ายเอกสาร รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสาร

-การส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ และการทำงานแบบ Work from Home ตามความเหมาะสม

มาตรการด้านการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง

-การตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ

-การขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม

-การใช้รถร่วมกัน หรือ Car Pool

-การวางแผนการเดินทางเพื่อลดการใช้พลังงาน

-รัฐบาลมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานความร่วมมือสถานีโทรทัศน์วิทยุรวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ รณรงค์การประหยัดพลังงานในทุกภาคส่วนในช่วงสถานการณ์วิกฤต ถ้าหากสถานการณ์มีการยกระดับความรุนแรงจนกระทั่งมีผลกระทบต่อการจัดหาพลังงาน เห็นสมควรเสนอแนวทางมาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม เช่น ให้หลีการใช้ไฟฟ้าในการโฆษณาป้ายสินค้าหรือบริการ ป้ายชื่อร้านป้ายชื่อโรงภาพยนตร์สถานที่ทำธุรกิจในช่วงเวลาตั้งแต่ 22:00 น. เป็นต้นไป

-มีการกำหนดระยะเวลาเปิดปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกินเวลา 22:00 น. โดยมีข้อยกเว้นสถานีบริการบนทางหลวงหลัก

-หากสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้ประมาณ 5% จะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ประมาณ 3.3 แสนลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10.45 ล้านบาทต่อเดือน และหากลดการใช้ไฟฟ้าได้ 5% จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 31 ล้านหน่วยต่อเดือน

-มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาครัฐ และสร้างต้นแบบการประหยัดพลังงานให้กับภาคส่วนอื่นของสังคม พร้อมทั้งช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว

เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...