วันสตรีสากล 2569 : สถานการณ์ ‘ผู้ต้องขังหญิงไทย’ ในเรือนจำ ยังสูงเป็นอันดับต้นของโลก
ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา สถานการณ์ทั่วโลกสะท้อนว่า จำนวน ผู้ต้องขังหญิง เพิ่มขึ้นเร็วกว่าจำนวนผู้ต้องขังชาย โดยปัจจุบันมีผู้ต้องขังหญิงทั่วโลกกว่า 733,000 คน
สาเหตุที่ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ผู้ต้องขังหญิง เนื่องจากลักษณะของเรือนจำและทัณฑสถานส่วนมากมักถูกสร้างขึ้นสำหรับผู้ชายเป็นหลัก ส่งผลให้ไม่เอื้อต่อความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิง และอาจนำไปสู่การไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเท่าเทียมผู้ต้องขังชาย
การดำเนินมาตรการฟื้นฟูที่คำนึงถึงความต้องการเฉพาะเชิงเพศภาวะของผู้ต้องขังหญิงจึงไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ และหลักการไม่เลือกปฏิบัตินี้เองถือเป็นหลักการสำคัญของข้อกำหนดกรุงเทพ (หรือข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง) ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2553 และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เอาหลักการนี้ไปใช้ปรับใช้ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้จากข้อมูลจะชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีแนวโน้มเกี่ยวกับผู้ต้องขังหญิงที่ดีขึ้น จากการมีจำนวนผู้ต้องขังหญิงมีแนวโน้มลดลง แต่หากเทียบกับสถานการณ์ในหลายประเทศทั่วโลก ประเทศไทยก็ยังถือว่ามีผู้ต้องขังหญิงสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเช่นกัน
นอกจากนี้ หนทางเข้าสู่เรือนจำของผู้ต้องขังหญิงยังอาจเกิดได้หลายปัจจัย การถูกใช้ความรุนแรง ความยากจน ภาระครอบครัว ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงบางส่วนต้องมาติดคุกติดตะราง
เนื่องใน วันสตรีสากล 8 มีนาคม ของทุกปี The Active ชวนดูสถานการณ์ผู้ต้องขังหญิงของไทย ไปให้ถึงปัจจัยของการกระทำผิด อะไร ? ทำให้ชีวิตของหญิงไทยจำนวนไม่น้อย ต้องลงเอยด้วยการไร้ซึ่งอิสรภาพ
สถานการณ์ทั่วโลก สัดส่วน ‘ผู้ต้องขังหญิง’ เพิ่มขึ้นสูงกว่าผู้ต้องขังชาย
ข้อมูลจาก World Prison Brief ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา จำนวนผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ต้องขังชาย โดยผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นถึง 57% ในขณะที่ผู้ต้องขังชายเพิ่มขึ้นเพียง 22% เท่านั้น
ในหลายประเทศ มีจำนวนผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี 2543 เช่น กัมพูชา (เพิ่มมากกว่า 9 เท่า), อินโดนีเซีย (เพิ่มมากกว่า 7 เท่า), เอลซัลวาดอร์ (เพิ่มมากกว่า 7 เท่า), กัวเตมาลา (เพิ่มเกือบ 6 เท่า) และบราซิล (เพิ่ม 5 เท่า) โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ที่มีผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นรวมมากกว่า 2 เท่า
สถิติผู้ต้องขังหญิงไทย ติด Top 5 ของโลก
หากย้อนกลับมาดูสถานการณ์ผู้ต้องขังหญิงของไทย อ้างอิงจากรายงาน World Female Imprisonment List (sixth edition) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 จะพบว่ามีค่าสถิติผู้ต้องขังหญิงที่สูงในหลายมิติ
ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม ปี 2566 มีจำนวนผู้ต้องขังหญิงอยู่ที่ 33,057 คน มีสัดส่วนผู้ต้องขังหญิงต่อผู้ต้องขังทั้งหมด 12.1% และอัตราผู้ต้องขังหญิง 47.1 คนต่อประชากรแสนคน
สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับสถานการณ์ในปี 2563 โดยมีจำนวนผู้ต้องขังหญิง สัดส่วนผู้ต้องขังหญิงต่อผู้ต้องขังทั้งหมด และอัตราผู้ต้องขังหญิงต่อประชากรแสนคนลดลงทั้งหมด
ปี จำนวนผู้ต้องขังหญิง
(คน) สัดส่วนผู้ต้องขังหญิง
ต่อผู้ต้องขังทั้งหมด (%) อัตราผู้ต้องขังหญิง
(คนต่อประชากรแสนคน) 2543 35,803 17.4% 57.4 2548 28,452 17.2% 43.4 2553 29,175 14.6% 43.9 2558 44,152 14.4% 65.5 2563 47,869 12.7% 69.0 ธ.ค. 2566 33,057 12.1% 47.1
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะดูดีขึ้น แต่ในระดับโลกเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้ว ประเทศไทยยังถือว่ามีผู้ต้องขังหญิงสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
จำนวนผู้ต้องขังหญิงของประเทศไทยอยู่ที่ 33,057 คน จากจำนวนผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก 733,185 คน คิดเป็น 4.51% และจำนวนดังกล่าวยังถือว่า สูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ซึ่ง 4 ประเทศก่อนหน้าล้วนเป็นประเทศที่ใหญ่และมีประชากรจำนวนมาก (ประชากรมากกว่า 100 ล้านคนทั้งสิ้น) ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (มีผู้ต้องขังหญิง 174,607 คน), จีน (ไม่น้อยกว่า 145,000 คน), บราซิล (50,441 คน) และรัสเซีย (39,153 คน)
สัดส่วนผู้ต้องขังหญิงเทียบกับผู้ต้องขังทั้งหมดของไทยอยู่ที่ 12.1% ซึ่งสัดส่วนทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 6.8% เท่านั้น และไทยอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก เรียงลำดับได้ดังนี้ ฮ่องกง (21.0%), มาเก๊า (17.8%), ลาว (13.7%), เมียนมา (12.3%) ซึ่งไทยอยู่ในลำดับที่ 5 เท่าเวียดนาม (12.1%) และกัวเตมาลา (12.1%)
นอกจากนี้ อัตราผู้ต้องขังหญิงของไทยที่ 47.1 คนต่อประชากรแสนคน (อัตราทั้งโลกอยู่ที่ 9.5 คนต่อประชากรแสนคน) ก็สูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลก เป็นรองแค่สหรัฐอเมริกาที่ 52.3 คนต่อประชากรแสนคนเท่านั้น
ความยากจน – ภาระครอบครัว บีบบังคับให้ต้องหาเงิน
“การจำคุกเพียงช่วงสั้น ๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้หญิงและลูก
เรือนจำมักถูกใช้เพื่อลงโทษพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความยากจน
เช่น การขโมยของในร้าน การกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเล็กน้อย และการค้าประเวณี”Catherine Heard ผู้อำนวยการโครงการวิจัยเรือนจำโลกของ ICPR
รายงาน ผู้หญิงในโลกหลังกำแพง: รายงานผลการสำรวจข้อมูลผู้ต้องขังหญิงในประเทศไทย ปี 2561 โดย สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ต้องขังหญิง 2,499 คน พบว่า ฐานความผิดส่วนใหญ่เกี่ยวกับยาเสพติดมากที่สุด (79.9% หรือ 1,985 คน) รองลงมาคือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ (13.5% หรือ 336 คน) และความผิดเกี่ยวกับเพศ (2.3% หรือ 58 คน) ตามลำดับ
ในมิติความรับผิดชอบทางครอบครัว พบว่า ผู้ต้องขังหญิงที่ทำงานก่อนเข้ามาอยู่ในเรือนจำ เกือบทั้งหมดเมื่อมี รายได้ส่วนใหญ่ต้องนำมาเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว (98.90% หรือ 1,651 คน) โดยส่วนใหญ่ต้องเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว 5 คนขึ้นไป (28.0% หรือ 466 คน) นอกจากนี้เกินกว่าครึ่งเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว (60.2% หรือ 1,471 คน) และมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลบุคคลในครอบครัว (86.8% หรือ 2,133 คน)
รายงานดังกล่าว ยังระบุถึงผลสำรวจของเหตุผลหรือแรงจูงใจในการกระทำความผิด (ตอบได้หลายข้อ) โดยมาจากปัญหาทางการเงินมากที่สุด (22.3% หรือ 1,280 คน) รองลงมาคือเพราะต้องช่วยเหลือ / หาเลี้ยงครอบครัว (15.6% หรือ 898 คน) และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (14.6% หรือ 839 คน) ตามลำดับ
เช่นเดียวกับบทความ “แดนหญิง : เรื่องราวการสร้างคนอีกครั้งหลังกำแพง ด้วยแนวคิด ‘เรือนจำสุขภาวะ’” โดย สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) ของ สสส. ระบุข้อมูลจาก นัทธี จิตสว่าง อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์และที่ปรึกษาพิเศษ TIJ ที่เผยว่าคดีกว่า 90% เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะผู้ต้องขังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจและภาระครอบครัวที่บีบบังคับให้กลายเป็นผู้ค้ารายย่อย เพื่อหาเงินเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว
บางส่วนมีประสบการณ์ถูกกระทำความรุนแรง และเกี่ยวโยงกับฐานความผิดปัจจุบัน
“นักโทษหญิงหลายคนมีประวัติความยากจน ความเจ็บป่วยทางจิต
และการถูกล่วงละเมิดทางเพศและทางร่างกาย”Helen Fair ผู้รวบรวมข้อมูล the World Female Imprisonment List
รายงานผู้หญิงในโลกหลังกำแพงดังกล่าว ยังชี้ให้เห็นถึงการถูกกระทำความรุนแรง หรือมีประสบการณ์ความรุนแรง เคยถูกทำร้าย (เช่น ดุด่า พูดจาดูถูก เยาะเย้ย) มากที่สุด ที่ 33.9% หรือ 843 คน โดยในจำนวนนี้ เกินครึ่ง (54.8%) ถูกกระทำความรุนแรงมากกว่า 5 ครั้ง โดยผู้ต้องขังหญิง 46.1% ระบุว่า เกี่ยวข้องกับฐานความผิดปัจจุบัน
รองลงมาคือ เคยถูกทำร้ายร่างกาย (เช่น ตี ตบ เตะ ต่อย น้ำร้อนลวก) ที่ 28.0% หรือ 690 คน ในจำนวนนี้ ถูกทำร้ายมากที่สุด ที่ 1-2 ครั้ง (41.4%) รองลงมาคือถูกทำร้ายร่างกายมากกว่า 5 ครั้ง (39.8%) และถูกทำร้ายร่างกายจากคู่ครอง (สามี / คนรัก / แฟน) มากที่สุด (73.8%) นอกจากนี้ผู้ต้องขังหญิง 24.6% ระบุว่าเกี่ยวข้องกับฐานความผิดปัจจุบัน
และอันดับที่สามคือ เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ (เช่น ลวนลาม จับต้องร่างกาย การล่วงล้ำทางอวัยวะเพศหรือทวารหนัก) กว่า 5.0% หรือ 123 คน ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่โดนล่วงละเมิดทางเพศ 1-2 ครั้ง (64.6%) โดยถูกล่วงละเมิดจากคู่ครอง (สามี / คนรัก / แฟน) มากที่สุด (39.5%) รองลงมาคือบุคคลที่รู้จัก เช่น เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน (26.5%) และผู้ต้องขังหญิง 18.9% ระบุว่าเกี่ยวข้องกับฐานความผิดปัจจุบัน
“เราหวังว่าข้อมูลที่นำเสนออย่างชัดเจนใน The World Female Imprisonment List นี้
จะสนับสนุนและเสริมสร้างข้อเรียกร้องให้ยุติการจำคุกผู้หญิงและเด็กหญิงที่ไม่จำเป็น
และสร้างความเสียหาย”Helen Fair ผู้รวบรวมข้อมูล the World Female Imprisonment List
อ้างอิง
- Female prison population growing faster than male, worldwide
- World Female Imprisonment List
- World Female Imprisonment List (second edition)
- World Female Imprisonment List (third edition)
- World Female Imprisonment List (fourth edition)
- World Female Imprisonment List (fifth edition)
- World Female Imprisonment List (sixth edition)
- ผู้หญิงในโลกหลังกำแพง: รายงานผลการสำรวจข้อมูลผู้ต้องขังหญิงในประเทศไทย ปี 2561
- TIJ Bangkok Rules