โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ดื่มแก้วเดียวไม่เป็นไรหรอก" ปฏิเสธยังไงเมื่อไม่อยากดื่มแอลกอฮอล์ในวันกินเลี้ยง?

The MATTER

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 09.41 น. • Lifestyle

“ดื่มแค่แก้วเดียว ไม่เป็นไรหรอกน่า”

ยิ่งดึก เสียงหัวเราะก็ยิ่งดัง นอกจากเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มอยู่ด้านหลังแล้ว ยังปะปนด้วยเสียงใครสักคนกำลังเล่าเรื่องตลก ขณะที่คนอื่นหัวเราะจนแทบหายใจไม่ทัน ค่ำคืนนี้ดูยืดยาวราวไปจนนิรันดร์ ขวดเบียร์ถูกหยิบยื่นมาให้เรื่อยๆ แม้ว่าเราจะส่ายหน้า บอกปฏิเสธเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล เพราะไม่มีใครเชื่อว่าบรรยากาศน่าสนุกแบบนี้จะมีคนที่อยากคงสติไว้จนงานเลี้ยงเลิกรา

การปฏิเสธที่จะดื่มดูไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก เมื่อหลายคนมองว่าการดื่มถือเป็นมารยาททางสังคม ความเกรงใจที่ไม่อยากทำให้อีกฝ่ายเสียหน้า จึงทำให้เราต้องเผลอรับแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ หากเพียงแค่แก้วสองแก้วแล้วจบกันคงไม่มีปัญหาอะไร แต่หลายครั้งเรากลับต้องเผชิญกับความกระอักกระอ่วน เมื่ออีกฝ่ายพยายามคะยั้นคะยอให้เรายกดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า จนเกินลิมิตที่ตั้งไว้ กลายเป็นเพียงความทรงจำแย่ๆ ในค่ำคืนนั้น

ทำไมการปฏิเสธในวงสุราจึงเป็นเรื่องยากมากกว่าที่หลายคนคิด และถ้าหากเราไม่ต้องการให้ลงเอยถึงขั้นเมามายไม่ได้สติจะมีวิธีปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียน้ำใจได้บ้าง

เมื่อเราดื่มเพราะความกดดันจากวงสุรา

ไม่ใช่ทุกคนจะอยากดื่มเพราะอยากผ่อนคลายความเหนื่อยล้า แต่ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจยกแก้ว เพียงเพราะความกดดันและเสียงเชียร์จากเพื่อนรอบโต๊ะ หรือ ‘peer pressure’ ด้วยเหตุผลนี้เองการปฏิเสธแอลกอฮอล์เป็นเรื่องยากมากกว่าที่คิด

ลองนึกดูว่าคนที่ส่งแก้วสีอำพันนั้นเป็นหัวหน้า รุ่นพี่ในที่ทำงาน หรือเพื่อนที่สนิทกันมานาน เราเองก็คงอยากรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้ และไม่กล้าปฏิเสธไปตรงๆ แม้ใจจะไม่อยากดื่ม แต่ก็ต้องรับไว้ก่อน ส่วนจะดื่มมากน้อยยังไงค่อยว่ากันทีหลัง

ความกดดันนี้แฝงมาพร้อมกับพฤติกรรมหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เสียงเชียร์ของเพื่อนที่ขอให้เราดื่มอีกแก้ว บางคนก็อาจใช้วิธียื่นแก้วให้เลยจนเราต้องรับเพื่อไม่ให้เสียมารยาท บางทีก็รินให้โดยไม่ถามไถ่ความสมัครใจ หรือบางครั้งยังอาจมาพร้อมกับเสียงโฮ่ฮา หากมีใครปฏิเสธขึ้นมาจริงๆ คนนั้นก็อาจถูกมองว่าเป็นคนน่าเบื่อ ถูกล้อ ถูกแซว ถูกยุ เพื่อทดสอบความอดทน จะเห็นว่าความกดดันที่ว่านี้ไม่ได้มาพร้อมกับการข่มขู่หรือพูดจารุนแรง หรือมีเจตนาร้ายเสมอไป กลับกันมักมาพร้อมกับความเป็นมิตร หรืออยากให้เราสนุกกับงานนี้ จึงทำให้เราปฏิเสธได้ยากยิ่ง

หลายคนอาจมองว่าความกดดันนี้คงใช้ได้ผลกับคนอายุน้อยที่ยังไม่ประสีประสาในโลกการทำงานของผู้ใหญ่ แต่ที่จริงความกดดันนี้เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย มีงานวิจัยจาก Drinkaware องค์กรให้ความรู้เรื่องแอลกอฮอล์ในอังกฤษ วิเคราะห์ข้อมูลและผลสำรวจออนไลน์จากผู้ใหญ่ 2,145 คน ชี้ให้เห็นคนช่วงอายุ 55 ขึ้นไป มักโดนแรงกดดันจากเพื่อนรอบตัวได้มากกว่ากลุ่มอื่นๆ เพราะไม่ทันสังเกตว่าพฤติกรรมที่เคยเจอคือการกดดันรูปแบบหนึ่ง

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมการมองพฤติกรรมกดดันให้ออกถึงสำคัญ การศึกษานี้อธิบายต่อไปว่ายิ่งเรามองเห็นพฤติกรรมการกดดันในวงสุราได้มากเท่าไหร่ ก็จะทำให้เรายิ่งระมัดระวังการดื่มมากเท่านั้น และสามารถหาทางให้แรงกดดันลดลงได้ แต่จากผลสำรวจพบว่าคนช่วงวัย 55 ขึ้นไปมีเพียง 20% เท่านั้นที่สามารถเห็นพฤติกรรมนี้ ขณะที่ผู้ดื่มอายุ 18–34 ปี มากกว่า 60% มองเห็นว่าแรงกดดันให้ดื่มเป็นพฤติกรรมก้าวร้าว จึงทำให้พวกเขาสามารถหาทางหลีกเลี่ยงได้ทันที

ผลของการดื่มตามแรงกดดัน ไม่ได้ส่งผลต่อสติและสุขภาพของเราเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นจุดเริ่มต้นของอาการติดสุราด้วย โดยศูนย์บำบัด Banyan Treatment Centers Texas อธิบายว่า แม้ว่า peer pressure อาจไม่ได้ก่อนให้เกิดการติดสุราโดยตรง แต่ก็สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนคนหนึ่งตัดสินใจดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นได้ โดยพบว่าคนที่มีปัญหาติดสุรามักไวต่อแรงกดดันจากเพื่อนมากกว่าปกติ ทำให้ยากจะปฏิเสธ พวกเขามักมีพฤติกรรมการยับยั้งชั่งใจลดลง จนยอมดื่มตามแรงกดดันเพื่อน

ดังนั้นแล้ว แม้ว่าการยกดื่มจะเหมือนเป็นตัวช่วยในการเข้าสังคมและรักษาความสัมพันธ์ เพราะทำให้เราถูกยอมรับหรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนั้น แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าการถูกยอมรับด้วยวิธีนี้อาจมีความเสี่ยงตามมา และได้ผลเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะทุกคนพร้อมจะลืมในเช้าวันถัดมาเสมอ

ยืนหยัดที่จะปฏิเสธ

แม้ว่าบรรยากาศในกลุ่มจะสนุกสนานแค่ไหน แต่ก็อย่าลืมว่าการดื่มอย่างหนักมักไม่เป็นผลดีกับชีวิต หลายครั้งอาจทำให้เสียการเสียงาน เสียสุขภาพ รวมไปถึงเสียความสัมพันธ์ ดังนั้นเราจึงควรรู้ขีดจำกัดตัวเอง และหาทางปฏิเสธเพื่อไม่ให้เราเผลอยกดื่มตามแรงกดดันจนควบคุมสติไม่อยู่

Drinkaware องค์กรที่มีเป้าหมายลดอันตรายจากแอลกอฮอล์ แนะนำว่าการปฏิเสธที่ดีที่สุด คือ การพูดออกไปตรงๆ แม้ว่าจะช่วงแรกจะเป็นเรื่องยาก ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่เรากล่าวไปตอนแรก แต่สิ่งที่ช่วยให้การปฏิเสธของเรามีน้ำหนักมากขึ้น คือการบอกออกไปพร้อมเหตุผลและความจำเป็นเพื่อให้คนอื่นเข้าใจข้อจำกัดของเรามากขึ้น

อันดับแรกของการปฏิเสธ เราอาจต้องเข้าใจรูปแบบการดื่มของตัวเองก่อน เช่น ลิมิตของตัวเองคืออะไร จากนั้นตั้งขอบเขตการดื่มของตัวเองไว้ แต่ข้อควรระวังคือหากเราดื่มแก้วแรกไปแล้ว แก้วต่อไปจะหยุดได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการยืนหยัดให้ขอบเขตของตัวเอง หากปฏิเสธไม่ดื่มตั้งแต่แรกได้เลยยิ่งดี เช่น อาจจะบอกว่าวันนี้เป็นวันงดดื่มของตัวเอง หรือออกปากว่าเดี๋ยวเป็นคนดูแลตอนทุกคนเมาเอง

นอกจากนี้สิ่งที่จะช่วยให้การปฏิเสธง่ายขึ้น เราอาจจะลองคุยกับเพื่อนล่วงหน้าเพื่อลดแรงกดดันลง เช่น พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า หมอสั่งให้งดแอลกอฮอล์ หรือจำเป็นต้องขับรถกลับบ้าน เหตุผลเหล่านี้มักเป็นเหตุผลของคนที่หวังดีกับเราจะเข้าใจจริงๆ และไม่พยายามกดดันให้เราต้องดื่มเพื่อความสนุกด้วย

ส่วนกรณีที่เราสามารถดื่มได้บ้าง แต่ไม่อยากดื่มจนเลยเถิด ก็อาจเลือกใช้วิธีจำกัดการดื่มด้วยตัวเอง เช่น ถือแก้วเดิมไว้นานๆ เพื่อไม่ให้คนมาเติม หรือดื่มสลับกับเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพื่อลดปริมาณการดื่ม วิธีเหล่านี้จะช่วยให้เรายังรู้สึกมีส่วนร่วมกับกลุ่ม โดยที่เราไม่ต้องดื่มมากเกินไปจนประคองสติไม่อยู่

สุดท้ายหากไม่ว่าจะบอกเหตุผลไปเท่าไหร่ ก็ยังมีบางคนในกลุ่มใช้วิธีต่างๆ เพื่อกดดันให้เรายอมดื่ม สิ่งสำคัญคือการยืดหยัดที่จะปฏิเสธ พูดว่า ‘ไม่’ ออกไปอย่างชัดเจน อย่าใจอ่อน หรือยอมให้บรรยากาศพาไป ความต้องการอย่างแน่วแน่ของเราจะช่วยให้เราออกจากสถานการณ์การกดดันซ้ำๆ ได้

เพราะหากนี่เป็นการเข้าสังคม ก็ไม่ควรต้องมีใครอึดอัดใจที่ต้องฝืนทำสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการนี่นา

อ้างอิงจาก

drinkaware.co.uk

pmc.ncbi.nlm.nih.gov

medicalbrief.co.za

banyantreatmentcenter.com

Graphic Designer: Manita Boonyong
Editorial Staff: Paranee Srikham

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...