โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ZUS COFFEE กางแผนชิงส่วนแบ่งตลาดกาแฟไทย ตั้งเป้าปูพรม 50 สาขา ภายในปี 2569

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 ม.ค. เวลา 11.34 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. เวลา 04.34 น.

รุกโมเดล New Retail ชูเทคโนโลยี App-first ขยายอาณาจักรหลังพุ่งแตะ 1,000 สาขาทั่วอาเซียน วางกลยุทธ์ "Specialty ที่เข้าถึงได้" ในราคาเริ่มต้น 65 บาท หวังเจาะฐานผู้บริโภคระดับแมสทั่วประเทศ ชี้ไทยเป็นตลาดศักยภาพสูงลำดับต้นของภูมิภาค ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของเชนเครื่องดื่มข้ามชาติ ยุทธศาสตร์การรุกตลาดภูมิภาค: จากมาเลเซียสู่หมุดหมายสำคัญในประเทศไทย

ZUS COFFEE (ซุส คอฟฟี่) เชนกาแฟรายใหญ่จากประเทศมาเลเซีย ประกาศแผนยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจเชิงรุกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยตั้งเป้าหมายการดำเนินงานระยะสั้นด้วยการเปิดสาขาให้ครบ 50 แห่งทั่วประเทศภายในปี พ.ศ. 2569 การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์การขยายตัวระดับภูมิภาค (Regional Expansion) ที่สำคัญ หลังจากที่แบรนด์ประสบความสำเร็จในการปักธงครอบคลุมตลาดสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และบรูไน รวมถึงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียในลำดับถัดไป

ในการก้าวเข้าสู่ตลาดประเทศไทยครั้งนี้ ZUS COFFEE มุ่งเน้นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) ท่ามกลางสภาวะตลาดกาแฟไทยที่มีความเข้มข้นและมีผู้เล่นรายใหญ่ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่หลายราย โดยแบรนด์ใช้ความแข็งแกร่งจากการเติบโตที่ก้าวกระโดดนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2562 ซึ่งสามารถขยายเครือข่ายสาขาได้ครบ 1,000 แห่งทั่วอาเซียนในปี 2568 ที่ผ่านมา พร้อมโครงสร้างการจ้างงานในภูมิภาคกว่า 8,000 อัตรา สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินและโมเดลธุรกิจที่ผ่านการพิสูจน์แล้วในตลาดต่างประเทศ

"การเปิดตัวในประเทศไทยมีความหมายสำคัญในฐานะตลาดที่เปี่ยมไปด้วยความหลากหลาย เรามุ่งมั่นที่จะเรียนรู้เสน่ห์ วัฒนธรรม และรสนิยมด้านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้บริโภคชาวไทย เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกับทีมงานในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน" - เวนอน เทียน (Venon Tian) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่ม ZUS COFFEE

โมเดลธุรกิจ Data-Driven และเทคโนโลยี New Retail

หัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจที่ทำให้ ZUS COFFEE แตกต่างจากร้านกาแฟดั้งเดิม คือการใช้โมเดล New Retail ภายใต้แนวคิด App-first ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึก (Data Insights) ผ่านแอปพลิเคชันของตนเอง เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อและความพื่นชอบของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ใน 3 ส่วนงานหลัก:

  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) : ปรับปรุงสูตรและเมนูให้สอดคล้องกับรสนิยมท้องถิ่น
  • ประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operational Efficiency) : บริหารจัดการวัตถุดิบและมาตรฐานคุณภาพให้คงที่ทั่วภูมิภาค
  • ประสบการณ์ผู้บริโภค (Customer Experience) : การสั่งซื้อออนไลน์เพื่อลดระยะเวลาการรอสินค้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สังคมเมือง

กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้แบรนด์สามารถลดต้นทุนแฝงและบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถทำราคาสินค้าในระดับที่แข่งขันได้สูง โดยเฉพาะในตลาดสเปเชียลตี้ที่มักถูกมองว่ามีราคาสูงเกินไปสำหรับผู้บริโภคทั่วไป

การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Product Positioning) ในตลาดไทย

ZUS COFFEE วางตำแหน่งทางการตลาดในประเทศไทยด้วยแนวคิด "กาแฟสเปเชียลตี้ที่เข้าถึงได้" (Accessible Specialty Coffee) โดยกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 65 บาท เพื่อทลายกำแพงระหว่างกาแฟพรีเมียมและกาแฟในชีวิตประจำวัน โดยมีเมนูเรือธงอย่าง Spanish Latte ที่มียอดขายสะสมกว่า 30 ล้านแก้วทั่วโลกเป็นสินค้าตัวนำในการสร้างการจดจำแบรนด์

"กาแฟสเปเชียลตี้ควรเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่เครื่องดื่มเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับกลุ่มคนจำนวนน้อย ผู้บริโภคชาวไทยไม่ควรต้องเลือกระหว่างคุณภาพกับราคาที่เหมาะสม เป้าหมายของเราคือการทำให้พรีเมียมกาแฟเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน"- ภัทธนันต์ มีสิริพีราธร ผู้จัดการทั่วไป ZUS COFFEE ประเทศไทย

การรุกตลาดในครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของแบรนด์กาแฟสัญชาติอาเซียนในการชิงส่วนแบ่งจากตลาดที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดย ZUS COFFEE ยึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนสถานะของกาแฟคุณภาพจาก "สินค้าฟุ่มเฟือย" (Luxury) ให้กลายเป็น "สินค้าจำเป็น" (Necessity) ที่ผู้บริโภคไทยสามารถดื่มด่ำได้ทุกชุมชนผ่านเทคโนโลยีและความสะดวกสบายที่เหนือกว่า

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...