โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประเมินฉากทัศน์สงครามอิหร่าน สินทรัพย์เสี่ยงผันผวนระยะสั้น ราคาน้ำมันโลกพุ่งกดดันเศรษฐกิจไทย

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 36 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหลังมีรายงานการระเบิดในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลประกาศเริ่มปฏิบัติการโจมตี ที่มาภาพ:https://www.timesofisrael.com/us-and-israel-launch-major-joint-assault-on-iran-trump-indicates-goal-is-to-topple-regime/

SCB CIO ประเมิน3 ฉากทัศน์สงครามอิหร่านมองตลาดผันผวนระยะสั้น แนะจังหวะย่อตัวสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่งโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว ด้าน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย วิเคราะห์วิกฤติตะวันออกกลาง เมื่อราคาน้ำมันโลกปะทะภาวะสุญญากาศทางการคลังไทย เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจดิ่งสู่ภาวะถดถอย

SCB CIO คาดสงครามไม่ขยายวง สินทรัพย์เสี่ยงผันผวนระยะสั้น

SCB CIO วิเคราะห์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ผ่าน 3 ฉากทัศน์หลัก คาดสงครามไม่ขยายวงกว้าง อาจเพิ่มความผันผวนต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น ขณะที่ราคาน้ำมันและทองคำ พุ่งขึ้นตามแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แนะนักลงทุนใช้จังหวะปรับฐานสะสมตลาดหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง รวมถึงตราสารหนี้สหรัฐฯ คุณภาพดี ระยะสั้นถึงกลาง และตราสารหนี้ไทยระยะสั้น ทองคำ-โลหะเงิน และน้ำมัน ไม่ควรไล่ราคา เข้าซื้อเมื่อย่อตัว

นายศรชัย สุเนต์ตา CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์

นายศรชัย สุเนต์ตา CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีโอกาสรุนแรงขึ้นได้ในระยะสั้น หากอิหร่าน มีการตอบโต้ที่ยืดเยื้อและลุกลาม หลังจากการสูญเสียผู้นำสูงสุด ซึ่งจะส่งผลกดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้ในระยะสั้น และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งทองคำและน้ำมัน มีแนวโน้มพุ่งสูงในระยะสั้นเช่นเดียวกัน โดย SCB CIO คาดว่าสงครามจะไม่ลุกลามเป็นวงกว้างจนกลายเป็นสงครามในระดับภูมิภาค ดังนั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบันยังจำกัด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เรามองความเป็นไปได้ของสถานการณ์ เป็น 3 กรณี ดังนี้

1.Base Case (โอกาสเกิด 65%) มีการปะทะรุนแรงในระยะสั้น แต่อิหร่านยอมถอยในประเด็นนิวเคลียร์หลังการสูญเสียผู้นำ นำมาสู่การเจรจาเพื่อยุติสงครามในที่สุด ซึ่งคาดว่า ราคาน้ำมันดิบ Brent จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล

2.Best Case (โอกาสเกิด 25%) การเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็ว ทำให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นสู้และเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ที่ฝักใฝ่ตะวันตก ส่งผลให้อุปทานน้ำมันกลับมาเร็ว ราคาน้ำมันดิบ Brent จะปรับฐานลง อยู่ที่ 55-60 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล

3.Worst Case (โอกาสเกิด 10%) สงครามยืดเยื้อ ขยายวงกว้างขึ้นและมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร โดยการเปลี่ยนระบอบการปกครองทำได้ยากและเกิดสงครามกลางเมือง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจพุ่งขึ้น อยู่ที่ 90-120 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล

ในส่วนของคำแนะนำลงทุน SCB CIO มองว่า ตลาดหุ้นโลก มีโอกาสปรับลดลงในระยะสั้น ตามความกังวลบนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) โดยไม่แนะนำขายหุ้นจากประเด็นนี้ เนื่องจากผลกระทบยังจำกัด แต่เป็นโอกาสทยอยซื้อสะสม (Buy on weakness) ในตลาดหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่งทั้งบนพอร์ตหลักระยะยาว (Core Portfolio) และพอร์ตเสริมระยะสั้น (Opportunistic Portfolio) สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างสูงขึ้นไป

สำหรับ ตลาดหุ้นไทย แม้ได้รับแรงหนุนระยะสั้น จากการมีหุ้นกลุ่มพลังงานในสัดส่วนที่มาก แต่ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสผันผวน และอาจปรับลดลงตามตลาดหุ้นโลกเช่นกัน นอกจากนี้ ดัชนี SET Index พุ่งขึ้นถึง 21.3% YTD แล้ว เพิ่มโอกาสที่จะมีแรงขายทำกำไรของนักลงทุน โดยกรณีผู้ที่มีหุ้นไทยอยู่ในพอร์ตลงทุน แนะนำให้ถือ เพื่อรอขายเมื่อดัชนีฯ ฟื้นตัว เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรของดัชนี SET Index ยังต่ำกว่าตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ กรณีที่รับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ อาจกระจายการลงทุนผ่านกองทุนรวม ไปยังตลาดหุ้นเอเชียที่มีแนวโน้มกำไรดีกว่า เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

ด้านแนวโน้มตลาดตราสารหนี้ คาดว่า ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ มีโอกาสที่ผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) จะลดลงระยะสั้น จากภาวะ Risk-off ที่นักลงทุนกลับเข้าหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า โดยแนะนำลงทุนในพันธบัตรสหรัฐฯและหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดีของสหรัฐฯ ระยะสั้นถึงกลาง รวมทั้ง ยังแนะนำให้เข้าลงทุนในตราสารหนี้ไทย ระยะสั้น ที่ได้แรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ และโลหะเงิน แม้ราคาจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นแรงในระยะสั้นจากสถานการณ์สงคราม แต่มีโอกาสปรับลดลงหากสงครามคลี่คลายตาม Base Case ที่มองไว้ ดังนั้นแนะนำถือลงทุนตามสัดส่วนทึ่เหมาะสมตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยควรทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัวเท่านั้น ไม่ควรไล่ซื้อ

สำหรับผลิตภัณฑ์ลงทุนที่สอดคล้องกับมุมมองการลงทุนของ SCB CIO ได้แก่ กองทุน SCBDBOND(A) ความเสี่ยง 4 ที่ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพในประเทศและต่างประเทศ กองทุน SCBGMCORE(A) ความเสี่ยง 5 กองทุนผสมที่มีการกระจายหลายสินทรัพย์ ทั้งตราสารหนี้ ตราสารทุน ทองคำ เป็นต้น อีกทั้งยังใช้สินทรัพย์ประเภท Liquid Alternative เพื่อช่วยให้พอร์ตการลงทุนกระจายความเสี่ยงของตลาดโดยรวมเพิ่มเติม กองทุน SCBCIO(A) ความเสี่ยง 5 กองทุนผสมที่บริหารเชิงรุก ปรับพอร์ตตามสภาวะตลาด ตามมุมมองของ SCBCIO อย่างใกล้ชิด กองทุน MRENEW-A ความเสี่ยง 7 ลงทุนในธีมพลังงานสะอาด เช่น พลังงานไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว

ส่วนผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Networth : UHNW) ที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำผลิตภัณฑ์ทดแทนทองคำ ประเภท Complex Fund ที่มีความผันผวนสูง 3 ประเภท ได้แก่ 1) กองทุน SCBCR1YH ที่อ้างอิงกับทองคำ ลงทุน เป็นสกุลเงินบาท ให้ผลตอบแทนภายในระยะเวลา 1 ปี และคุ้มครองเงินต้น 2) หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ประเภท Sharkfin Bull note ที่ลงทุนด้วยสกุล USD ให้ผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวของทองคำในกรอบที่กำหนด พร้อมคุ้มครองเงินต้น และ 3) หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ประเภท Bonus Enhanced Note (BEN) ลงทุนด้วย USD ให้ผลตอบแทน ส่วนเพิ่ม หากเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่กำหนด พร้อมคุ้มครองเงินต้นบางส่วน ทั้งนี้ รายละเอียดและผลตอบแทนของผลิตภัณฑ์ แนะนำให้ผู้ลงทุนขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจอีกครั้ง

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

ซีไอเอ็มบี ไทยเจาะ 3 ฉากทัศน์ความขัดแย้งและราคาน้ำมัน

ด้าน ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย วิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางล่าสุด ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงระดับสูงต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับวิกฤตพลังงานในช่วงที่กลไกการบริหารประเทศติดล็อกทางงบประมาณ

ฉากทัศน์ที่ 1 ตึงเครียดจำกัดวง – มีการตอบโต้ประปรายแต่ไม่กระทบการขนส่งน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นที่ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสงบลงใน 1 เดือน ตลาดทุนผันผวนระยะสั้น

ฉากทัศน์ที่ 2 ปิดช่องแคบฮอร์มุซ – กระทบการส่งออกน้ำมันและ LNG 1 ใน 5 ของโลก ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต้นทุนขนส่งในเอเชียพุ่งสูงทันที

ฉากทัศน์ที่ 3 สงครามยืดเยื้อ – สหรัฐฯ-อิสราเอล ปะทะอิหร่านโดยมีรัสเซียสนับสนุน สงครามทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-off

สำหรับผลกระทบต่อไทย: เมื่อเครื่องยนต์คลัง “ดับ” ชั่วคราว นั้น

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ “ภาวะสุญญากาศทางการคลัง” ของไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ซึ่งทำให้การรับมือวิกฤตทำได้ยากกว่าปกติ

ข้อจำกัดด้านงบประมาณ – ในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็ม การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนจะหยุดชะงัก รัฐบาลรักษาการไม่สามารถอนุมัติโครงการใหม่หรือออกมาตรการเยียวยาฉุกเฉินขนาดใหญ่ได้

กันชนพลังงานพังทลาย – กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบกหนี้เกินเพดาน ขณะที่หนี้สาธารณะใกล้เต็มกรอบวินัยการคลัง ทำให้รัฐบาลไม่สามารถเข้าอุดหนุนราคาหน้าปั๊มได้เหมือนอดีต ประชาชนต้องแบกรับค่าครองชีพที่พุ่งสูงตามจริงทันที

ความเชื่อมั่นสั่นคลอน – หากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค (Technical Recession) ในช่วงที่การเมืองไม่นิ่ง อาจนำไปสู่การถูกปรับลด Credit Rating ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการกู้เงินของทั้งประเทศ (Bond Yield) พุ่งสูงขึ้น

ผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ

ตลาดทุน – ทองคำพุ่ง น้ำมันพุ่ง แต่สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขาย ค่าเงินบาทอ่อนค่ารุนแรงจากการนำเข้าน้ำมันราคาแพง (Trade Deficit)

เงินเฟ้อและดอกเบี้ย – เกิดเงินเฟ้อจากฝั่งต้นทุน (Cost-push Inflation) ขณะที่แบงก์ชาติเผชิญภาวะลำบากในการปรับดอกเบี้ยเพื่อสกัดบาทอ่อน เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศอ่อนแอเกินไป

ภาคธุรกิจและท่องเที่ยว – ต้นทุนการเดินทางและวัตถุดิบพุ่งสูง นักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางหายไป กระทบธุรกิจโรงแรม ขนส่ง และค้าปลีกอย่างรุนแรง

แนวทางการรับมือ เน้นพึ่งพาตนเอง

ในภาวะที่รัฐบาลยังไม่สามารถออกมาตรการช่วยเหลือได้ ภาคเอกชนต้องเร่งปรับตัว

บริหารสภาพคล่อง – สำรองเงินสดรับมือต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่อาจพุ่งขึ้น 20-30%

ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน – ผู้นำเข้าควรทำ Hedging ป้องกันบาทอ่อนค่าทะลุ 34 บาทต่อดอลลาร์

ชะลอการก่อหนี้ – ภาคครัวเรือนและ SMEs ต้องระมัดระวังการสร้างหนี้ใหม่เพื่อรักษาสถานะทางการเงินในภาวะเศรษฐกิจซบเซา

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ ความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาลและการปลดล็อกงบประมาณ คือตัวแปรเดียวที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางไม่ให้กลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจระดับชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...