โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ปกครองร้องขอความเป็นธรรม ลูกชาย 9 ขวบ ถูกครูสั่งยืนไหว้หน้าห้องวันละชั่วโมง นานเกือบเดือน

เดลินิวส์

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 17.04 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 08.55 น. • เดลินิวส์
พ่อวัย 47 ปี เข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียนในอ่างทอง ร้องขอความเป็นธรรม ลูกชายวัย 9 ขวบ ป.3 ถูกครูลงโทษให้ยืนพนมมือไหว้หน้าห้องวันละ 1 ชั่วโมง ต่อเนื่องเกือบ 1 เดือน ด้านครูแจงหวังป้องกันอุบัติเหตุช่วงใกล้สอบ ขณะที่ ผอ. ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 69 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง ผู้ปกครองวัย 47 ปี ได้พาลูกชายวัย 9 ขวบ เข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรม หลังอ้างว่าบุตรถูกครูประจำชั้นลงโทษไม่เหมาะสม

เด็กชายเอ (นามสมมุติ) เล่าว่า ช่วงพักกลางวันได้ลงไปวิ่งเล่นบริเวณด้านล่างอาคารเรียน ซึ่งครูเคยสั่งห้ามไว้ ก่อนถูกลงโทษให้ยืนพนมมือไหว้อยู่หน้าห้องเรียน วันละประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อเนื่องเกือบ 1 เดือน โดยระบุว่ายังมีเพื่อนร่วมชั้นอีกเกือบ 10 คน ที่ถูกลงโทษลักษณะเดียวกัน ส่งผลให้ตนรู้สึกอายและไม่อยากมาโรงเรียนในระยะหลัง

ด้านผู้ปกครองระบุว่า เห็นพฤติกรรมลูกเปลี่ยนไป ไม่อยากมาเรียน จึงสอบถามจนทราบข้อเท็จจริง ก่อนตัดสินใจเข้าพบผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินการตามความเหมาะสม

ขณะที่ครูผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงว่า ได้ห้ามนักเรียนลงไปวิ่งเล่นด้านล่างอาคาร เนื่องจากเกรงจะเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะช่วงใกล้สอบ พร้อมยอมรับว่าได้แจ้งนักเรียนล่วงหน้าแล้วว่า หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษให้ยืนไหว้หน้าห้อง โดยระบุว่า เริ่มใช้มาตรการดังกล่าวกับนักเรียนที่ฝ่าฝืนมาได้ราว 2 สัปดาห์

ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องร้องเรียนและรับปากจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเข้าพูดคุยโดยตรง รวมถึงได้พูดคุยกับนักเรียนเพื่อปลอบขวัญและลดความกังวล

ในส่วนของครูผู้สอน ได้ให้ทำบันทึกชี้แจงข้อเท็จจริง และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังได้ทำข้อตกลงแนวปฏิบัติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

กรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบข้อเท็จจริง โดยผู้บริหารโรงเรียนยืนยันจะดำเนินการตามระเบียบ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของนักเรียนเป็นสำคัญ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...