ทรัมป์ส่งสัญญาณพร้อมเจรจาผู้นำใหม่อิหร่าน แม้ยังโจมตีต่อเนื่อง—เพนตากอนชี้แจงสภา “ไม่พบสัญญาณอิหร่านจะโจมตีก่อน”
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ–อิสราเอล กับ อิหร่าน ยังร้อนแรงต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า “ผู้นำใหม่ของอิหร่านต้องการเจรจา” และเขา “ตกลงจะคุยด้วย” แม้ในเวลาเดียวกัน ปฏิบัติการโจมตีทางทหารยังคงดำเนินอยู่และยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการ.
รายงานดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์ในสหรัฐฯ ที่ทวีแรงขึ้น หลังมีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ชี้แจงต่อฝ่ายนิติบัญญัติว่า “ไม่พบสัญญาณ” ว่าอิหร่านกำลังจะโจมตีสหรัฐฯ ก่อน ซึ่งแตะประเด็นความชอบธรรมและเหตุผลในการเปิดปฏิบัติการรอบล่าสุด.
“ผู้นำใหม่อิหร่านอยากคุย” — ทรัมป์ยังไม่ระบุชื่อ–กำหนดการ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ The Atlantic เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2026 ว่า ฝ่ายนำชุดใหม่ของอิหร่านส่งสัญญาณต้องการเปิดการเจรจากับเขา และเขา “ตกลงจะคุย” พร้อมกล่าวว่าอิหร่าน “ควรทำตั้งแต่ก่อนหน้านี้” และ “รอนานเกินไป” อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ไม่ได้ระบุ ว่าจะพูดคุยกับใครอย่างเป็นทางการ และการเจรจาจะเริ่มเมื่อใด.
อิหร่านตั้ง “สภาผู้นำชั่วคราว” คุมอำนาจแทนผู้นำสูงสุด
อีกด้านหนึ่ง รายงานระบุว่า หลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้มีการจัดตั้ง “สภาผู้นำชั่วคราว” เพื่อทำหน้าที่แทนในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมีองค์ประกอบระดับสูงของฝ่ายบริหารและตุลาการอยู่ในกลไกดังกล่าว สะท้อนโครงสร้างอำนาจอิหร่านที่กำลัง “ขยับตำแหน่ง” ท่ามกลางวิกฤต.
ภาคสนามยังเดือด: สหรัฐฯ ยืนยันเริ่มมีทหารเสียชีวิต 3 นาย
ขณะที่สัญญาณการทูตเริ่มถูกพูดถึง ความสูญเสียของสหรัฐฯ ในภาคสนามกลับเป็นอีกตัวเร่งสถานการณ์ เมื่อสำนักข่าวในเครือเอพีและสื่อหลายแห่งรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันมีทหารเสียชีวิต 3 นาย และมีผู้บาดเจ็บสาหัส จากปฏิบัติการโจมตีต่ออิหร่าน ซึ่งนับเป็น “ผู้เสียชีวิตของสหรัฐฯ ชุดแรก” ในการยกระดับรอบนี้.
“โจมตีต่อจนบรรลุเป้าหมาย” แต่เปิดช่องการเมือง—ความเสี่ยงคือ ‘คุยไป ยิงไป’
ภาพรวมล่าสุดจึงสะท้อน “สองทางคู่ขนาน” ของรัฐบาลสหรัฐฯ คือ
- เพิ่มแรงกดดันทางทหาร (ปฏิบัติการยังดำเนินต่อ และเริ่มมีความสูญเสีย)
- เปิดประตูทางการเมือง ผ่านการส่งสัญญาณพร้อมคุยกับ “ผู้นำใหม่” ของอิหร่าน
อย่างไรก็ดี การที่ ยังไม่มีกรอบเวลา/เวที/ตัวแทนเจรจา ชัดเจน ทำให้ตลาดและภูมิภาคมองว่านี่อาจเป็นเพียง “ช่องทางลดแรงเสียดทาน” มากกว่าจะเป็นสัญญาณหยุดยิงในทันที
ประเด็นร้อนในวอชิงตัน: เพนตากอนชี้แจงสภา “ไม่พบสัญญาณอิหร่านจะโจมตีก่อน”
แรงกดดันทางการเมืองภายในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น หลังรอยเตอร์รายงานว่า เพนตากอนให้ข้อมูลต่อฝ่ายนิติบัญญัติว่า ไม่พบสัญญาณว่าอิหร่านกำลังจะโจมตีสหรัฐฯ ก่อน ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์มองว่าสถานการณ์อาจถูกผลักเข้าสู่ “สงครามทางเลือก” และตั้งคำถามต่อเหตุผลของการเดินหน้าโจมตี.
จับตาต่อจากนี้ (What to watch)
- กรอบเจรจาจะเกิดจริงหรือไม่: จะมีผู้แทน/สถานที่/เงื่อนไขหยุดยิงหรือ “มาตรการลดความรุนแรง” ออกมาหรือไม่
- การตอบโต้ในภูมิภาค: แนวโน้มการขยายวงผ่านกลุ่มพันธมิตรและแนวรบหลายจุดยังเป็นตัวแปรสำคัญ
- แรงกดดันในสหรัฐฯ: การเมืองภายในและคำถามเรื่องฐานเหตุผลในการทำสงคราม อาจกระทบการตัดสินใจระยะถัดไป