24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
>> ไฟไหม้วิหารไม้โบราณ วัดม่อนปู่ยักษ์ จ.ลำปาง เสียหายหมดทั้งหลัง
06.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในวัดม่อนปู่ยักษ์ หรือ วัดม่อนสัณฐาน วัดเก่าแก่ในเขตพื้นที่ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง
นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และ นายปุณณสิน มณีนันทน์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ได้สั่งการด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยมีรถดับเพลิงจากเทศบาลนครลำปาง รถดับเพลิงจากพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของหน่วยกู้ภัยสว่างลำปาง เข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชน ที่อยู่ใกล้ เบื้องต้น ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต แต่กุฎิไม้เก่าแก่ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งหมด
>> ช้างป่าเขาใหญ่ กำลังกลับเข้าป่า เกิดตกมันไล่ทำร้าย นักท่องเที่ยวสียชีวิต ขณะออกกำลังกายตอนเช้า
07.15 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นบริเวณลานกางเต็นท์ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.4 (คลองปลากั้ง) หมู่ 16 ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อนักท่องเที่ยวชายรายหนึ่งถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดและประสานงานเพื่อยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิu รวมถึงแจ้งญาติให้ทราบต่อไป
จากการสันนิษฐานเบื้องต้นและข้อมูลจากคนในพื้นที่ คาดว่าช้างป่าตัวที่ก่อเหตุคือ “เจ้าอ้อยหวาน” ซึ่งเป็นช้างป่าเพศผู้ที่มีพฤติกรรมออกมาหากินใกล้แนวเขตชุมชนและจุดท่องเที่ยวบ่อยครั้ง โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่และกลุ่มอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่าได้มีการติดตามพฤติกรรมและประกาศเตือนให้ระมัดระวังช้างตัวนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากมีรายงานว่าอยู่ในสภาวะตกมันและเคยมีประวัติทำร้ายประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงจนเสียชีวิตมาแล้ว
>> กทม. เผยผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก นอกเขต 87.60% ในเขต 96.47% ชื่นชมพลังการมีส่วนร่วม
09.30 น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ณ สถานที่เลือกตั้งกลางของกรุงเทพมหานคร จำนวน 50 จุด โดยภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่สามารถบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม
สำหรับภาพรวมผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 845,853 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 740,966 คน คิดเป็นร้อยละ 87.60 ขณะที่ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,747 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 2,650 คน คิดเป็นร้อยละ 96.47 สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตยของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน
>> ไฟไหม้รถบรรทุกน้ำมันเผาวอด 3 คัน คนขับดับ 1 ราย คาดมูลค่าความเสียหาย 50 ล้านบาท
09.40 น. สภ.กระนวน เกิดเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกน้ำมัน บริเวณจุดกระจายน้ำมันให้รถบรรทุกด้านหลังปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ถนนกระนวน-ท่าคันโท ตำบลหนองโก อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น
จุดเกิดเหตุเป็นแหล่งจำหน่ายและกระจายน้ำมันให้กับปั้มขนาดเล็กในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ตั้งอยู่ใกล้กับปั้ม โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม ทำให้ทางโรงเรียนต้องสั่งปิดการเรียนการสอนให้นักเรียนเดินทางกลับบ้าน เพื่อความปลอดภัย
เบื้องต้นได้ระดมรถดับเพลิงจากหลายภาคส่วนทั้งอำเภอใกล้เคียงขณะนี้ได้ควบคุมเพลิงไว้ได้แล้วตรวจพบความเสียหายคาดเบื้องต้น 50 ล้านบาท มีรถบรรทุกน้ำมันเพลิงเผาวอด 3 คัน เสียหายบางส่วน 2 คัน มีผลบาดเจ็บ 2 ราย และหลังจากควบคมเพลิงสำเร็จตรวจพบภายหลังมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบพิสูตรหาสาเหตุที่แท้จริง
>> “บิ๊กโจ๊ก” ส่งทนายฟ้อง “พ.ต.ท.คริษฐ์” ฐานแจ้งความเท็จ ศาลนัดไต่สวน 20 เม.ย. 2569
11.00 น. นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายื่นฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตลูกน้องคนสนิท ในความผิดฐานแจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา จากกรณีที่ผู้ถูกฟ้องเคยเข้าแจ้งความกล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทำร้ายร่างกาย ส่งผลให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยศาลรับคดีไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.308/2569 และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.
ทนายความระบุว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้เพื่อให้คดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากข้อเท็จจริงต้องมีฝ่ายหนึ่งพูดไม่จริง และต้องนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ในชั้นศาล พร้อมย้ำว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์เตรียมดำเนินคดีกับบุคคลที่นำข้อมูลทางเวชระเบียนมาเผยแพร่จนก่อให้เกิดความเสียหาย ขณะเดียวกันในช่วงบ่ายวันนี้จะนำเอกสารจำนวน 200 ชุด ส่งมอบให้ประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภา เพื่อประกอบการพิจารณาคดีสินบนทองคำที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา
>> เพลิงไหม้โรงงานหลอมโฟมย่านบ้านสวน ชลบุรี คาดไฟฟ้าลัดวงจรทำสะเก็ดไฟตกใส่กองเชื้อเพลิง จ.ชลบุรี
12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงงานหลอมโฟมบริเวณหมู่ 3 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลนครบ้านสวน และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 10 คัน พร้อมด้วยนายฉัตรชัย อั้งลิ้ม นายกเทศมนตรีนครบ้านสวน รุดเข้าตรวจสอบและระงับเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานหลอมโฟมขนาดใหญ่ พบกลุ่มควันสีดำหนาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และมีเปลวไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณลานดินซึ่งมีกองวัสดุโฟมจำนวนมากตั้งอยู่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ไฟลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้สำเร็จ
จากการสอบถาม พนักงานโรงงานที่อยู่ในเหตุการณ์ เบื้องต้นให้การว่า ขณะกำลังปฏิบัติงานได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น ซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้มีสะเก็ดไฟตกลงไปยังกองโฟมที่เป็นวัตถุไวไฟ ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว พนักงานพยายามช่วยกันดับเพลิงในเบื้องต้นแล้วแต่ไม่สามารถควบคุมได้ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงและมูลค่าความเสียหายนั้น ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี เตรียมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แน่ชัดและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
>> รู้ตัวคนร้ายแล้ว เคสบุกเดี่ยวชิงทอง 198 บาท ย่านสุขุมวิท 50 คาดยังวนเวียนอยู่ในพื้นที่
13.29 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีคนร้ายชิงทองคำ 198 บาท และเงินสด 170,000 บาท ไปจากห้างฯ ย่านซอยสุขุมวิท 50 เมื่อคืนวันที่ 30 มกราคม ช่วงประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ซึ่งคนร้ายได้ทองคำไปถึง 198 บาท
ด้าน พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผยว่า คดีนี้คนร้ายบุกชิงทรัพย์ที่ร้านทอง ในห้างที่สุขุมวิท 50 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ว่า ยังอยู่ระหว่างระดมกำลังทุกหน่วยช่วยกันติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดไล่เส้นทาง ตั้งแต่ผู้ก่อเหตุเดินทางมาก่อเหตุและหลบหนีไป
หลังตรวจสอบวงจรปิดพบว่าผู้ก่อเหตุได้มาดูลาดเลา ก่อนก่อเหตุหลายวัน เชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ โดยข้อมูลจากวงจรปิดชี้ให้เห็นว่า ระยะนี้เจ้าตัวยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่รกร้าง ซึ่งอาจไม่ใช่ที่พักอาศัยปกติ อีกทั้งยังคงติดตามข้อมูลข่าวสารที่ตำรวจให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่เดินทางกลับเข้าที่พักอาศัย และอาจจะแฝงตัวอยู่ตามใต้สะพานและพื้นที่รกร้างต่าง ๆ ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ
ทั้งนี้ ได้ระดมทีมเข้ามาช่วยติดตามตัวผู้ก่อเหตุ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีกระยะ โดยขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้ออกหมายจับ แต่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วว่าเป็นใคร อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเก่า ๆ มาประกอบหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลให้มีความชัดเจนเพิ่มขึ้น สำหรับขอศาลออกหมายจับ
นอกจากนี้ ยังได้ประสานสมาคมผู้ค้าทองคำในกรุงเทพมหานคร เพื่อเชิญมาพูดคุยหามาตรการร่วมกันในการป้องกัน เรื่องระบบรักษาความปลอดภัย เนื่องจากช่วงนี้ราคาทองคำยังปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งเป้าว่าจะกำหนดนัดหมายวันที่ชัดเจนในช่วงหลังเลือกตั้ง
>> นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ ชื่นชมไทยปราบปรามสแกมเมอร์จริงจัง พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือทุกมิติ
13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ นายทูมูร์ อามาร์ซานา เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ ณ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมขอบคุณเอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ ที่มีบทบาทอย่างแข็งขันในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมองโกเลียให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง
ทั้งสองฝ่ายได้หารือติดตามความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ ทั้งด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน โดยเห็นพ้องกันว่า ไทยและมองโกเลียยังมีศักยภาพในการขยายมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันได้อีกมาก พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 และเพิ่มมูลค่าการลงทุนเป็น 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจในอนาคต
ด้านความมั่นคง เอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ ชื่นชมการดำเนินงานของรัฐบาลไทยในการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง พร้อมขอบคุณไทยที่จัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ยืนยันว่ามองโกเลียพร้อมสนับสนุนแนวคิดและมาตรการในอนาคตของไทย เพื่อร่วมกันต่อสู้กับอาชญากรรมดังกล่าว
>> ไฟไหม้บ้านเรือน ภายในชุมชนย่านราษฎร์บูรณะซอย 16 เคราะห์ดีไร้คนเจ็บ
14.16 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในซอยราษฎร์บูรณะ 16 ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ก่อนประสานรถดับเพลิงจากสถานีดับเพลิงราษฎร์บูรณะเข้าควบคุมสถานการณ์
พบต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้านหลังหนึ่ง ในชุมชนสมบูรณ์ทรัพย์ ลักษณะเป็นบ้านไม้ครึ่งปูน 2 ชั้น เพลิงลุกไหม้บริเวณชั้น 2 มีควันหนาแน่น ขณะที่พื้นที่เป็นซอยคับแคบ รถดับเพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือหาบหามลำเลียงเข้าไป ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้
จากการสอบถาม นางสาวเอ๋ (นามสมมติ) อายุ 49 ปี บุตรสาวเจ้าของบ้าน ระบุว่า ขณะเกิดเหตุได้กลิ่นไหม้ผิดปกติ ก่อนพบควันพวยพุ่งจากห้องพระชั้น 2 และพา หญิงไทย อายุ 82 ปี เจ้าของบ้าน ออกมาได้อย่างปลอดภัย เบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสัตว์เลี้ยงพบแมว 1 ตัวแล้ว อีกหลายตัวยังอยู่ระหว่างค้นหา ทั้งนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุและประเมินความเสียหายต่อไป
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยบรมราชชนนี 30 เสียหายวอดทั้งคัน
18.27 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยบรมราชชนนี 30 ถนนบรมราชชนนี แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์
>> งมรถจักรยานยนต์ "โจรชิงทอง" กว่า 15 ล้าน ถูกทิ้งลงคลองประเวศฯ ตร.ชุดสืบตรวจสอบ พบตะขอทองตก 1 ชิ้น
18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่เชื่อว่าใช้ในการหลบหนีของคนร้ายฉายา “โจรหมวกฟาง” หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนชิงทองร้านทองภายในห้างย่านสุขุมวิท ท้องที่ สน.พระโขนง เมื่อคืนวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา กวาดทองหนักราว 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท โดยรถถูกพบถูกทิ้งอยู่ในคลองประเวศ เป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทะเบียน ลพบุรี
การตรวจสอบพบว่าเจ้าของรถเคยแจ้งความรถหายไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ซึ่งสอดคล้องแนวทางสืบสวน ขณะเดียวกันตำรวจยังพบตะขอทองตกอยู่ใกล้จุดพบรถ เมื่อตรวจสอบพบมีการแกะสลักตรงกับร้านทองที่ถูกก่อเหตุ เบื้องต้นอยู่ระหว่างเก็บพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี และไล่กล้องวงจรปิด เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี คาดจะมีความคืบหน้าในเร็ว ๆ นี้
>> รถกระบะชนกับรถไถการเกษตร มีผู้บาดเจ็บ 1 และมีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นคุณตาวัย 70 ปี จ.ชัยภูมิ
18.45 น. รับแจ้งจาก สมาคมอาสาสมัครร่วมกตัญญู จ.ชัยภูมิ มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถไถการเกษตร และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนบ้านโนนน้ำคำ - สารจอดเก่า ตำบลหนองโพนงาม อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีทอง ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ลักษณะชนกับรถไถการเกษตร สีแดง ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยเป็นชาย 1 ราย อายุ 70 ปี รู้สึกตัวดีถามตอบสับสนมีแผลบริเวณใบหน้าและเจ็บที่ไหล่ซ้าย อาสาสมัครทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน นำส่งตัวต่อที่โรงพยาบาลเกษตรสมบูรณ์ ส่วนอีก 1 รายนั้น เป็นชายผู้ชาย อายุ 70 ปี อาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสาสมัครเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป้า
>> รถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์แล้วทับซ้ำ มีผู้เสียชีวิตกลางแยกเจริญผล
20.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บนถนนพระราม 1 ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าแยกยศเส บริเวณกลางแยกเจริญผล ในพื้นที่ เขตปทุมวัน กทม.
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง ไม่พบแผ่นป้ายทะเบียน ลักษณะชนกับรถบรรทุก ป้ายทะเบียน ปทุมธานี ตรวจสอบที่บริเวณล้อหลังใต้รถบรรทุก พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นบุคคลชาวเมียนมา และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 รายอาสานำตัวส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน
>> ตำรวจ ปส.สกัดจับรถเทรลเลอร์ ตรวจค้นพบยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 200 กก.กลางสี่แยก
21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสนา ร่วมกันสกัดจับกุมรถยนต์บรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ ได้ที่บริเวณ สี่แยกสัญญาณไฟเสนา-ปทุมธานี ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจค้นภายในรถพบยาบ้า จำนวน 4 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 200 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ตู้คอนเทรนเนอร์ มีการดัดแปลงใช้แผ่นเหล็กสร้างทำเป็นกล่องเอาไว้ยึดติดกับตัวตู่คอนเทรนเนอร์ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างตัดเหล็กออกจึงพบยาบ้า-ยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด บช.ปส. ได้เฝ้าติดตามแกละรอยรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวมาจาก จังหวัดทางภาคเหนือ มุ่งหน้าสู่จังหวัดทางภาคกลาง ขับหลบตามเส้นทางสายหลัก เข้าสู่พื้นที่จ.สุพรรณบุรี คนร้ายไหวตัวว่าถูดสะกดรอยตาม จึงขับรถหลบหนี มาตามถนนสุพรรณบุรี-เสนา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการประสานให้ช่วยสกัดจับกุมไว้ได้
ภายหลังการตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์บรรทุก และคนที่นั่งมาในรถด้วย รีบควบคุมตัว เพื่อทำการสืบสวนขยายผล ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทันที ชุดจับกุมยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดข้อมูล
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
03.21 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.2 ลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 158 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย