สธ.ส่งสัญญาณรับมือ ‘ยาขึ้นราคา’ ขอผู้ผลิตชะลอ-หยุดส่งออกชั่วคราว
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตยาหลายแห่งยืนยันว่า แหล่งผลิตยาไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ต้นทุนการขนส่งอาจเพิ่มขึ้น อาจทำให้ราคายามีโอกาสปรับสูงขึ้นตามค่าขนส่ง ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมอาหารและยา(อย.) อยู่ระหว่างเรียกประชุมบริษัทผู้ผลิตยาเพื่อสอบถามสถานการณ์ โดยบริษัทผู้ผลิตยาส่วนใหญ่ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขการปรับราคาได้
เพียงแต่ประเมินว่าอาจมีการปรับขึ้นตามต้นทุนค่าขนส่ง โดยปัจจุบันประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้ายาเป็นจำนวนมาก แม้จะมีการผลิตยาในประเทศ แต่กระบวนการผลิตจำนวนไม่น้อยยังต้องนำเข้าสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม หรือ API (Active Pharmaceutical Ingredient) จากต่างประเทศเพื่อนำมาผลิตยาในประเทศ
“เพื่อสร้างความมั่นคงด้านยาในช่วงสถานการณ์ไม่แน่นอน อย. จึงได้ขอความร่วมมือจากผู้ผลิตยาภายในประเทศที่นำเข้า API มาผลิตยาให้ชะลอหรือหยุดการส่งออกยาไปต่างประเทศชั่วคราว และให้จัดสรรยาเพื่อใช้ในประเทศเป็นลำดับแรก ส่วนใหญ่เป็นยาเคมีทั่วไปที่ใช้ในระบบบริการสาธารณสุข เช่น ยาพื้นฐานหรือยาที่มีราคาไม่สูงมาก ยาพาราเซตามอน หรือยากลุ่มแก้อักเสบ ซึ่งเป็นยาที่ใช้กันทั่วไปในระบบบริการ”นพ.สมฤกษ์กล่าว
ทั้งนี้ จากที่หารือร่วมกับ อย.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า ยาที่เกี่ยวข้องกับแหล่งผลิตหรือสารตั้งต้นจากภูมิภาคตะวันออกกลางมียาเพียงประมาณ 1-2 รายการที่ใช้สารตั้งต้นจากพื้นที่ดังกล่าวในการผลิต จึงเชื่อว่าในระยะสั้นยังไม่น่าจะเกิดปัญหาการขาดแคลนยาในประเทศไทย แต่สิ่งที่อาจได้รับผลกระทบ คือ เรื่องการขนส่งและค่าเดินทาง ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
“เชื่อว่าในช่วงประมาณ 2 เดือนข้างหน้า ประเทศไทยยังไม่น่าจะประสบปัญหาการขาดแคลนยา เนื่องจากระบบสำรองยาของประเทศยังมีเพียงพอ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจปริมาณสต๊อกยาในโรงพยาบาลและหน่วยบริการต่างๆ เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดซึ่ง สธ. ได้ขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลทั่วประเทศไม่ให้มีการสั่งซื้อยาเพื่อกักตุนหรือสต๊อกเกินความจำเป็น เนื่องจากอาจทำให้ระบบการกระจายยาเกิดความไม่สมดุล”นพ.สมฤกษ์กล่าว