โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลังชูส่งออกเร่งได้อีก กลยุทธ์ลงทุนหุ้นแถว 2

ทันหุ้น

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ส่งออก #ทันหุ้น – ขุนคลังเชื่อส่งออกเร่งตัวใน 150 วันนี้ ยังไม่ไว้วางใจภาษีสหรัฐ 15% เร่งเจรจาให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุด ด้านส่งออกไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดันกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์วิ่งยกแผง กูรูชี้หุ้น DELTA สูงไป ห่วงติด Cash Balanceวางกลยุทธ์พิจารณาหุ้นแถว 2 แนะ HANA เงินสดดี ราคาต่อมูลค่าบัญชีต่ำ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง เชื่อว่า จากการที่สหรัฐจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้าในอัตรา 15% และเป็นการชั่วคราว 150 วัน หลังศาลสูงสุดของสหรัฐ มีคำตัดสินในมาตรการ Reciprocal Tariffs ไม่สามารถทำต่อไป จะทำให้ผู้ส่งออกไทยเร่งการส่งออกไปยังสหรัฐ ในช่วงไตรมาส 1 และ ไตรมาส 2/2569 อย่างเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นอัตราภาษีที่ลดลงจากเดิมที่สหรัฐ ประกาศจะเรียกเก็บจากสินค้าไทยในอัตราที่ 19%

และการที่ทุกประเทศทั่วโลกกลับมาใช้อัตราภาษีเท่ากันหมดที่ 15% จึงทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันกลับมาเท่าเทียม และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2569 ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปีนี้เติบโตได้ดีกว่า 2% ส่วนจะเติบโตถึง 3% หรือไม่ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม

อย่างไรก็ดีในระยะยาวรัฐบาลยังต้องเดินหน้าเจรจาเรื่องภาษีการค้าอย่างต่อเนื่องต่อไป เพราะไม่ได้แปลว่าจะมีการหยุดในเรื่องการกีดกัน และต้องพยายามคว้าโอกาส และทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์สูงสุด

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า อัตราภาษีที่ 15% ที่ประกาศออกมานั้น ทุกประเทศได้รับเท่าเทียมกันหมด ไม่มีประเทศไหนได้เปรียบกัน จะส่งผลดีกับไทย ส่วนในระยะยาว ยังเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ ต้องติดตามต่อว่าสถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร มองว่าช่วง 150 วันนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ไทยต้องเร่งเจรจาเพื่อกำหนดอัตราภาษีและประเภทสินค้าที่เหมาะสมหลังจากครบกำหนด

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่าการส่งออกเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เติบโต 24.4% โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ AI และสินค้าเกษตร

@วางกลยุทธ์ลงทุน

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ตัวเลขการส่งในออกเดือนมกราคมที่ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ สินค้าที่เติบโตอย่างโดดเด่น มาจากกลุ่ม เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเติบโตดีในทุกประเภทสินค้า โดยเฉพาะแผงวงจรไฟฟ้า (IC), ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD), แผงวงจรพิมพ์ และมอเตอร์ต่างๆ เป็นการเติบโตตามเมกะเทรนด์ของโลก ซึ่งมีความต้องการสูงและต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์พิสูจน์ให้เห็นว่าได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าค่อนข้างน้อย เห็นได้จากการเผชิญกับกำแพงภาษี (Tariff) ถึง 19% แต่ยอดส่งออกยังสามารถเติบโตได้เรื่อยๆ ดังนั้นจึงให้น้ำหนักกับตัวเลขการส่งออกที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าข่าวเรื่องการปรับเปลี่ยนภาษีนำเข้าสหรัฐ ขณะที่กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารยังได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการถูกเก็บภาษีลดลง แต่อาจมีผลกระทบเชิงลบจากตัวเลขส่งออกที่ลดลง จึงมองบวกในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า

ส่วนทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าไม่สามารถกดดันยอดส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้ เนื่องจากความต้องการในตลาดโลกที่รุนแรงและแข็งแกร่งกว่าปัจจัยเรื่องค่าเงิน โดยแนวโน้มในระยะสั้นเงินดอลลาร์อาจถูกกดดันจากความกังวลเรื่องฐานะการคลังของสหรัฐ และประเด็นเรื่องการคืนภาษี ซึ่งอาจส่งผลให้เงินบาทยังคงมีทิศทางที่แข็งค่าอยู่

กลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น แนะนำหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ควรเน้นลงทุนตามปัจจัยพื้นฐานการส่งออกที่ดี เช่น DELTA แต่ราคาหุ้นจะพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่และตอบรับข่าวดีไปมาก มีความเสี่ยงที่ต้องระวังคือการติดเกณฑ์ Trading Alert List หรือCash Balance เนื่องจากราคาขึ้นมาแรงเกินไป จึงอาจพิจารณาหุ้นแถว 2 เช่น CCET, KCE, HANA ที่คาดว่าจะปลอดภัยกว่าในแง่ของระดับราคา

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการและนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากตัวเลขการส่งออกที่ดีกว่าคาดส่งผลให้เกิดแรงเก็งกำไรในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าส่งออกบางประเภทโดยเฉพาะกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง แต่การตัวเลขที่ออกมาดีมากในระยะสั้นมีความเสี่ยงแฝงอยู่ เนื่องจากเศรษฐกิจต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกที่คาดเดาได้ยาก ทำให้การพยากรณ์อนาคตทำได้ลำบากขึ้น โดย SET ในช่วงใกล้ระดับ 1,500 จุด เริ่มเห็นแรงทำกำไรสลับออกมา นักลงทุนจึงควรระมัดระวังในกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแรง

ตัวเลขการส่งออกที่ดี อาจไม่ได้สะท้อนถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเสมอไป เนื่องจากบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกได้ดีส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น ซึ่ง DELTA เป็นหุ้นตัวเดียวที่กำไรและการฟื้นตัวของรายได้เติบโตไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรม และเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นบวก ขณะที่HANA, KCE และ CCET ผลประกอบการและรายได้ยังไม่สอดคล้องกับตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัว

ดังนั้นหากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำ HANA ที่มีความน่าสนใจในเชิง Value Play เนื่องจากมีราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ต่ำเพียง 0.5 เท่า มีเงินสดในมือสูงประมาณ 6 บาทต่อหุ้น และหนี้น้อย แม้ว่าผลประกอบการจะยังไม่เห็นการฟื้นตัวที่โดดเด่นก็ตาม ส่วนหุ้นกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง แม้ภาพรวมจะดูแข็งแกร่ง แต่เริ่มมีสัญญาณเรื่องการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากคู่แข่งรายใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโมเมนตัมของกลุ่มในระยะต่อไปได้

ซึ่งทิศทางค่าเงินบาทของไทยยังมีแนวโน้มที่แข็งขึ้น จากส่วนต่างนโยบายดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐ เริ่มแคบลง ประกอบกับประเด็นเรื่องการขอคืนภาษีการค้ามูลค่าประมาณ 1.3 – 1.7 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง กระทบกลุ่มสินค้าเกษตร ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จะไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง เนื่องจากได้ประโยชน์จากการนำเข้าวัตถุดิบในราคาที่ถูกลงเมื่อเงินบาทแข็งค่า ช่วยชดเชยรายได้จากการส่งออกที่ลดลง

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า ตัวเลขส่งออกถูกเร่งตัวจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นไปตามดีมานด์ในตลาดโลกที่แข็งแกร่งจากเทรนด์ AI แต่ทางบล.บัวหลวง มองว่ายังคงมีส่วนของ transshipment ด้วยที่ต้องติดตาม เพราะสังเกตจากการนำเข้าที่เร่งตัวทั้ง YoY และ MoM (+29.4% YoY, +19.1%MoM) แม้มีส่วนของData Center บ้าง แต่กลับพบว่าตัวเลขภาคการผลิต ยังไม่ได้เร่งตัวชัดเจนเหมือนส่งออก

จึงคิดว่ามีจำนวนหนึ่ง ที่เป็นลักษณะ Transshipment ส่วนประมาณการตัวเลขส่งออกทั้งปี 2569 คาดไว้ที่ 3% ปรับขึ้นจาก 1.3% กรณีภาษีทรัมป์คลี่คลาย อย่างไรก็ดีต้องติดตามมาตรการอื่นๆ รวมทั้งการเจรจารอบใหม่ หลังภาษีตอบโต้ถูกปรับลงมา 15% สำหรับหุ้นแนะนำกลุ่มส่งออก ที่Valuations ยังไม่ตึงตัวมาก แนะนำ KCE, ITC

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...