แม่คาใจ ลูกสาวขี่จยย.ล้ม กู้ภัยไม่พาไป รพ. หิ้วปีกส่งตร. ก่อนเสียชีวิตคาโรงพัก
แม่คาใจ ลูกสาว 21 ขี่จยย.ล้ม กู้ภัยไม่พาไป รพ. หิ้วปีกส่งตำรวจ ก่อนเสียชีวิตคาโรงพัก พบซี่โครงหัก 8 ซี่ เลือดออกในปอด ผ่าน 1 ปีคดีไม่คืบ โดนตำรวจขู่แจ้งความกลับ
วันที่ 8 มี.ค. 2569 แม่พร้อมครอบครัว สาววัย 21 ปี เดินทางเข้าร้องสายไหมต้องรอด หลังลูกสาวเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลัก แต่กู้ภัยและตำรวจไม่นำตัวส่งโรงพยาบาล จนเสียชีวิตคาโรงพัก
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือน ก.พ. 2568 น.ส.วริศรา ป้องคำลา อายุ 21 ปี ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อเดินทางกลับที่พัก แต่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม บนถนนลาดพร้าว 43/2 เวลาประมาณ 02:20 น. เพราะฝนตกและถนนลื่น
สาวประสบอุบัติเหตุ จยย.ล้ม
แต่แทนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิดังแห่งหนึ่ง จะนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล กลับนำตัวลูกสาวไปส่งให้ตำรวจที่ สน.พหลโยธิน โดยอ้างว่าผู้บาดเจ็บมีอาการมึนเมาและไม่มีบาดแผลรุนแรง กระทั่งเวลาประมาณตี 5 ผู้บาดเจ็บมีอาการชัก และเสียชีวิตในเวลา 06.00 น. คาโรงพัก
นางสมาภรณ์ ป้องคำลา มารดา และครอบครัวติดใจว่า ทำไมเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงไม่นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที ทั้งที่ประสบอุบัติเหตุ แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยอ้างว่าไม่ได้บาดเจ็บรุนแรงภายนอก แต่จากการชันสูตรพบกระดูกหัก 8 ซี่ และเลือดออกในปอด
นางสมาภรณ์ ร่ำไห้กล่าวว่า หากลูกสาวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเร็วกว่านี้ก็อาจรักษาได้และอาจไม่เสียชีวิต เพราะแพทย์แจ้งว่าลักษณะดังกล่าวเป็นลักษณะของการเลือดออกในปอดและใช้เวลานานจนทำให้เกิดอาการเลือดท่วมปอดได้
แม่ร้องขอความเป็นธรรม
นางสมาภรณ์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่กู้ภัยบอกว่าน้องไม่มีสติ ตอนนำเข้ามาในโรงพักก็ยกเข้ามาในลักษณะหิ้วปีก มองว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ส่วนไม่ใส่ใจปล่อยปละละเลย เมื่อสอบถามตำรวจอ้างว่าติดต่อญาติไม่ได้ ไม่มีเอกสารติดตัว และไม่ยอมไปโรงพยาบาล
นางสมาภรณ์ กล่าวอีกว่า ต่อมาทราบข้อมูลภายหลังว่าเจ้าหน้าที่มีการเปิดดูฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ แต่อ้างว่าหน้าไม่ตรง จึงไม่ติดต่อญาติ ตามที่ปรากฏในทะเบียนราษฎร์
เจ้าหน้าที่กู้ภัยกับตำรวจ หิ้วปีกผู้บาดเจ็บขึ้นโรงพัก
นางสมาภรณ์ กล่าวต่อว่า อีกส่วนหนึ่งที่คาใจคือเรื่องโทรศัพท์มือถือของลูกสาวที่อยู่ภายในตัว แฟนของลูกสาวโทรไปก็ไม่รับสาย เจ้าหน้าที่อ้างว่านำไปชาร์จแบต กว่าจะได้คืนต้องใช้เวลานานถึง 2 วัน กระทั่งไปเจออีกครั้ง โดยอ้างว่าโทรศัพท์มือถือหล่นในรถที่ใช้ในการขนลำเอียงศพ
นางสมาภรณ์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ตัดสินใจว่าจะแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจในวันดังกล่าว กลับถูกตำรวจที่ทำคดีขู่ว่าให้คิดให้ดีๆ เพราะอาจถูกแจ้งความกลับได้ ตอนนี้ผ่านมา 1 ปีแล้วคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
นางสมาภรณ์ กล่าวต่อว่า ตนเหมือนตายทั้งเป็น ไม่เหลืออะไรแล้ว หากจะฟ้องก็ยอม เพราะเห็นข่าวล่าสุดที่มีคดีลักษณะคล้ายกับของลูกสาวเกิดขึ้น จึงเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ตัดสินใจว่าจะต้องเอาผิดกลุ่มบุคคลเหล่านี้ให้ถึงที่สุด และไม่อยากให้มีใครต้องกลายเป็นแบบนี้
ด้านนายณัฐภัทร เกลี้ยเกลา แฟนของผู้เสียชีวิต ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตไม่ได้เมามาก และสามารถสื่อสารได้ตามปกติก่อนเกิดเหตุ หากได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลทันเวลา อาจรอดชีวิตได้ ตอนที่ตนติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดดังกล่าวก็ไม่ได้รับคำขอโทษใดๆ และอ้างว่ามีประสบการณ์ในการทำงานกู้ชีพมาเป็นเวลา 10-20 ปี
นายณัฐภัทร กล่าวต่อว่า ตนยิ่งช้ำใจหนักเมื่อไปเห็นแชตกลุ่มของกู้ภัยมูลนิธิดังกล่าวมีการถ่ายภาพของแฟนสาวลงในกลุ่มกู้ภัย และมีข้อความเชิงล้อเลียนว่าแฟนของตนเมาหมดสภาพ หัวเราะเยาะเหมือนกับเห็นชีวิตคนเป็นของเล่น ยิ่งรับไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาทำแบบนี้
เปิดแชทจนท.กู้ภัย
นายณัฐภัทร กล่าวอีกว่า วันเกิดเหตุ ตนขี่รถจักรยานยนต์มากับแฟนคนละคัน ในระหว่างทางยังพูดคุยกันปกติ แต่จากนั้นได้เกิดคลาดกัน ตนจึงไปรอที่ที่พักของแฟนสาว แต่รออยู่นานหลายชั่วโมงก็ไม่มา จึงออกตามหา แต่พยายามโทรหาหลายชั่วโมงก็ไม่มีใครรับสาย ยิ่งสงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงไม่โทรหาหรือรับสายของตน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่คาใจ ลูกสาวขี่จยย.ล้ม กู้ภัยไม่พาไป รพ. หิ้วปีกส่งตร. ก่อนเสียชีวิตคาโรงพัก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th