เกาะติดสงครามอิหร่าน 7 มี.ค. 69 ทรัมป์ ลั่น จะไม่เจรจากับอิหร่าน หากไม่ "ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข”
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวบนโซเซียลมีเดีย ระบุว่า จะไม่มีข้อตกลงเพื่อยุติสงครามของสหรัฐฯ กับอิหร่าน หากอิหร่านไม่ “ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข (UNCONDITIONAL SURRENDER)”
โดยทันทีที่ ทรัมป์ ประกาศจุดยืนที่แข็งกร้าว ส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนทันที โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ร่วงลงมากกว่า 900 จุด หรือเกือบ 2% ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ปรับตัวลดลงประมาณ 1.6% ส่วนราคาน้ำมันล่วงหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังระบุว่า หากอิหร่านยอมจำนนและมีการคัดเลือกผู้นำที่เป็นที่ยอมรับ สหรัฐฯ พร้อมด้วยพันธมิตรจะร่วมมือกันช่วยฟื้นฟูอิหร่านจากภาวะวิกฤต พร้อมทำให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมา “ใหญ่ขึ้น ดีขึ้น และแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา”
พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า “อิหร่านจะมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่” โดยใช้คำว่า “Make Iran Great Again” คล้ายกับ“Make America Great Again”
ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องดังกล่าว มีขึ้นในช่วงที่อิหร่านยังไม่ได้แต่งตั้งผู้นำคนใหม่แทนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในช่วงเริ่มต้นของสงครามโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล
ด้านโฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ กล่าวว่า หน่วยข่าวกรองและรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังจับตาบุคคลหลายคนที่อาจขึ้นมาเป็นผู้นำอิหร่านคนใหม่ แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เคยเรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข ในลักษณะเดียวกันมาแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน ระหว่างที่กำลังพิจารณาการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน
ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากทรัมป์โพสต์ข้อเรียกร้องล่าสุด
ซาอัด อัล-คาบี รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ เตือนว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามกับอิหร่าน อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก และมองว่า ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในไม่กี่สัปดาห์ หากเรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกได้
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเคยพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลครั้งล่าสุดในปี 2565 หลังจากรัสเซียบุกยูเครน
นักวิเคราะห์ ชี้ อิหร่าน ใช้โดรนป่วนช่องแคบฮอร์มุซได้อีกหลายเดือน
ข้อมูลของ Centre for Information Resilience องค์กรวิจัยไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ ระบุว่า อิหร่านเป็นผู้ผลิตโดรนรายใหญ่ และมีศักยภาพทางอุตสาหกรรมในการผลิตได้ราว 10,000 ลำต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ขนาดคลังขีปนาวุธของอิหร่านยังไม่แน่ชัด โดยกองทัพอิสราเอลประเมินไว้ที่ 2,500 ลูก ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายคาดว่าอาจมีถึง 6,000 ลูก ซึ่งปริมาณอาวุธที่เหลืออยู่ของอิหร่านอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของสงคราม
การปิดช่องแคบฮอร์มุซ จุดคอขวดทางทะเลระหว่างอิหร่านกับโอมาน เส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของโลก เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของอิหร่าน และการขนส่งผ่านเส้นทางพลังงานสำคัญนี้แทบหยุดชะงักหลังจากอิหร่านโจมตีเรืออย่างน้อย 6 ลำ ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น
ขณะที่อดีตผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรอง “เอ็มไอซิก” (MI6) ของอังกฤษระบุว่า คลังขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์ เป็นจุดอ่อนของอิหร่าน สอดคล้องกับแหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรองของชาติตะวันตกอีกแหล่งหนึ่งที่กล่าวว่า คลังขีปนาวุธอาจลดลงเนื่องจากอิหร่านเคยส่งอาวุธให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนและกบฎฮูตีในเยเมน
สต็อกอาวุธยังลดลงจากสงครามกับอิสราเอลที่ยาวนาน 12 วัน ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว แต่ข่าวกรองทหารอิสราเอลระบุว่าได้มีการฟื้นฟูบางส่วนแล้ว
ข้อจำกัดสำคัญอีกประการอาจเป็น เครื่องยิงอาวุธที่ลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา จากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ และลดลงเพิ่มเติมในสงครามครั้งล่าสุด
อย่างไรก็ตาม ฟาร์ซิน นาดิมี (Farzin Nadimi) นักวิจัยอาวุโสจาก Washington Institute มองว่า อิหร่านยังมีแนวโน้มที่จะสามารถสู้รบต่อไปได้ด้วย โดรนรุ่นล่าสุด อย่าง โดรนชาเฮด (Shahed-136) มีพิสัยบิน 700 ถึง 1,000 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอที่จะโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของแนวชายฝั่งอ่าวอาหรับ หากปล่อยจากแผ่นดินใหญ่ของอิหร่านหรือจากเรือ
หากขีปนาวุธและโดรนลดลง อิหร่านอาจหันไปใช้ทุ่นระเบิดทางทะเล ซึ่งบริษัท "ดรายแอด โกลบอล" บริษัทข่าวกรองความเสี่ยงทางทะเล ระบุว่า เตหะรานมีในครอบครองราว 5,000 - 6,000 ลูกด้วยกัน
ทุ่นระเบิดเหล่านี้สามารถผูกยึดกับก้นทะเล ขับเคลื่อนด้วยจรวด หรือปล่อยให้ลอยในน้ำ และจะระเบิดเมื่อเรือเข้ามาสัมผัส
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า ยังไม่มีสัญญาณว่าอิหร่านได้วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซในขณะนี้
กต.พร้อมอพยพคนไทยจากอิหร่านผ่านตุรกี รอบแรก จำนวน 69 คน
นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุลและคณะผู้แทนกรมการกงสุล ได้เดินทางถึงเมืองวาน (Van) สาธารณรัฐตุรกี เพื่อร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา นำโดย น.ส. พัณณ์ชิตา รมยานนท์ อุปทูต ปฏิบัติภารกิจการอพยพคนไทยจากอิหร่าน กลับประเทศไทย
โดยได้ร่วมประชุมซักซ้อมแผนปฏิบัติการ ตรวจเยี่ยมความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการอพยพคนไทยจากอิหร่านที่จัดเป็นสถานที่พักพิงคนไทยและที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานตั้งอยู่ที่โรงแรม Elite World เมืองวาน
คณะฯ ได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่ด่าน Kapikoy ของสาธารณรัฐตุรกี เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับคนไทยที่จะอพยพออกจากอิหร่านผ่านพรมแดนตุรกีรอบแรก ในวันที่ 7 มีนาคม 2569 ประมาณ 69 คน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อพักรอระหว่างรอเที่ยวบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 และวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 ต่อไป
กรมการกงสุลขอให้คนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางติดตามข่าวสารและประกาศจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด สำหรับคนไทยในประเทศไทยโปรดติดตามคำแนะนำต่างๆ ได้ที่เพจ Facebook ของกรมการกงสุล ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อ Call Center กรมการกงสุล 0-2572-8442 สายด่วนกองคุ้มครองฯ (Hotlines) 096-216-1837 096-183-6736 / 064-564-7573
สถานทูตไทยในอิหร่าน ย้ายที่ทำการชั่วคราวไปตุรกี
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานออกประกาศ เรื่อง การย้ายที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และการเปิดศูนย์พักพิงสำหรับชาวไทยในอิหร่าน ที่เมืองวาน (Van) สาธารณรัฐตุรกี โดยระบุ
ตามที่สถานการณ์ภายในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ทวีความรุนแรงตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวไทยที่พำนักในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเป็นอย่างยิ่ง นั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ มีกำหนดปิดทำการสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่ตั้งเลขที่ 5 Esteghlal Alley, Ibn Sina Street, Tehran เป็นการชั่วคราวและย้ายการปฏิบัติภารกิจไปยังที่ทำการชั่วคราว ณ เมืองวาน (Van) สาธารณรัฐตุรกี ตั้งแต่วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 และเปิดศูนย์พักพิงสำหรับชาวไทยที่เดินทางออกจากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
สำหรับที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูตฯและศูนย์พักพิงสำหรับชาวไทยในอิหร่าน ที่เมืองวาน (Van) สาธารณรัฐตุรกี ตั้งอยู่ที่ โรงแรม Elite World Van ที่อยู่ Bahçıvan, Kazım Karabekir Blv. No:67, 65030 Merkez/Van ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ +90 533 641 5698 (หมายเลขโทรศัพท์/Whatsapp) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ thaiembassy.thr@mfa.go.th
ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังมีความพร้อมในการติดต่อประสานงานให้ความช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางออกจากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน รวมทั้งที่ยังคงพำนักอยู่ในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และจะติดตามประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดและจะพิจารณากลับไปปฏิบัติภารกิจที่ ณ กรุงเตหะราน เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยและมีความปลอดภัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศึกอิหร่านเพิ่งเริ่ม "ทรัมป์" ขู่รายต่อไปบุก "คิวบา"
สถานทูตไทยในอิหร่าน ประกาศย้ายที่ทำการชั่วคราวไปตุรกี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกาะติดสงครามอิหร่าน 7 มี.ค. 69 ทรัมป์ ลั่น จะไม่เจรจากับอิหร่าน หากไม่ "ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com