ดาวโจนส์ ร่วงเกือบ 800 จุด! ราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามอิหร่าน ฉุดตลาดหุ้นโลก
5 มี.ค. 2569 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระตุ้นความกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนยังจับตาทิศทางนโยบายการเงินและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในระยะต่อไป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก หลังราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบอย่างหนักในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค. 2569) หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยแรงขายนำโดยหุ้นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น Boeing และ Caterpillar
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 47,954.74 จุด ลดลง 784.67 จุด (-1.61%)
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,830.71 จุด ลดลง 38.79 จุด (-0.56%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 22,748.986 จุด ลดลง 58.498 จุด (-0.26%)
ระหว่างการซื้อขาย ดัชนีดาวโจนส์เคยดิ่งลงมากกว่า 1,000 จุด หลังราคาน้ำมันดิบสหรัฐทะลุระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากรายงานว่าอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่เรือบรรทุกน้ำมัน ส่งผลให้การขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของอุปทานน้ำมันโลกเผชิญความเสี่ยง
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ นักลงทุนวิตกสถานการณ์สงครามอิหร่าน
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงเช่นกัน หลังนักลงทุนติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจและตลาดพลังงานโลก
- ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 604.83 จุด ลดลง 7.88 จุด (-1.29%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 23,815.75 จุด ลดลง 389.61 จุด (-1.61%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,045.80 จุด ลดลง 121.93 จุด (-1.49%)
บรรยากาศการลงทุนในยุโรปถูกกดดันจากความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจยืดเยื้อ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก
ตลาดหุ้นอังกฤษร่วงตามตลาดโลก
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันเดียวกัน สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลก หลังนักลงทุนลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,413.94 จุด ลดลง 153.71 จุด (-1.45%)
แรงขายกระจายตัวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบของราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก
ราคาน้ำมันพุ่งแรง ทะลุ 80 ดอลลาร์จากสงครามอิหร่าน
ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง หลังสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางกระทบต่อการขนส่งพลังงานในภูมิภาค
- ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 81.01 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 8.51%
- ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนพฤษภาคม) ปิดที่ 85.41 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.93%
ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนหลังมีรายงานว่าอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันสำคัญของโลกต้องหยุดชะงัก ทำให้ตลาดกังวลต่อภาวะอุปทานพลังงานตึงตัว
ราคาทองคำปรับขึ้น รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาทองคำโลก ปรับตัวขึ้น หลังนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงการชะลอตัวของค่าเงินดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้า
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) อยู่ที่ 5,166.75 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้นประมาณ 1.6%
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนเมษายน) อยู่ที่ 5,177.60 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้นประมาณ 1.1%
นักวิเคราะห์มองว่าความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในระยะนี้
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนแห่ถือสินทรัพย์ปลอดภัย
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังนักลงทุนหันเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง
- ยูโร/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.1579 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 0.4%
- ดอลลาร์/เยน ปิดที่ 157.72 เยน เพิ่มขึ้นประมาณ 0.4%
- ปอนด์/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.3329 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 0.3%
นักลงทุนยังจับตาทิศทางสงครามในตะวันออกกลางและแนวโน้มเงินเฟ้อโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก