โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผ่าโจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่! เจอทั้งศึกใน-ศึกนอก แนะเร่งสร้างความเชื่อมั่นรับมือ ศก.

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

วงเสวนานักเศรษฐศาสตร์ ภาคเอกชน มองประเทศไทยกำลังเผชิญกับโจทย์หินรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอก อย่างสงครามในตะวันออกกลางที่ฉุดเศรษฐกิจโลก และดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูง รวมถึงปัญหาเรื้อรังภายในอย่างเศรษฐกิจโตช้า การทุจริตคอร์รัปชั่นที่มีมายาวนาน แนะเร่งตั้งรัฐบาลพร้อมสร้างความเชื่อมั่น จะได้อยู่ยาวหนุนนโยบายต่อเนื่อง

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในหัวข้อ "โจทย์ใหญ่ประเทศไทย ความท้าทายของรัฐบาลใหม่" จัดโดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ว่า ประเทศไทยมีหลายโจทย์ที่ควรจะแก้ไขมานาน แต่ไม่ได้รับการแก้ไข โจทย์ส่วนหนึ่งเป็นจุดร่วมของคนทั้งโลก คือ 1.ภูมิรัฐศาสตร์สงครามการค้า 2.การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ก่อให้เกิดความเสียหายเดือดร้อน และส่งผลต่อความสามารถทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย 3.เรื่องเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็น 3 เรื่องที่คนทั้งโลกต้องแก้ไขทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีโจทย์เฉพาะอีก 3 เรื่องใหญ่ คือ 1.อัตราการเจริญเติบโตของประเทศไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะทั้งสงครามการค้า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่าง ๆ ต้องใช้เงินใช้ทองทั้งสิ้น เมื่ออัตราการเจริญเติบโตของเราต่ำรัฐบาลก็จะมีเงินใช้น้อย 2. โจทก์สังคมสูงวัย ซึ่งเป็นโจทย์ร่วมของเอเชียตะวันออกและประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศแรก ๆ ที่เรียกได้ว่าแก่ก่อนรวย และ 3. ปัญหาคอร์รัปชั่น การจะแก้ปัญหาเรื่องอะไรก็ตาม แต่ถ้ายังแก้คอร์รัปชั่นไม่ได้ ก็จะเกิดความเสียหายไม่มีทางแก้ไขได้สำเร็จ ซึ่งการแก้ปัญหาส่วนใหญ่ รัฐบาลจะดูแค่ปัญหาระยะสั้น ทำให้ปัญหาระยะยาวที่ควรจะถูกแก้ไขช้าออกไป

แต่ปัญหาเฉพาะหน้าที่เป็นโจทย์ใหม่ขณะนี้ คือ ความรุนแรงในตะวันออกกลาง จะสั้นหรือยาวนั้นประเมินยาก แต่ตามข่าวเป็นไปได้ว่าอาจหลายสัปดาห์กว่าสงครามจะยุติ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงจะยุติไปด้วย แต่โดยรวม มีผลลบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างแน่นอน อย่างแรกคือราคาพลังงานจะสูงขึ้น การทำมาค้าขายลดลงไป และกระทบต่อการท่องเที่ยวแน่นอน

นายสมเกียรติ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วง คือ นโยบายระยะสั้นและระยะยาวจะขัดกัน ถ้าระยะสั้นอยากใช้น้ำมันราคาถูก ก็ต้องไปอุดหนุนราคาน้ำมัน แต่ถ้าดูกองทุนน้ำมันเหลือเงินเป็นบวก 4 หมื่นล้านบาท แต่ LPG ติดลบไป 3.7 หมื่นล้านบาท ดังนั้นเท่ากับเราเหลือเงินจริง ๆ 2 พันกว่าล้านบาทเท่านั้น หากตรึงราคาน้ำมันไว้ ผลปัจจุบันเหมือนจะดูดี แต่เนื่องจากสถานการณ์ภายนอกยังมีความไม่แน่นอน และยังมีความเสี่ยงมาก จะเห็นว่ารัฐบาลตรึงราคาได้ แต่ควรค่อย ๆ ถอนการแทรกแซง ให้ราคาสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น และเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนประหยัดพลังงานจะดีกว่า

นายสมเกียรติ กล่าวว่า เรื่องการตั้งรัฐบาลใหม่มีตัวถ่วงตั้งแต่ต้น คือ ความไม่เชื่อมั่นในการเลือกตั้งว่าบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม มองว่าการเลือกตั้งจะไม่เป็นโมฆะ คิดว่าคงเดินลุยไปเพื่อให้ตั้งรัฐบาลได้ แต่ถ้าตั้งแล้วได้คนที่ประชาชนรู้สึกไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะกระทรวงสำคัญที่ต้องการความเชื่อมั่น จะต้องเป็นคนที่สังคมยอมรับ ยิ่งถ้าได้คนที่มีฝีมือที่ดีจะยิ่งดี แต่ถ้าได้คนที่ประชาชนไม่ไว้วางใจ ก็ไม่ใช่ว่าจะเดินต่อไม่ได้ แต่แปลว่าพฤติกรรมหลังจากนี้ จะต้องมีคำอธิบายไม่ให้มีข่าวอื้อฉาว ไม่ให้ปรากฏสิ่งที่เป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น รัฐบาลก็จะอยู่ยาวได้และเดินหน้าต่อไปได้

"ช่วงแรกของการเป็นรัฐบาล ต้องอย่าให้เกิดข่าวไม่ดี ไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน และข่าวที่ทำให้ประชาชนเสียความมั่นใจ และควรป้องกันเหตุที่ควรป้องกันได้ เช่น การก่อการร้าย หรือสิ่งอื่น ๆ ที่กระทบต่อความเชื่อมั่น รวมถึงเรื่องที่จะทำให้มีการลดเรตติ้งความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ควรจะมีเงินทุนหรือกระสุนเผื่อเอาไว้ เน้นใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น อย่าทำโครงการใหญ่ที่สำเร็จยาก แต่ผูกพันระยะยาว" นายสมเกียรติ กล่าว

*สภาพัฒน์ ชี้โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ ต้องเรียกความเชื่อมั่น

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยคือ เราจะต้องสร้างหรือทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีความสามารถเพียงพอที่จะต้านทานปัจจัยต่าง ๆ ที่กระทบกับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ปัญหาสงครามต่าง ๆ รวมถึงเศรษฐกิจผันผวน ซึ่งเกิดขึ้นได้ค่อนข้างเร็วมากในยุคปัจจุบัน

ดังนั้นเราจะต้องสร้างหรือปรับโครงสร้างการผลิต เรื่องความสามารถในการแข่งขัน สร้างเศรษฐกิจใหม่สาขาใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศ โจทก์รัฐบาลในช่วงถัดไป มีเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง คือเรื่องความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และต่างประเทศ เพื่อให้ต่างชาติมีความมั่นใจว่าประเทศไทยสามารถบริหารงานด้านต่าง ๆ อยู่ในมาตรฐานสากล

สำหรับสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาที่ร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน สภาพัฒน์ฯ ประเมินไว้ 2 ฉากทัศน์ คือ

- จบภายใน 1 เดือน ตามที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ระบุไว้ แต่ตอนนี้มีการกระจายพื้นที่การรบในภูมิภาค จึงน่าจะกระทบกับเศรษฐกิจไทย ทำให้การเติบโตลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 2% ก็น่าจะเหลือที่ 1.6%

- แต่ถ้าสถานการณ์ยาวกว่านั้น เศรษฐกิจไทยเติบโตเหลือแค่ 1.3% และราคาน้ำมันจะกระโดดไปที่ 125 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ถ้าการสู้รบสั้น น้ำมันจะอยู่ที่ราว 100 เหรียญต่อบาร์เรล

ดังนั้นมาตรการของไทยตอนนี้ คือ การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 15 วัน อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร จากนั้นจะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การสู้รบครั้งนี้ราคาน้ำมันไม่ได้กระโดดสูงขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น เพราะซัพพลายของโลกยังมีอยู่ แต่ถ้ายืดเยื้อระบบได้รับความเสียหายมาก จะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น

ถ้าวันนี้ไม่มีการนำเข้าน้ำมันเข้าในประเทศเลย เราจะสามารถอยู่ได้ประมาณ 90 วัน แต่มีข้อมูลว่าจนถึงเดือน เม.ย.นี้ เรายังมีน้ำมันใช้อยู่ แต่จะเพิ่มหรือลดไปจากนี้หรือไม่ ก็อยู่ที่ว่าจากนี้เราจะสามารถมีน้ำมันเพิ่มขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันทางคู่ค้าของ ปตท.ได้มีการไปเจรจาเพื่อขอเพิ่ม ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก็จะเจรจาหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเข้ามาด้วย ส่วนมาตรการประหยัดพลังงานนั้น รมว.พลังงาน จะมีการนำแผนเข้าครม. ในสัปดาห์หน้า

"ถ้าถามผมเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์หนึ่งเท่านั้น ที่เป็นเหตุให้ควรตั้งรัฐบาลให้เร็ว แต่ยังมีเรื่องอื่นอีกที่ควรเร่งตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพราะยิ่งตั้งรัฐบาลช้า การจัดการในแง่ที่ต้องใช้เงินงบประมาณจะมีปัญหา" เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะสามารถตั้งรัฐบาลได้ก่อนช่วงสงกรานต์ ซึ่งอาจมีผลให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 ล่าช้าออกไปประมาณ 1 เดือน แต่เท่าที่ดูตามตารางและมีการพูดคุยกัน อาจสามารถเร่งกระบวนการ เช่น การเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจัดทำ Fast track ซึ่งอาจทำให้งบประมาณใช้ได้ทันเดือน ต.ค. ซึ่งที่ผ่านมาเราเคยทำมาแล้ว

นายดนุชา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และภาคเอกชน ได้มีการเซ็ตระบบในการพูดคุยร่วมกัน รัฐบาลสามารถใช้ระบบนี้ในการพูดคุยกับภาคเอกชนในวงเล็ก เมื่อได้ความชัดเจนค่อยขยายการดำเนินการในภาพใหญ่ ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนชาวต่างชาติ เมื่อมาลงทุนในประเทศไทยว่าจะได้รับความสะดวก นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนงบประมาณจังหวัดทุกจังหวัดจากที่เคยนำไปใช้สำหรับการจัดทำระบบโครงสร้าง ถนน บ่อน้ำ ให้นำมาใช้สำหรับการสร้างอาชีพ ส่วนงบโครงสร้างให้ไปขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่รับผิดชอบตรงแทน

สำหรับหน้าตารัฐบาล จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย ซึ่งจะถูกคัดคุณสมบัติจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่วางหลักไว้ชัดเจน ดังนั้น ต้องเลือกคนที่มีคุณสมบัติดี มีจริยธรรมคุณธรรมชัดเจน มีความสามารถ

"ส่วนตัวอยากให้มีสัดส่วนคนรุ่นใหม่เข้ามาให้มาก เพื่อสร้างการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งที่ผ่านมา เราก็เห็นอยู่ว่าคนรุ่นใหม่ พอได้มาเป็นรัฐมนตรีก็สามารถทำได้ดี จึงควรได้รับการสนับสนุนมากขึ้น ก็จะทำให้เราได้เห็นภาพการทำงานอีกรูปแบบหนึ่ง" เลขาธิการสภาพัฒน์ ระบุ

*สภาอุตฯ ท่องเที่ยว รับสงครามอิหร่านทำ นทท.ลด แนะดึงอาเซียนเที่ยวไทย

นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา พอเกิดวิกฤตรัฐบาลก็ถือว่าให้การดูแลเยียวยาบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นปัญหาคือตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่ง 1 ปี มีการเปลี่ยนตัว รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาถึง 4 คน ทำให้นโยบายไม่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ โครงการต่างๆ ต้องขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล ต้องมีคนเก่งเข้ามาขับเคลื่อน แต่หากฝ่ายข้าราชการประจำไม่เอาด้วยก็ไม่สามารถเดินหน้าโครงการต่างๆ ตามนโยบายได้ ซึ่งเป็นมาทุก ๆ สมัย ทั้งนี้ตนเห็นด้วยกับการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ดังนั้นต้องดูว่ารัฐบาลชุดใหม่จะให้ความสำคัญในเรื่องหรือไม่

นายชัย กล่าวต่อว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เริ่มส่งผลต่อการเดินทาง โดยสายการบินบางส่วนลดเที่ยวบินมายังไทย ทำให้เป้าหมายนักท่องเที่ยวปี 2569 ที่ตั้งไว้ 36 ล้านคนอาจทำได้ยาก คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 33 ล้านคน พร้อมวางแผนดึงนักท่องเที่ยวจากประเทศอาเซียนเข้ามาทดแทนตลาดที่ชะลอตัว เนื่องจากยังมีนักท่องเที่ยวจากจีน อินเดีย และสิงคโปร์ เข้ามาอย่างต่อเนื่องก็ตาม

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...