โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

8 พรรคการเมืองขึ้นเวทีดีเบต “วาทะผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน” โย้ำความสำคัญ ยกการผลักดันกฎหมายชาติพันธุ์-ที่ดินทำกิน

The Reporters

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 08.16 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 08.16 น.

วันนี้ (28 ม.ค. 69) ในงานดีเบตและแถลงนโยบาย “เลือกตั้ง 69: วาทะผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน (Human Rights Agenda)” โดยมีตัวแทนพรรคการเมืองจากพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลวัต พรรคไทยสร้างไทย และพรรคเศรษฐกิจ ดำเนินรายการโดย น.ส. ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าว The Reporters

ในช่วงแรกเป็นการนำเสนอการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนที่ผ่านมาของแต่ละพรรค โดยเริ่มที่ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี จากพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงการทำงานว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว โดยตอนนี้มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค เราเน้นเรื่องพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะต้องชนกับทุนผูกขาดมาโดยตลอด เมื่อเข้าไปเราสามารถทำให้ลดลงได้ถึง 16% และไม่มีรัฐมนตรีคนไหนสามารถทำลายสถิตินี้ได้ พรรคนี้ถือเป็นพรรคที่ชนกับทุนใหญ่

ในด้านการทำงานส่วนตัว ในเรื่องคดี ม.112 ตนเป็นผู้ที่นำเสนอเรื่องนี้ไปให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรก เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่ไม่พิมพ์ฎีกา ซึ่งจะมีแนวทางอยู่ว่าอันไหนรอดหรือไม่รอด ตนจึงอยากให้มีการกลั่นกรองมากกว่า ซึ่งในหลายคดีก็หลุดในชั้นศาลไม่ฟ้อง เพราะตนเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ก็ได้ทำกองทุนยุติธรรม ในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยคนไปแล้ว 60,000 ราย ทั้งเรื่องค่าทนายความและการเดินทาง และตนก็เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ในตอนที่มีกฎหมายช่วยเหลือคนไทยพลัดถิ่นและลงไปทำด้วยตัวเอง ซึ่งตนก็ภูมิใจเสนอที่เขาได้มีสิทธิ์ มีที่อยู่ที่ดีขึ้น มีบัตรประชาชน และภูมิใจเสมอในเรื่องสิทธิมนุษยชนที่เราได้ทำ

นายธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเรามองว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องพื้นฐานของหลักนิติรัฐนิติธรรม รัฐบาลจะบริหารอย่างชอบธรรมก็ต้องอาศัยความไว้วางใจจากประชาชน ถ้ารัฐไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าโครงสร้างภาครัฐจะแข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่สามารถสร้างรัฐที่เข้มแข็งและเป็นปึกแผ่นได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการทำให้สิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่จับต้องได้เสมอกับทุกคน และที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในมิติด้านบริหาร เราได้จัดหาสิทธิพื้นฐานให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน คนนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน เราได้จัดหาส่งมอบเอกสารสิทธิ์ต่าง ๆ ให้กับประชาชนทั่วประเทศ ให้พวกเขาได้มีโอกาสทำมาหากินได้

อีกทั้งยังมีการส่งมอบบัตรประชาชนให้กลุ่มชาติพันธุ์ เพราะหากไม่มีบัตรประชาชนพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐ โดยเฉพาะเรื่องสาธารณสุข และที่ผ่านมาเราได้ยกระดับการรักษา 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อให้การบริการของภาครัฐโดยเฉพาะเรื่องสาธารณสุขเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ พรรคเพื่อไทยได้ผลักดันนโยบายหลัก 2 เรื่อง คือ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่รักกันสามารถสมรสกันได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นผลและจับต้องได้ อีกเรื่องคือการผลักดัน พ.ร.บ. ชาติพันธุ์ เพื่อรักษาวัฒนธรรมและสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ และสิ่งที่ที่พูดมาทั้งหมดใส่คน ใส่เงิน ก็สู้ใส่ใจไม่ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเราใส่ใจในการทำงานและเพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิมนุษยชนทุกคนสามารถจับต้องได้

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งมา 79 ปี เราก็มีความรับรู้ในเรื่องพรรคที่หลากหลายมาก สิ่งที่เรายืนยันคือพรรคประชาธิปัตย์เป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย คือเน้นเสรีภาพบุคคล จำกัดอำนาจรัฐ และประชาธิปไตยที่ยึดหลักนิติธรรมคุ้มครองสิทธิพลเมือง ฉะนั้นเวลาที่เราเป็นรัฐบาล หากพูดสั้นที่สุดตั้งแต่ยุคที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี สิ่งที่เราเน้นมาโดยตลอดคือการดูแลสิทธิของประชาชนในด้านต่าง ๆ และเราไม่เคยปิดประตูทำเนียบเวลามีชาวบ้านมาเรียกร้อง เปิดประตูต้อนรับให้พวกเขาได้เสนอข้อเสนอ รัฐบาลก็มีหน้าที่รับไปสู่การปฏิบัติ จนกลายมาเป็นเรื่องของโฉนดที่ดิน โฉนดชุมชน และธนาคารที่ดิน

รวมทั้งในปี 2553 รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ได้มีมติคณะรัฐมนตรีที่สำคัญคือ การคุ้มครองและฟื้นฟูวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะชาวเล ยังมีเรื่องของกฎหมายการให้สัญชาติ และการดูแลสิทธิของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการใหญ่ ๆ ของรัฐ รวมถึงความขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องสัมปทานในจังหวัดต่าง ๆ โดยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าดูแลและยืนอยู่ข้างประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกครั้ง

รศ. ดร. มุนินทร์ พงศาปาน ตัวแทนจากพรรคประชาชน กล่าวว่า ในบทบาทของพรรคประชาชนทั้งหมดที่เป็นฝ่ายค้าน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการเสนอแก้กฎหมาย ซึ่งมีทั้งเรื่องที่สำเร็จและไม่สำเร็จ โดยเรื่องที่ผลักดันจนสำเร็จคือ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ขยายเวลาในการลาคลอด กฎหมายห้ามทำโทษทารุณกรรมเด็ก กฎหมายชาติพันธุ์ กฎหมายในการยกเลิกคำสั่ง คสช. โดยกฎหมายทั้งหมดพรรคประชาชนไม่ได้เคลมว่าเป็นความสำเร็จของประชาชน แต่คือความสำเร็จร่วมกันของรัฐสภา เพราะหากไม่ได้รับความร่วมแรงร่วมใจกันของ สส. คงจะสำเร็จไม่ได้

ส่วนเรื่องที่ไม่สำเร็จคือการแก้ไข ม.112 ซึ่งทราบดีว่านำมาสู่การยุบพรรคก้าวไกลในที่สุด การนิรโทษกรรม และร่างกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิ์ในการประกันตัว ร่างแก้ไขกฎหมายชุมนุมในที่สาธารณะ ร่างกฎหมายอากาศสะอาด

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ตัวแทนพรรคประชาชาติ ระบุว่า แก่นของคำว่า “ชาติ” คือประชาชน พรรคจึงให้ความสำคัญกับหลักสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม พร้อมย้ำถึงผลงานด้านกฎหมายในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

“สิทธิมนุษยชนถูกพูดถึงทั้งประเทศ แต่ไม่เคยถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรม”

ด้าน นายกัณวีร์ สืบแสง ตัวแทนพรรคพลวัต กล่าวว่า การทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในฐานะนักการเมืองเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับปัญหาข้ามพรมแดน สิ่งแวดล้อม และสันติภาพในภูมิภาค

“แค่พูดเรื่องการละเมิดสิทธิข้ามชาติ ไม่ว่าจากกัมพูชา ลาว หรือเมียนมา ก็ถูกโจมตีตลอด ลองคิดดูว่าภาคประชาชนจะยากแค่ไหน”

พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร ตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย มองว่าสิทธิมนุษยชนไม่ใช่อุดมการณ์ลอย ๆ แต่เป็นเงื่อนไขของความมั่นคง สันติภาพ และความเชื่อมั่นของสังคม พร้อมเสนอกรอบการทำงาน 5 มิติ ตั้งแต่สิทธิเสรีภาพ แรงงาน กลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงกระบวนการยุติธรรม

“ปัญหาคือการใช้กฎหมายและกลไกความมั่นคงที่ยังไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน” พล.ท. ภราดร กล่าว

ขณะที่ นายพริษฐ์ รัตนกุลเสรีเริงฤทธิ์ ตัวแทนพรรคเศรษฐกิจ หยิบยกกรณีชาวบ้านหนองจานที่กลายเป็นคนพลัดถิ่นในประเทศตนเองมากว่า 40 ปี แม้มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย

“พื้นที่นี้เป็นของไทย 100% แต่ชาวบ้านกลับไม่สามารถกลับไปอยู่ในบ้านและที่ดินทำกินของตัวเองได้” นายพริษฐ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...