โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สรุปดราม่า บัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด กกต. ยันเป็นไปตามหลักการ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 08.51 น.
ภาพไฮไลต์

สรุปดราม่า บัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด สู่กระแสเรียกร้องเลือกตั้งใหม่ ล่าสุด กกต. ยันเป็นไปตามหลัก “ออกเสียงโดยตรงและลับ”

จากประเด็นร้อนการเมืองไทย หลังคนตั้งข้อสังเกตบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สามารถ Track ย้อนหลัง และอาจตรวจสอบไปถึงผู้มาใช้สิทธิ “ใครกาเบอร์อะไร” ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ นำไปสู่กระแสเรียกร้องให้เลือกตั้งใหม่

จุดเริ่มต้นดราม่าบัตรเลือกตั้ง

เรื่องราวเกิดจากผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายรายออกมาตั้งข้อสังเกต บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (บัตรสีเขียว) และแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) มีทั้งบาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด เมื่อสแกนแล้วพบว่าเป็นรหัสเฉพาะตัว จนคนกังวลว่าอาจจะใช้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า “ใครกาเบอร์อะไร” จนคนกังวลว่าอาจจะใช้ตรวจสอบได้ว่า “ใครกาเบอร์อะไร”

ในวันเดียวกัน กกต. ได้ชี้แจงว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด เนื่องจากเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมอธิบายว่า เพื่อให้รู้ที่มาที่ไปว่า เป็นบัตรลอตไหน ของหน่วยไหนไม่ใช่ว่าเป็นของพรรคการเมืองไหน ซึ่งประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องร้อนแรงในโซเชียลข้ามคืน

จี้ กกต. ออกมาชี้แจง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ให้ความเห็นว่า กกต. อาจกำหนดรหัสเพื่อป้องกันการปลอมแปลงได้ แต่ต้องไม่ใช่เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง

ด้าน น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ได้ยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แค่จัดคูหาหันหน้า หันหลังผิด ก็ให้การเลือกตั้งปี 2549 เป็นโมฆะ

ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ระบุถึงกรณีบาร์โค้ดว่า พิสูจน์ง่ายมาก ถ้าเป็นเลขเฉพาะที่เชื่อมไปถึงต้นขั้วของบัตรแต่ละใบได้ กกต. ก็ทำผิดกฎหมาย พร้อมกับย้ำว่า เรื่องนี้ กกต. อย่าเงียบ

แฮชแท็กร้อน “เลือกตั้งโมฆะ”

ต่อมาวันที่ 13 ก.พ. 69 “ทนายอั๋น” ได้ทำหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมลั่นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องโมฆะ จากประเด็นดังกล่าวนำมาสู่แฮชแท็กร้อน #เลือกตั้งโมฆะ หลายคนเสนอให้มีการเลือกตั้งใหม่

กกต. แจงปมร้อนอีกครั้ง ยันเป็นไปตามหลักการ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ก.พ. 69 กกต. ได้แถลงชี้แจงอีกครั้ง ยืนยันการลงคะแนนเลือกตั้งเป็นไปตามหลักการ “ออกเสียงโดยตรงและลับ” ซึ่งมีกฎหมายห้ามนำบัตรที่ลงคะแนนแล้วออกจากหน่วยเลือกตั้ง และห้ามถ่ายภาพ

ดังนั้นการจะรู้ได้ว่า ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนให้ใครจะต้องใช้ 3 ปัจจัย คือ 1. บัตรที่ลงคะแนน 2. ต้นขั้วบัตร ซึ่งถูกแยกเก็บไว้คนละที่ และ 3. บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ ที่ถูกแยกไปที่สำนักทะเบียน เพื่อตรวจสอบผู้ไม่มาใช้สิทธิ โดยย้ำว่า การเลือกตั้งทุกหน่วย ทุกคน เป็นการลงคะแนนเป็นไปโดยตรงและลับ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

สาเหตุที่มีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด

ทาง กกต. ชี้แจงว่า มาจากข้อกฎหมายที่ให้อำนาจ กกต. กำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือ ข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันการปลอมแปลง และเป็นเครื่องมือที่ใช้ควบคุม บริหารจัดการบัตรเลือกตั้งต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ

ในกรณีถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งติดกับต้นขั้ว ยอมรับว่าสามารถระบุได้ถึงเลขที่บัตรเลือกตั้ง ซึ่งจะมีการตรวจสอบว่าบัตรดังกล่าวใครเป็นผู้รับผิดชอบ ยืนยันว่า บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งไม่ได้ทำขึ้นเพื่อตรวจสอบย้อนกลับว่าผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนให้ใคร ส่วนภาพบัตรเลือกตั้งที่เผยแพร่ในโซเชียล ยืนยันว่าข้อมูลยังไม่ระบุถึงตัวบุคคลได้

กรณีบัตรลงประชามติไม่มีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดนั้น กกต. ชี้แจงว่า การจัดทำบัตรเลือกตั้งครั้งนี้มี 3 ใบ ต้องใช้ 3 โรงพิมพ์ ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ต่างกัน แต่ยืนยันว่าบัตรลงประชามติสามารถแทรกกิ้งได้ แต่เปิดเผยไม่ได้.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุปดราม่า บัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด กกต. ยันเป็นไปตามหลักการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...