เอกนิติ เซ็นแล้ว ให้อำนาจ ธปท.คุมเทรดทองออนไลน์ สกัดบาทแข็ง-เงินเทา
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน “กรุงเทพธุรกิจ CEO DAY: LEAD THE SHIFT CEO AWARDS • CEO CONNEXT” ภายใต้หัวข้อ Economic Outlook 2026: Fiscal & Financial Strategies for Economic Revival ว่า วันนี้ (15 ม.ค. 2568) ตนได้ลงนามในประกาศกฎกระทรวงการคลัง เพื่อให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับดูแลธุรกรรมการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการ เพื่อควบคุมความผันผวนของค่าเงินบาท และจัดการปัญหาการไหลเวียนของเงินผิดปกติในระบบเศรษฐกิจ
"ก่อนเดินทางมาร่วมงาน ได้ลงนามในประกาศกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลังและ ธปท. ภายใต้การอนุมัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเปิดทางให้ผู้ว่าการ ธปท. ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน กำกับดูแลธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ส่งผลต่อเสถียรภาพค่าเงิน" นายเอกนิติ กล่าว
สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ คือ การให้อำนาจ ธปท. เรียกให้ร้านค้าทองคำและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง รายงานข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำต่อ ธปท. ได้โดยตรง เพื่อให้ภาครัฐสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของเงินที่เกี่ยวข้องกับการเก็งกำไรทองคำและการแลกเปลี่ยนเงินตราที่เกิดขึ้นผ่านระบบออนไลน์
ทั้งนี้ ปัจจุบันธุรกรรมทองคำจำนวนมากไม่ได้เกิดขึ้นผ่านหน้าร้านแบบเดิม แต่ย้ายไปอยู่บนแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งเชื่อมโยงกับการโอนเงินบาท ดอลลาร์ และสินทรัพย์อื่น ๆ อย่างรวดเร็ว หากไม่มีการกำกับดูแล จะกลายเป็นช่องทางให้เกิดการเก็งกำไรค่าเงิน การโยกเงินข้ามพรมแดน และการใช้เป็นทางผ่านของเงินที่ผิดปกติหรือเงินเทา
“วันนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าและผันผวนเกินกว่าพื้นฐานและศักยภาพของเศรษฐกิจไทย ส่วนหนึ่งมาจากการไหลของเงินผ่านธุรกรรมการเงินรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หากไม่เข้าไปดูแล จะกระทบทั้งผู้ส่งออก ภาคธุรกิจ และเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม” นายเอกนิติ กล่าว
การให้อำนาจ ธปท. ในครั้งนี้ จะทำให้หน่วยงานกำกับสามารถติดตาม ตรวจสอบ และวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างธุรกรรมทองคำ ค่าเงิน และกระแสเงินทุนได้ชัดเจนขึ้น ช่วยลดแรงเก็งกำไรที่ไม่สะท้อนเศรษฐกิจจริง และปิดช่องโหว่การใช้ทองคำเป็นเครื่องมือพักเงินหรือเคลื่อนย้ายเงินที่อาจเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมาย
นายเอกนิติย้ำว่า มาตรการนี้ไม่ใช่การจำกัดการซื้อขายทองคำของประชาชนทั่วไป แต่เป็นการยกระดับการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับรูปแบบเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้การเคลื่อนไหวของเงินในระบบโปร่งใส เป็นธรรม และไม่บิดเบือนค่าเงินบาทจนกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว