โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ขุดประวัติ สรวีย์ สั่งอุ้มฆ่า ผจก.ท็อป โปรไฟล์สุดอึ้ง! โยงคดีดังสะเทือนประเทศ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 07.29 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าจับกุมตัว นายสรวีย์ 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกระบุว่าเป็นผู้บงการสั่งการทีมอุ้มฆ่ากลางวันแสกๆ กลางกรุงย่านรัชดาภิเษก ในคดีสะเทือนขวัญอุ้มฆ่าเผานั่งยาง นายรุทธ์ หรือ ท็อป ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่และสร้างความฮือฮาให้กับสังคมอย่างมาก

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าจับกุมตัว นายสรวีย์ 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกระบุว่าเป็นผู้บงการสั่งการทีมอุ้มฆ่ากลางวันแสกๆ กลางกรุงย่านรัชดาภิเษก ในคดีสะเทือนขวัญอุ้มฆ่าเผานั่งยาง นายรุทธ์ หรือ ท็อป ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่และสร้างความฮือฮาให้กับสังคมอย่างมาก

จากการสืบค้นประวัติของนายสรวีย์ พบว่าเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ไม่ธรรมดา และเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน้าข่าวสำคัญของประเทศไทยมาแล้ว

สำหรับประวัติของนายสรวีย์ หรือชื่อจริงคือ ซี รัฐพิทักษ์ถิรดา เป็นบุคคลที่ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ ผู้การแต้ม อดีตตำรวจมือปราบชื่อดัง ได้วิเคราะห์เอาไว้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสั่งการทีมอุ้มฆ่ากลางวันแสกๆ กลางกรุงย่านรัชดาภิเษก จะต้องเป็นบุคคลที่กว้างขวางและมีอิทธิพลพอสมควร ถึงกล้าก่อเหตุอุกอาจท้าทายกฎหมายเช่นนี้

มีรายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมถึงประวัติของนายสรวีย์ว่า เขาคืออดีตสามีของสาวคนดังที่เคยก่อเหตุขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค พุ่งชนท้ายรถตู้โดยสารประจำทางสาย มธ.ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 9 ราย เมื่อปี พ.ศ. 2553

นอกจากนี้ นายสรวีย์ยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นอนุกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และในปี พ.ศ. 2562 ได้เข้ามาทำงานด้านการเมืองร่วมกับพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง

ในด้านความสัมพันธ์ซับซ้อนและชนวนสั่งตาย นายสรวีย์เคยเป็นอดีตคนรักของ จีน่า ซึ่งเป็นหญิงสาวที่เป็นโลกใบที่สองของคุณท็อป แม้จีน่าจะยืนยันว่าได้เลิกรากับนายสรวีย์ไปนานนับสิบปีแล้ว แต่ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ทำให้ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า แรงจูงใจในการสั่งอุ้มฆ่าอาจมาจากความแค้นเรื่องชู้สาวและการถูกหยามเกียรติ

อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายสรวีย์ยังคงให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงบางส่วน และพยายามเชื่อมโยงว่ามูลเหตุอาจมาจากปัญหาภายในครอบครัว หรืออาจโยงไปถึงเรื่องที่ผู้ตายเคยขัดแย้งทางธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในประเทศกัมพูชา

สำหรับการจับกุมตัว นายสรวีย์ และ นางสาวเบญญาภา (เบ็น) ผู้ต้องหาหญิงอีกราย ถูกตำรวจบุกเข้าจับกุมตัวได้เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 5 มีนาคม ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตัวเดินทางออกจากที่พัก

ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1293/2569 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2569 นายสรวีย์ต้องเผชิญกับข้อหาหนักหลายกระทง ได้แก่

- เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

- ข่มขืนใจผู้อื่นโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

- กักขังหน่วงเหนี่ยว

- ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยใช้ยานพาหนะ

- ไม่มีเหตุอันสมควรทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย หรือลอบฝัง ซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตาย

- อั้งยี่ ซ่องโจร

ทั้งนี้ ในทางกฎหมาย นายสรวีย์ และ นางสาวเบญญาภา ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...