“รัฐบาลทรัมป์” ขอเลื่อนคดีคืนภาษีนำเข้า 1.7 แสนล้านดอลลาร์
"รัฐบาลทรัมป์" ยื่นคำร้องผ่านกระทรวงยุติธรรม ขอเลื่อนการพิจารณาคดีต่อหน้า US Court of International Trade ออกไปอีกสูงสุด 4 เดือน คดีคืนภาษีนำเข้า 1.7 แสนล้านดอลลาร์
วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 10.28 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ารัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพยายามขอเลื่อนกระบวนการพิจารณาคดี ในประเด็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องคืนเงินภาษีนำเข้ามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับผู้นำเข้าหรือไม่ หลังจากศาลสูงสหรัฐมีคำวินิจฉัยให้มาตรการภาษีดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ตึงเครียดของการต่อสู้ทางกฎหมายระยะถัดไป
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ) ยื่นคำร้องเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขอให้ชะลอการรื้อฟื้นคดีต่อหน้า US Court of International Trade ออกไปนานถึง 4 เดือน โดยให้เหตุผลว่าประเด็นการคืนเงินมีความซับซ้อนและควรดำเนินการอย่างรอบคอบ ไม่ใช่เร่งรัดด้วยความเร็วเกินควร ขณะเดียวกันทนายฝ่ายรัฐบาลระบุว่าการเลื่อนเวลาดังกล่าวจะไม่สร้างความเสียหายแก่บริษัทเอกชน เนื่องจากความเสียหายทางการเงินสามารถเยียวยาได้ด้วยการชำระเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย
ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา รัฐบาลเคยโน้มน้าวศาลให้อนุญาตให้เก็บภาษีต่อไป โดยให้คำมั่นว่าหากฝ่ายผู้นำเข้าชนะคดี ก็จะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามหลังศาลสูงสหรัฐมีมติ 6 ต่อ 3 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยไม่ได้ระบุชัดเจนเรื่องการคืนเงิน ทำให้ประเด็นนี้ต้องถูกส่งกลับไปยังศาลการค้าระหว่างประเทศที่นิวยอร์กเพื่อพิจารณาต่อไป
ข้อมูลจาก Bloomberg Economics ประเมินว่าผู้นำเข้าได้ชำระภาษีตามมาตรการที่ถูกเพิกถอนไปแล้วรวมราว 170,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Liberty Justice Center ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทบางรายในคดีนี้ ระบุว่า รัฐบาลไม่สามารถพูดสองทางได้ กล่าวคือจะอ้างว่าไม่มีความเสียหายเพราะมีช่องทางคืนเงิน แต่เมื่อถึงเวลาคืนเงินกลับขอเลื่อนกระบวนการออกไป
ฝ่ายรัฐบาลยังเสนอให้ศาลอุทธรณ์ภาค Federal Circuit รอจนกว่าศาลสูงจะมีคำพิพากษาสิ้นสุดอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจใช้เวลาสูงสุด 32 วัน จากนั้นขอเลื่อนเพิ่มอีก 90 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ พร้อมกล่าวหาว่าฝ่ายบริษัทพยายามเร่งรัดกระบวนการด้วยเหตุผลด้านภาพลักษณ์
เอกสารล่าสุดยังอ้างถึงการที่ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการภาษีโลกชุดใหม่ภายใต้ฐานกฎหมายอื่น หลังศาลสูงวินิจฉัยว่าภาษีเดิมไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยชี้ว่าภาษีที่ถูกเพิกถอนได้ถูกแทนที่ด้วยภาษีใหม่ที่เข้มข้น อย่างไรก็ดีรัฐบาลไม่ได้อธิบายชัดเจนว่ามาตรการใหม่มีความเชื่อมโยงอย่างไรกับการคืนเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้ว
ทรัมป์เคยส่งสัญญาณหลังคำตัดสินว่า การคืนเงินอาจต้องผ่านการต่อสู้ในชั้นศาลเพิ่มเติม และในโพสต์บนโซเชียลมีเดียล่าสุดยังเรียกการคืนเงินว่าเป็นผลประโยชน์ลาภลอยที่ไม่สมควรได้รับ พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการขอพิจารณาคดีใหม่
จนถึงขณะนี้ มีการยื่นฟ้องเกี่ยวกับภาษีดังกล่าวมากกว่า 2,000 คดี ส่วนใหญ่ถูกยื่นต่อศาลการค้าระหว่างประเทศ โดยศาลได้สั่งพักคดีไว้จนกว่าศาลสูงจะมีคำวินิจฉัย ทั้งนี้มีเพียงผู้นำเข้าเท่านั้นที่มีสิทธิขอคืนเงินโดยตรงจากหน่วยงานศุลกากร แต่ล่าสุดกลุ่มผู้บริโภคก็เริ่มยื่นฟ้องแบบกลุ่ม (class action) เพื่อเรียกร้องเงินคืนจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นหลังธุรกิจผลักภาระภาษีไปยังผู้ซื้อ
คดีดังกล่าวคือ V.O.S. Selections Inc. v. Trump อยู่ในชั้นพิจารณาของศาลอุทธรณ์สหรัฐ ภาค Federal Circuit และอาจกลายเป็นจุดชี้ขาดสำคัญของทิศทางนโยบายการค้าสหรัฐในระยะต่อไป
อ้างอิง : www.bloomberg.com