โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คัดหุ้น 11 หุ้นเน้นๆ ธีม ‘Anti-Oil’ – ยัง Laggard

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 03.17 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.พาย ระบุใน Pi Daily ว่าสถานการณ์หุ้นไทยปัจจุบันคล้ายคลึงกับปี 2022 (Tech สหรัฐฯ Underperform) และปีนั้นกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทยชัดเจน (คล้ายปัจจุบัน) แต่แตกต่างตรงที่ปีนี้มีปัจจัยหนุนเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมือง แม้มีปัจจัยหนุนจากข้างต้นแต่การปรับขึ้นมาของ SET INDEX ก็ยังเน้นใช้ความระมัดระวังเพราะ PE เริ่มสูงราว 15x แต่หากจะเก็งกำไรเน้นที่หุ้น Laggard และ Anti Oil (สายการบิน , โรงไฟฟ้า)

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 669 จุด ( -1.3%) ขณะที่ Nasdaq -2% ถูกกดดันจากหุ้นกลุ่ม Tech ท่ามกลางความกังวล AI ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 2.7% หลังจาก IEA ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันดิบทั่วโลกพร้อมกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่คลี่คลาย

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯประกาศตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.27 แสนรายมากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.2 แสนราย แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนดูจะไม่ได้ให้น้ำหนักเท่าใดนัก แต่สัญญาณที่แสดงออกในเมื่อคืนคือภาวะ Risk Off ขายแทบทุกสินทรัพย์ทั้งทองคำ หุ้น (AAPL -5% AMAZON -2.2% NVIDIA -1.6%) โดยพักเงินใน Bond สะท้อนผ่าน Yield ที่ปรับลง เป็นไปได้ว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับการลงทุนใน AI , Cloud ว่าเงินที่ใส่ลงไปจะกลับมาเป็นกำไรได้หรือไม่ (ระยะสั้นมองเป็นแรงกดดันต่อหุ้นอย่าง DELTA ในไทย) แต่หากไปดูหุ้นสหรัฐฯ จะพบว่า Sector ที่ Outperform ได้แก่กลุ่ม Consumer , Health เมื่อพิจารณาที่ปัจจัยในประเทศยังไร้ปัจจัยใหม่ๆนักลงทุนรอติดตามการจัดตั้งรัฐบาลนำโดยแกนนำอย่างพรรคภูมิใจไทย มีรายงานออกมาว่าทยอยพูดคุยกับหลายๆพรรคการเมืองอย่างพรรคเศรษฐกิจ คาดหลังจากนี้จะค่อยๆหารือกับพรรคการเมืองที่เหลือและจัดตั้งรัฐบาลได้ในที่สุด สำหรับตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับขึ้นแข็งแกร่ง +2.1% และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิมากถึง 1.05 หมื่นล้านบาทและทำให้สะสม YTD ซื้อไปแล้วราว 4.7 หมื่นล้านบาท สวนทางกับพื้นฐานที่ อาจไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก (เศรษฐกิจขยายตัวต่ำและยังเผชิญกับโครงสร้างเศรษฐกิจ) แต่ก็เป็นไปได้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจคล้ายกับปี 2022 ที่ Tech สหรัฐฯ Underperform จากปัจจัยด้านดอกเบี้ยแต่ Flow ไหลเข้าสุทธิหุ้นไทยค่อนข้างต่อเนื่องและทำให้ SET Outperform สหรัฐฯแต่ปัจจุบันแตกต่างจากปี 2022 เล็กน้อยตรงที่การเมืองไทยค่อนข้างนิ่งและมีเสถียรภาพ หากจะให้เห็นภาพชัดก็คือไทยเป็นที่พักเงินชั้นดีในภาวะที่ Tech ผันผวน คืนนี้รอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.5%YoY หากต่ำกว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นทั่วโลก วันนี้ประเมิน SET INDEX อาจพักตัวในกรอบ 1425 – 1450 คาดเผชิญแรงทำกำไรจากการปรับขึ้นมาแรงผสานกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงจะเป็นแรงกดดันกับกลุ่มพลังงาน ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนแม้จะมีปัจจัยหนุนเกี่ยวกับกระแสเงินทุนต่างชาติแต่ด้วย Forward PE 15x จึงไม่ควรประมาทกับการลงทุนหากรับความเสี่ยงต่ำควรทยอยทำกำไร แต่สำหรับนักลงทุนรับความเสี่ยงได้สูงเน้นเก็งกำไรในกลุ่มได้ประโยชน์น้ำมันปรับลง อาทิ สายการบิน (AAV BA) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC) รวมไปถึงหุ้นที่ยัง Laggard อย่างเช่น (BBL KBANK BEM AP KTB BCH HMPRO)

HMPRO (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท)

Valuation ที่น่าสนใจพร้อมปันผลระดับ 6% แม้คาดรายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.5 พันล้านบาท (-11%YoY, +18%QoQ) ผลจากการลดลงของยอดขายสาขาเดิมจากกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือฐานสูงของความต้องการหลังน้ำท่วมภาคเหนือแต่คาดฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล

AP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท)

4Q25 ผลประกอบการเติบโต QoQ ต่อเนื่อง หนุนจากกำหนดการเปิดโครงการใหม่ (รวม JV) ที่สูง 2.4 หมื่นล้านบาท รวม 22 โครงการ (คิดเป็นแนวราบ 87% และคอนโด JV 13%)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...