ราชกิจจาฯ เปิดทางสถานศึกษารับเด็กต่างด้าว–ไร้ทะเบียนราษฎร์–ไม่มีสัญชาติไทย เข้าเรียนได้
ราชกิจจาฯ เปิดทางสถานศึกษารับเด็กต่างด้าว–ไร้ทะเบียนราษฎร์–ไม่มีสัญชาติไทย เข้าเรียนได้
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. 2568 นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยกำหนดให้สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการสามารถรับนักเรียน นักศึกษากลุ่มดังกล่าวเข้าเรียนได้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 เป็นต้นไป
ปรับเกณฑ์ใหม่ เปิดโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม
ประกาศฉบับใหม่นี้ มีผลให้ ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 และปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ที่มุ่งขยายโอกาสทางการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย สาระสำคัญคือ การเปิดกว้างให้ ทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยสามารถเข้าถึงการศึกษาได้โดยไม่จำกัดระดับ ประเภท หรือพื้นที่การศึกษา สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิเด็ก ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่
นิยามสำคัญที่สถานศึกษาควรรู้
ประกาศฉบับนี้ได้ให้คำนิยามที่ชัดเจน ได้แก่
- บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หมายถึง บุคคลที่ไม่มีรายการในระบบทะเบียนราษฎรตามกฎหมายของประเทศไทย
- บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย หมายถึง บุคคลต่างด้าวที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย
- ระบบ G Code คือ ระบบกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียนสำหรับผู้ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร โดยเป็นรหัส 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยอักษร G
แนวปฏิบัติสำหรับสถานศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้สถานศึกษาดำเนินการดังนี้
- รับเด็กหรือบุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทย เข้าเรียนตามระเบียบว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2548
- หากผู้สมัครมีเอกสารทะเบียนราษฎรหรือเลขประจำตัว 13 หลัก ให้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ
- หากไม่มีเอกสารหรือเลขประจำตัว 13 หลัก ให้ดำเนินการกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียนใน ระบบ G Code เพื่อใช้เป็นข้อมูลผู้เรียนชั่วคราว
ประสานผู้ปกครอง จัดทำสถานะทางทะเบียน
สถานศึกษาต้องประสานผู้ปกครอง เพื่อรวบรวมเอกสารและส่งเรื่องไปยังสำนักทะเบียนอำเภอหรือท้องถิ่น เพื่อขอจัดทำทะเบียนราษฎรและเลขประจำตัว 13 หลักให้กับนักเรียนตามกฎหมาย หากไม่สามารถกำหนดสถานะได้ ให้คงรหัส G Code ไว้จนกว่านักเรียนจะสำเร็จการศึกษา เมื่อได้รับเลขประจำตัว 13 หลักเรียบร้อยแล้ว สถานศึกษาต้องแก้ไขข้อมูลในทะเบียนนักเรียนให้ถูกต้องตามระบบ
ก้าวสำคัญของระบบการศึกษาไทย
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการฉบับนี้สะท้อนแนวคิด “การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน” และเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนทุกกลุ่มได้พัฒนาศักยภาพอย่างเท่าเทียม อันจะส่งผลต่อความมั่นคงทางสังคมและประเทศในระยะยาว
อ่านประกาศและรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากข่าวต้นฉบับ: https://www.matichon.co.th/local/education/news_5573399