โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วันสตรีสากล 2569 : สถานการณ์ ‘ผู้ต้องขังหญิงไทย’ ในเรือนจำ ยังสูงเป็นอันดับต้นของโลก

Thai PBS

อัพเดต 42 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา สถานการณ์ทั่วโลกสะท้อนว่า จำนวน ผู้ต้องขังหญิง เพิ่มขึ้นเร็วกว่าจำนวนผู้ต้องขังชาย โดยปัจจุบันมีผู้ต้องขังหญิงทั่วโลกกว่า 733,000 คน

สาเหตุที่ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ผู้ต้องขังหญิง เนื่องจากลักษณะของเรือนจำและทัณฑสถานส่วนมากมักถูกสร้างขึ้นสำหรับผู้ชายเป็นหลัก ส่งผลให้ไม่เอื้อต่อความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิง และอาจนำไปสู่การไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเท่าเทียมผู้ต้องขังชาย

การดำเนินมาตรการฟื้นฟูที่คำนึงถึงความต้องการเฉพาะเชิงเพศภาวะของผู้ต้องขังหญิงจึงไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ และหลักการไม่เลือกปฏิบัตินี้เองถือเป็นหลักการสำคัญของข้อกำหนดกรุงเทพ (หรือข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง) ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2553 และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เอาหลักการนี้ไปใช้ปรับใช้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้จากข้อมูลจะชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีแนวโน้มเกี่ยวกับผู้ต้องขังหญิงที่ดีขึ้น จากการมีจำนวนผู้ต้องขังหญิงมีแนวโน้มลดลง แต่หากเทียบกับสถานการณ์ในหลายประเทศทั่วโลก ประเทศไทยก็ยังถือว่ามีผู้ต้องขังหญิงสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเช่นกัน

นอกจากนี้ หนทางเข้าสู่เรือนจำของผู้ต้องขังหญิงยังอาจเกิดได้หลายปัจจัย การถูกใช้ความรุนแรง ความยากจน ภาระครอบครัว ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงบางส่วนต้องมาติดคุกติดตะราง

เนื่องใน วันสตรีสากล 8 มีนาคม ของทุกปี The Active ชวนดูสถานการณ์ผู้ต้องขังหญิงของไทย ไปให้ถึงปัจจัยของการกระทำผิด อะไร ? ทำให้ชีวิตของหญิงไทยจำนวนไม่น้อย ต้องลงเอยด้วยการไร้ซึ่งอิสรภาพ

สถานการณ์ทั่วโลก สัดส่วน ‘ผู้ต้องขังหญิง’ เพิ่มขึ้นสูงกว่าผู้ต้องขังชาย

ข้อมูลจาก World Prison Brief ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา จำนวนผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ต้องขังชาย โดยผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นถึง 57% ในขณะที่ผู้ต้องขังชายเพิ่มขึ้นเพียง 22% เท่านั้น

ในหลายประเทศ มีจำนวนผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี 2543 เช่น กัมพูชา (เพิ่มมากกว่า 9 เท่า), อินโดนีเซีย (เพิ่มมากกว่า 7 เท่า), เอลซัลวาดอร์ (เพิ่มมากกว่า 7 เท่า), กัวเตมาลา (เพิ่มเกือบ 6 เท่า) และบราซิล (เพิ่ม 5 เท่า) โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ที่มีผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นรวมมากกว่า 2 เท่า

สถิติผู้ต้องขังหญิงไทย ติด Top 5 ของโลก

หากย้อนกลับมาดูสถานการณ์ผู้ต้องขังหญิงของไทย อ้างอิงจากรายงาน World Female Imprisonment List (sixth edition) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 จะพบว่ามีค่าสถิติผู้ต้องขังหญิงที่สูงในหลายมิติ

ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม ปี 2566 มีจำนวนผู้ต้องขังหญิงอยู่ที่ 33,057 คน มีสัดส่วนผู้ต้องขังหญิงต่อผู้ต้องขังทั้งหมด 12.1% และอัตราผู้ต้องขังหญิง 47.1 คนต่อประชากรแสนคน

สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับสถานการณ์ในปี 2563 โดยมีจำนวนผู้ต้องขังหญิง สัดส่วนผู้ต้องขังหญิงต่อผู้ต้องขังทั้งหมด และอัตราผู้ต้องขังหญิงต่อประชากรแสนคนลดลงทั้งหมด

ปี จำนวนผู้ต้องขังหญิง
(คน) สัดส่วนผู้ต้องขังหญิง
ต่อผู้ต้องขังทั้งหมด (%) อัตราผู้ต้องขังหญิง
(คนต่อประชากรแสนคน) 2543 35,803 17.4% 57.4 2548 28,452 17.2% 43.4 2553 29,175 14.6% 43.9 2558 44,152 14.4% 65.5 2563 47,869 12.7% 69.0 ธ.ค. 2566 33,057 12.1% 47.1

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะดูดีขึ้น แต่ในระดับโลกเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้ว ประเทศไทยยังถือว่ามีผู้ต้องขังหญิงสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

จำนวนผู้ต้องขังหญิงของประเทศไทยอยู่ที่ 33,057 คน จากจำนวนผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก 733,185 คน คิดเป็น 4.51% และจำนวนดังกล่าวยังถือว่า สูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ซึ่ง 4 ประเทศก่อนหน้าล้วนเป็นประเทศที่ใหญ่และมีประชากรจำนวนมาก (ประชากรมากกว่า 100 ล้านคนทั้งสิ้น) ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (มีผู้ต้องขังหญิง 174,607 คน), จีน (ไม่น้อยกว่า 145,000 คน), บราซิล (50,441 คน) และรัสเซีย (39,153 คน)

สัดส่วนผู้ต้องขังหญิงเทียบกับผู้ต้องขังทั้งหมดของไทยอยู่ที่ 12.1% ซึ่งสัดส่วนทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 6.8% เท่านั้น และไทยอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก เรียงลำดับได้ดังนี้ ฮ่องกง (21.0%), มาเก๊า (17.8%), ลาว (13.7%), เมียนมา (12.3%) ซึ่งไทยอยู่ในลำดับที่ 5 เท่าเวียดนาม (12.1%) และกัวเตมาลา (12.1%)

นอกจากนี้ อัตราผู้ต้องขังหญิงของไทยที่ 47.1 คนต่อประชากรแสนคน (อัตราทั้งโลกอยู่ที่ 9.5 คนต่อประชากรแสนคน) ก็สูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลก เป็นรองแค่สหรัฐอเมริกาที่ 52.3 คนต่อประชากรแสนคนเท่านั้น

ความยากจน – ภาระครอบครัว บีบบังคับให้ต้องหาเงิน

“การจำคุกเพียงช่วงสั้น ๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้หญิงและลูก
เรือนจำมักถูกใช้เพื่อลงโทษพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความยากจน
เช่น การขโมยของในร้าน การกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเล็กน้อย และการค้าประเวณี”

Catherine Heard ผู้อำนวยการโครงการวิจัยเรือนจำโลกของ ICPR

รายงาน ผู้หญิงในโลกหลังกำแพง: รายงานผลการสำรวจข้อมูลผู้ต้องขังหญิงในประเทศไทย ปี 2561 โดย สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ต้องขังหญิง 2,499 คน พบว่า ฐานความผิดส่วนใหญ่เกี่ยวกับยาเสพติดมากที่สุด (79.9% หรือ 1,985 คน) รองลงมาคือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ (13.5% หรือ 336 คน) และความผิดเกี่ยวกับเพศ (2.3% หรือ 58 คน) ตามลำดับ

ในมิติความรับผิดชอบทางครอบครัว พบว่า ผู้ต้องขังหญิงที่ทำงานก่อนเข้ามาอยู่ในเรือนจำ เกือบทั้งหมดเมื่อมี รายได้ส่วนใหญ่ต้องนำมาเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว (98.90% หรือ 1,651 คน) โดยส่วนใหญ่ต้องเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว 5 คนขึ้นไป (28.0% หรือ 466 คน) นอกจากนี้เกินกว่าครึ่งเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว (60.2% หรือ 1,471 คน) และมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลบุคคลในครอบครัว (86.8% หรือ 2,133 คน)

รายงานดังกล่าว ยังระบุถึงผลสำรวจของเหตุผลหรือแรงจูงใจในการกระทำความผิด (ตอบได้หลายข้อ) โดยมาจากปัญหาทางการเงินมากที่สุด (22.3% หรือ 1,280 คน) รองลงมาคือเพราะต้องช่วยเหลือ / หาเลี้ยงครอบครัว (15.6% หรือ 898 คน) และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (14.6% หรือ 839 คน) ตามลำดับ

เช่นเดียวกับบทความ “แดนหญิง : เรื่องราวการสร้างคนอีกครั้งหลังกำแพง ด้วยแนวคิด ‘เรือนจำสุขภาวะ’” โดย สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) ของ สสส. ระบุข้อมูลจาก นัทธี จิตสว่าง อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์และที่ปรึกษาพิเศษ TIJ ที่เผยว่าคดีกว่า 90% เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะผู้ต้องขังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจและภาระครอบครัวที่บีบบังคับให้กลายเป็นผู้ค้ารายย่อย เพื่อหาเงินเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว

บางส่วนมีประสบการณ์ถูกกระทำความรุนแรง และเกี่ยวโยงกับฐานความผิดปัจจุบัน

“นักโทษหญิงหลายคนมีประวัติความยากจน ความเจ็บป่วยทางจิต
และการถูกล่วงละเมิดทางเพศและทางร่างกาย”

Helen Fair ผู้รวบรวมข้อมูล the World Female Imprisonment List

รายงานผู้หญิงในโลกหลังกำแพงดังกล่าว ยังชี้ให้เห็นถึงการถูกกระทำความรุนแรง หรือมีประสบการณ์ความรุนแรง เคยถูกทำร้าย (เช่น ดุด่า พูดจาดูถูก เยาะเย้ย) มากที่สุด ที่ 33.9% หรือ 843 คน โดยในจำนวนนี้ เกินครึ่ง (54.8%) ถูกกระทำความรุนแรงมากกว่า 5 ครั้ง โดยผู้ต้องขังหญิง 46.1% ระบุว่า เกี่ยวข้องกับฐานความผิดปัจจุบัน

รองลงมาคือ เคยถูกทำร้ายร่างกาย (เช่น ตี ตบ เตะ ต่อย น้ำร้อนลวก) ที่ 28.0% หรือ 690 คน ในจำนวนนี้ ถูกทำร้ายมากที่สุด ที่ 1-2 ครั้ง (41.4%) รองลงมาคือถูกทำร้ายร่างกายมากกว่า 5 ครั้ง (39.8%) และถูกทำร้ายร่างกายจากคู่ครอง (สามี / คนรัก / แฟน) มากที่สุด (73.8%) นอกจากนี้ผู้ต้องขังหญิง 24.6% ระบุว่าเกี่ยวข้องกับฐานความผิดปัจจุบัน

และอันดับที่สามคือ เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ (เช่น ลวนลาม จับต้องร่างกาย การล่วงล้ำทางอวัยวะเพศหรือทวารหนัก) กว่า 5.0% หรือ 123 คน ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่โดนล่วงละเมิดทางเพศ 1-2 ครั้ง (64.6%) โดยถูกล่วงละเมิดจากคู่ครอง (สามี / คนรัก / แฟน) มากที่สุด (39.5%) รองลงมาคือบุคคลที่รู้จัก เช่น เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน (26.5%) และผู้ต้องขังหญิง 18.9% ระบุว่าเกี่ยวข้องกับฐานความผิดปัจจุบัน

“เราหวังว่าข้อมูลที่นำเสนออย่างชัดเจนใน The World Female Imprisonment List นี้
จะสนับสนุนและเสริมสร้างข้อเรียกร้องให้ยุติการจำคุกผู้หญิงและเด็กหญิงที่ไม่จำเป็น
และสร้างความเสียหาย”

Helen Fair ผู้รวบรวมข้อมูล the World Female Imprisonment List

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เปิดสถิติฉ้อโกงเดือน ก.พ. 69 พบคนไทยโดนหลอกเฉียดพันล้าน

37 นาทีที่แล้ว

คณะผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน บรรลุฉันทามติเลือก "ผู้สืบทอดคาเมเนอี"

49 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...