โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

5 ประเทศ "ตีแตกยากที่สุด" หากเกิดสงครามโลก ศัตรูไม่อยากบุก เหตุผลไม่ใช่แค่กองทัพ!!

sanook.com

เผยแพร่ 07 มี.ค. เวลา 00.37 น. • Sanook
ไม่ใช่แค่กำลังทหาร! วิเคราะห์จากภูมิศาสตร์โลก 5 ประเทศที่

วิเคราะห์ 5 ประเทศที่ "ยึดครองยากที่สุด" หากเกิดสงครามใหญ่ เปิดเหตุผลจากภูมิประเทศ ระยะทาง และประวัติศาสตร์การรบ

คอนเทนต์แนว ประเทศที่ยึดครองยากที่สุด มักถูกพูดถึงทุกครั้งเมื่อโลกเผชิญความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ต้องอธิบายให้ชัดว่าไม่มี “ดัชนีทางการ” ระดับโลกที่จัดอันดับเรื่องนี้แบบตายตัว บทความนี้จึงใช้วิธีคัดเลือกเชิงวิเคราะห์จากปัจจัยที่ตรวจสอบได้จริง เช่น ขนาดประเทศ ภูมิประเทศ ความห่างไกลจากคู่สงคราม และบทเรียนจากสงครามในอดีต เป้าหมายไม่ใช่ทำนายผลสงคราม แต่เพื่ออธิบายว่าทำไมบางประเทศจึงถูกมองว่าเข้ายึดครองได้ยากกว่าประเทศอื่น

1) รัสเซีย

รัสเซียถูกพูดถึงแทบทุกครั้งในหัวข้อประเทศที่ยึดครองยาก เพราะเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก และทอดยาวข้าม 11 เขตเวลา ขนาดประเทศที่มหาศาลทำให้ผู้รุกรานต้องแบกรับต้นทุนด้านเสบียง การลำเลียงกำลังพล และการคุมพื้นที่เป็นเวลานาน ในทางประวัติศาสตร์ ทั้งการบุกของนโปเลียนในปี 1812 และการรุกรานสหภาพโซเวียตของเยอรมนีในปี 1941 ต่างถูกยกเป็นตัวอย่างว่าการรบลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียสามารถกลายเป็นภาระหนักของฝ่ายบุกได้

2) สวิตเซอร์แลนด์

แม้สวิตเซอร์แลนด์จะเป็นประเทศขนาดไม่ใหญ่ แต่ภูมิประเทศกลับเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก เพราะเทือกเขาแอลป์ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ภูเขาสูง ช่องเขาแคบ และเส้นทางผ่านภูเขาที่จำกัด ทำให้การเคลื่อนกำลังรบขนาดใหญ่ทำได้ยาก และเพิ่มความได้เปรียบให้ฝ่ายตั้งรับ ด้วยเหตุนี้ สวิตเซอร์แลนด์จึงมักถูกมองว่าเป็นประเทศที่ “ตีแตกยาก” มากกว่าจะเป็นเป้าหมายที่ยึดได้ง่ายในสงครามภาคพื้นดิน

3) อัฟกานิสถาน

อัฟกานิสถานเป็นอีกประเทศที่นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมักยกขึ้นมาเสมอ เพราะภูมิประเทศเต็มไปด้วยเทือกเขา หุบเขาแคบ และพื้นที่สูงชันจำนวนมาก สารานุกรม Britannica ระบุว่าพื้นที่ตอนกลางของประเทศเป็นเขตภูเขาสูง มีหุบเขาแคบลึก และยอดเขาหลายแห่งสูงกว่า 6,400 เมตร ขณะที่ข้อมูลลักษณะประเทศก็ชี้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาขรุขระ ภูมิประเทศแบบนี้ทำให้การควบคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำได้ยาก และเป็นสาเหตุสำคัญที่อัฟกานิสถานถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดินแดนที่ยึดครองระยะยาวได้ยากมาก

4) ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีความได้เปรียบจากการเป็นประเทศหมู่เกาะ และยังมีภูมิประเทศที่เป็นภูเขามากกว่า สี่ในห้า ของพื้นที่ทั้งหมด นั่นหมายความว่าหากเกิดสงคราม ผู้รุกรานไม่เพียงต้องข้ามทะเลเพื่อเข้าถึงแผ่นดินญี่ปุ่น แต่ยังต้องรับมือกับพื้นที่ภายในประเทศที่ขรุขระและไม่เอื้อต่อการคุมพื้นที่อย่างรวดเร็ว ในสงครามโลกครั้งที่สอง ความสูญเสียอย่างหนักที่โอกินาวาทำให้นักวางแผนอเมริกันประเมินอย่างระมัดระวังว่า หากบุกแผ่นดินญี่ปุ่นจริง สหรัฐอาจต้องเผชิญความสูญเสียสูงถึง 225,000 นาย

5) นิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์อาจไม่ใช่มหาอำนาจทางทหาร แต่จุดแข็งสำคัญคือความห่างไกลอย่างมากจากศูนย์กลางความขัดแย้งหลักของโลก Britannica อธิบายว่านิวซีแลนด์เป็นดินแดนที่ห่างไกล และตั้งอยู่มากกว่า 1,600 กิโลเมตรจากออสเตรเลียซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุด เมื่อรวมกับการเป็นประเทศเกาะ การส่งกำลังข้ามทะเล การตั้งฐานส่งกำลังบำรุง และการรักษาการยึดครองระยะยาวจึงมีต้นทุนสูงมาก ทำให้นิวซีแลนด์มักติดในลิสต์ประเทศที่เข้ายึดครองได้ยากในเชิงภูมิศาสตร์

ทำไมบางประเทศถึงยึดครองยาก

เมื่อดูจากตัวอย่างทั้ง 5 ประเทศจะเห็นว่า ปัจจัยที่ทำให้ประเทศหนึ่ง “ยึดครองยาก” ไม่ได้มีแค่กำลังทหาร แต่รวมถึงขนาดประเทศ แนวภูเขา การเป็นเกาะ และระยะทางจากคู่สงครามด้วย ประเทศที่มีพื้นที่กว้างมากหรือมีภูมิประเทศซับซ้อน มักทำให้ฝ่ายรุกรานเสียเปรียบทั้งเรื่องเวลา เสบียง และการคุมพื้นที่หลังเข้ายึด ดังนั้นหากพูดถึง ประเทศที่ยึดครองยากที่สุด ในเชิงวิเคราะห์ รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ อัฟกานิสถาน ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ คือรายชื่อที่มีเหตุผลรองรับจากข้อมูลภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ค่อนข้างชัดเจน

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการเรียบเรียงเชิงวิเคราะห์จากข้อมูลภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ ไม่ใช่อันดับทางการจากองค์กรระหว่างประเทศ

ขอบคุณข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...