โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“กต.” แจง อพยคนไทยจากตะวันออกกลาง อิหร่านเพิ่มเป็น 125 คน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 14.01 น.

“ศบก.” เผย สถานการณ์ตะวันออกกลางยังอ่อนไหว เร่งอพยพคนไทย ยัน ไทยมีสำรองพลังงานเพียงพอ 95 วัน “กต.” แจง อพยคนไทยจากตะวันออกกลาง อิหร่านเพิ่มเป็น 125 คน พรุ่งนี้เปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกี อำนวยความสะดวกคนไทย - พำนักฟรีวีซ่า 30 วัน ด้าน “สตช.” ยกระดับความปลอดภัย เพิ่มความเข้มชายแดน–จุดตรวจ

วันที่ 6 มี.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาลศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงมาตรการดูแลคนไทยและผลกระทบต่อประเทศไทย โดยมีผู้แถลงประกอบด้วย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน และพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายปาณิดล กล่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ได้ย้ายมาจัดที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยต่อจากนี้จะมีการแถลงสถานการณ์ต่อสาธารณชนเป็นประจำทุกวัน และมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อมูล

สำหรับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางขณะนี้ยังคงมีความอ่อนไหว โดยมีรายงานว่าฝ่ายอิสราเอลและฝ่ายสหรัฐฯ ยังคงมีการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง และมีรายงานการโจมตีระลอกใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันสถานการณ์ความขัดแย้งได้ขยายวงไปยังประเทศข้างเคียงหลายประเทศ นอกเหนือจากเลบานอนที่ได้มีการรายงานไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดมีรายงานว่าอาเซอร์ไบจานถูกโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บ และโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหาย โดยรัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้ประกาศพร้อมตอบโต้ ทำให้สถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มตึงเครียดมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของการเปิด - ปิดน่านฟ้า ปัจจุบันประเทศที่ยังคงปิดน่านฟ้า ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิสราเอล ซีเรีย อิรัก อิหร่าน บาห์เรน คูเวต และกาตาร์ ขณะที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดน ยังคงเปิดน่านฟ้าอยู่ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและโอมานซึ่งขณะนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญในการอพยพชาวต่างชาติออกจากภูมิภาคทางอากาศ

ทั้งนี้จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด และขอให้ลงทะเบียนข้อมูลและแจ้งพิกัดที่พักกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสำนักงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในประเทศอิหร่าน ล่าสุดมีการปรับเพิ่มจำนวนผู้ประสงค์เดินทางออกจากพื้นที่ จากเดิม 117 คน เป็น 125 คน โดยจะแบ่งการเดินทางออกทางบกเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบแรกในวันที่ 7 มีนาคม จำนวน 9 คน และรอบที่สองในวันที่ 10 มีนาคม จำนวน 56 คน ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยในอิหร่านที่ประสงค์จะอพยพเพิ่มเติมติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานโดยเร็ว เพื่อให้สามารถประสานงานด้านเอกสารและการเดินทางได้อย่างเหมาะสม

สำหรับผู้อพยพกลุ่มแรกที่จะเดินทางถึงประเทศตุรกีในวันพรุ่งนี้ จะมีคณะจากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา เตรียมให้การต้อนรับ จัดเตรียมที่พักและอาหาร เพื่อรอขึ้นเครื่องเดินทางกลับประเทศไทยภายในช่วง 2 - 3 วันถัดไป โดยตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยที่อพยพออกจากอิหร่านและเตรียมเดินทางกลับประเทศไทย รวมทั้งใช้เป็นที่ทำการชั่วคราวของเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ยังอยู่ในพื้นที่ต่อไป

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ยังได้ออกประกาศแนะนำคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากท่าอากาศยานอิสตันบูลมีเที่ยวบินจำนวนมากที่ต้องเลื่อนหรือเปลี่ยนเส้นทาง เนื่องจากน่านฟ้าบางประเทศปิด ขอให้ติดต่อสายการบินเพื่อขอรับการดูแลหรือจัดหาเที่ยวบินใหม่ หากมีแนวโน้มว่าจะได้เที่ยวบินใหม่ล่าช้าจนอาจเกินกำหนดวีซ่า ขอให้พิจารณายกเลิกเที่ยวบินเดิมและซื้อบัตรโดยสารใหม่ที่หลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ทั้งนี้ คนไทยสามารถพำนักในประเทศตุรกีได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นเวลา 30 วัน

ในส่วนของประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งยังคงเปิดน่านฟ้าอยู่ สถานเอกอัครราชทูตไทยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียงที่ปิดน่านฟ้า เพื่อช่วยนำคนไทยเดินทางข้ามแดนไปใช้เส้นทางการบินผ่านซาอุดีอาระเบียในการเดินทางกลับประเทศไทย

ขณะที่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ประสานงานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ประสานจัดหาเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างออกนอกประเทศแล้วจำนวน 125 คน และยังคงสนับสนุนการเดินทางของคนไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าน่านฟ้าจะปิด แต่สายการบินบางแห่งยังคงเปิดให้บริการบางเส้นทางเพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังได้ประกาศยกเว้นค่าปรับกรณีอยู่เกินกำหนดวีซ่า (Overstay) สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้า ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องยังคงอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำแก่คนไทยที่ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ด้านนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งต่อประชาชน โดยเฉพาะด้านพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน โดยปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับใช้งานได้ถึง 95 วัน จากเดิมที่เคยแถลงไว้ 60 วัน เนื่องจากในช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมา ผู้ค้าน้ำมันภายในประเทศสามารถจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมและได้รับการยืนยันการจัดส่งแล้ว

กระทรวงพลังงานยังคงเดินหน้าจัดหาน้ำมันจากแหล่งที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินมาตรการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้ผู้ค้าน้ำมันทยอยเพิ่มสัดส่วนการสั่งจองน้ำมันจากเดิม 1% เป็น 3% เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว รวมทั้งควบคุมการส่งออกน้ำมัน โดยยัวการส่งออกไปยัง สปป.ลาว และเมียนมา เนื่องจากเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและพลังงานใกล้ชิดกับประเทศไทย

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า พร้อมเร่งจัดส่งน้ำมันเข้าสู่พื้นที่ที่มีความต้องการอย่างเร่งด่วน

ในส่วนของมาตรการลดภาระค่าครองชีพ กระทรวงพลังงานได้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นระยะเวลา 15 วัน และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ยืดเยื้อก็พร้อมพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนมากที่สุด

ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานยังเตรียมแผนรองรับหากสถานการณ์ยืดเยื้อไปถึงเดือนพฤษภาคม โดยมีแนวทางพิจารณาการใช้พลังงานทางเลือก เช่น การนำน้ำมันดีเซลหรือเชื้อเพลิงที่มีอยู่ภายในประเทศมาใช้เพิ่มขึ้นเพื่อลดการนำเข้า รวมถึงการพิจารณานำเข้าน้ำมันมาตรฐานอื่นที่มีราคาถูกกว่าในช่วงวิกฤต เพื่อลดต้นทุนให้ประชาชน

สำหรับความมั่นคงด้านไฟฟ้า กระทรวงพลังงานได้จัดหาก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม พร้อมเพิ่มสัดส่วนการใช้ก๊าซจากอ่าวไทย เพื่อกระจายความเสี่ยง รวมทั้งเพิ่มการใช้พลังงานทางเลือก เช่น ชีวมวล และพลังงานน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาไฟฟ้าดับทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม

ด้านพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และการดูแลความมั่นคงภายในราชอาณาจักร รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคลและสถานที่สำคัญ เช่น สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล และสถานที่ราชการ โดยประสานการทำงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามสถานการณ์และสืบสวนบุคคลต่างด้าวที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรืออาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

พร้อมกันนี้ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามช่องทางเข้า - ออกประเทศ โดยเฉพาะตามแนวชายแดน ช่องทางธรรมชาติ และท่าข้ามต่าง ๆ รวมถึงเตรียมมาตรการรองรับกรณีมีคนไทยเดินทางกลับประเทศผ่านท่าอากาศยาน โดยประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้สั่งการให้ประสานข้อมูลข่าวสารกับประเทศสมาชิกองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) และหน่วยงานตำรวจของประเทศต้นทาง ผ่านกลไกตำรวจสากลและฝ่ายตำรวจทูต เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ติดตามและเฝ้าระวังข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake News) หรือการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายและดำเนินการปิดกั้นข้อมูลที่ผิดกฎหมายที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ในส่วนของกรณีคนต่างด้าวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางจนไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศไทยได้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักรด้วยความรอบคอบ เพื่อป้องกันการใช้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการอยู่ต่อโดยไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายคนเข้าเมือง และป้องกันไม่ให้มีการแฝงตัวอยู่ในประเทศเพื่อกระทำความผิด

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การดูแลสถานการณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...