โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 22.36 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 22.36 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569

>> ไฟไหม้วิหารไม้โบราณ วัดม่อนปู่ยักษ์ จ.ลำปาง เสียหายหมดทั้งหลัง

06.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในวัดม่อนปู่ยักษ์ หรือ วัดม่อนสัณฐาน วัดเก่าแก่ในเขตพื้นที่ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง

นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และ นายปุณณสิน มณีนันทน์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ได้สั่งการด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยมีรถดับเพลิงจากเทศบาลนครลำปาง รถดับเพลิงจากพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของหน่วยกู้ภัยสว่างลำปาง เข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชน ที่อยู่ใกล้ เบื้องต้น ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต แต่กุฎิไม้เก่าแก่ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งหมด

>> ช้างป่าเขาใหญ่ กำลังกลับเข้าป่า เกิดตกมันไล่ทำร้าย นักท่องเที่ยวสียชีวิต ขณะออกกำลังกายตอนเช้า

07.15 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นบริเวณลานกางเต็นท์ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.4 (คลองปลากั้ง) หมู่ 16 ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อนักท่องเที่ยวชายรายหนึ่งถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดและประสานงานเพื่อยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิu รวมถึงแจ้งญาติให้ทราบต่อไป

จากการสันนิษฐานเบื้องต้นและข้อมูลจากคนในพื้นที่ คาดว่าช้างป่าตัวที่ก่อเหตุคือ “เจ้าอ้อยหวาน” ซึ่งเป็นช้างป่าเพศผู้ที่มีพฤติกรรมออกมาหากินใกล้แนวเขตชุมชนและจุดท่องเที่ยวบ่อยครั้ง โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่และกลุ่มอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่าได้มีการติดตามพฤติกรรมและประกาศเตือนให้ระมัดระวังช้างตัวนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากมีรายงานว่าอยู่ในสภาวะตกมันและเคยมีประวัติทำร้ายประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงจนเสียชีวิตมาแล้ว

>> กทม. เผยผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก นอกเขต 87.60% ในเขต 96.47% ชื่นชมพลังการมีส่วนร่วม

09.30 น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ณ สถานที่เลือกตั้งกลางของกรุงเทพมหานคร จำนวน 50 จุด โดยภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่สามารถบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม

สำหรับภาพรวมผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 845,853 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 740,966 คน คิดเป็นร้อยละ 87.60 ขณะที่ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,747 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 2,650 คน คิดเป็นร้อยละ 96.47 สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตยของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน

>> ไฟไหม้รถบรรทุกน้ำมันเผาวอด 3 คัน คนขับดับ 1 ราย คาดมูลค่าความเสียหาย 50 ล้านบาท

09.40 น. สภ.กระนวน เกิดเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกน้ำมัน บริเวณจุดกระจายน้ำมันให้รถบรรทุกด้านหลังปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ถนนกระนวน-ท่าคันโท ตำบลหนองโก อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น

จุดเกิดเหตุเป็นแหล่งจำหน่ายและกระจายน้ำมันให้กับปั้มขนาดเล็กในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ตั้งอยู่ใกล้กับปั้ม โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม ทำให้ทางโรงเรียนต้องสั่งปิดการเรียนการสอนให้นักเรียนเดินทางกลับบ้าน เพื่อความปลอดภัย

เบื้องต้นได้ระดมรถดับเพลิงจากหลายภาคส่วนทั้งอำเภอใกล้เคียงขณะนี้ได้ควบคุมเพลิงไว้ได้แล้วตรวจพบความเสียหายคาดเบื้องต้น 50 ล้านบาท มีรถบรรทุกน้ำมันเพลิงเผาวอด 3 คัน เสียหายบางส่วน 2 คัน มีผลบาดเจ็บ 2 ราย และหลังจากควบคมเพลิงสำเร็จตรวจพบภายหลังมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบพิสูตรหาสาเหตุที่แท้จริง

>> “บิ๊กโจ๊ก” ส่งทนายฟ้อง “พ.ต.ท.คริษฐ์” ฐานแจ้งความเท็จ ศาลนัดไต่สวน 20 เม.ย. 2569

11.00 น. นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายื่นฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตลูกน้องคนสนิท ในความผิดฐานแจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา จากกรณีที่ผู้ถูกฟ้องเคยเข้าแจ้งความกล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทำร้ายร่างกาย ส่งผลให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยศาลรับคดีไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.308/2569 และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.

ทนายความระบุว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้เพื่อให้คดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากข้อเท็จจริงต้องมีฝ่ายหนึ่งพูดไม่จริง และต้องนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ในชั้นศาล พร้อมย้ำว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์เตรียมดำเนินคดีกับบุคคลที่นำข้อมูลทางเวชระเบียนมาเผยแพร่จนก่อให้เกิดความเสียหาย ขณะเดียวกันในช่วงบ่ายวันนี้จะนำเอกสารจำนวน 200 ชุด ส่งมอบให้ประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภา เพื่อประกอบการพิจารณาคดีสินบนทองคำที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา

>> เพลิงไหม้โรงงานหลอมโฟมย่านบ้านสวน ชลบุรี คาดไฟฟ้าลัดวงจรทำสะเก็ดไฟตกใส่กองเชื้อเพลิง จ.ชลบุรี

12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงงานหลอมโฟมบริเวณหมู่ 3 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลนครบ้านสวน และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 10 คัน พร้อมด้วยนายฉัตรชัย อั้งลิ้ม นายกเทศมนตรีนครบ้านสวน รุดเข้าตรวจสอบและระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานหลอมโฟมขนาดใหญ่ พบกลุ่มควันสีดำหนาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และมีเปลวไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณลานดินซึ่งมีกองวัสดุโฟมจำนวนมากตั้งอยู่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ไฟลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้สำเร็จ

จากการสอบถาม พนักงานโรงงานที่อยู่ในเหตุการณ์ เบื้องต้นให้การว่า ขณะกำลังปฏิบัติงานได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น ซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้มีสะเก็ดไฟตกลงไปยังกองโฟมที่เป็นวัตถุไวไฟ ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว พนักงานพยายามช่วยกันดับเพลิงในเบื้องต้นแล้วแต่ไม่สามารถควบคุมได้ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงและมูลค่าความเสียหายนั้น ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี เตรียมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แน่ชัดและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

>> รู้ตัวคนร้ายแล้ว เคสบุกเดี่ยวชิงทอง 198 บาท ย่านสุขุมวิท 50 คาดยังวนเวียนอยู่ในพื้นที่

13.29 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีคนร้ายชิงทองคำ 198 บาท และเงินสด 170,000 บาท ไปจากห้างฯ ย่านซอยสุขุมวิท 50 เมื่อคืนวันที่ 30 มกราคม ช่วงประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ซึ่งคนร้ายได้ทองคำไปถึง 198 บาท

ด้าน พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผยว่า คดีนี้คนร้ายบุกชิงทรัพย์ที่ร้านทอง ในห้างที่สุขุมวิท 50 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ว่า ยังอยู่ระหว่างระดมกำลังทุกหน่วยช่วยกันติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดไล่เส้นทาง ตั้งแต่ผู้ก่อเหตุเดินทางมาก่อเหตุและหลบหนีไป

หลังตรวจสอบวงจรปิดพบว่าผู้ก่อเหตุได้มาดูลาดเลา ก่อนก่อเหตุหลายวัน เชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ โดยข้อมูลจากวงจรปิดชี้ให้เห็นว่า ระยะนี้เจ้าตัวยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่รกร้าง ซึ่งอาจไม่ใช่ที่พักอาศัยปกติ อีกทั้งยังคงติดตามข้อมูลข่าวสารที่ตำรวจให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่เดินทางกลับเข้าที่พักอาศัย และอาจจะแฝงตัวอยู่ตามใต้สะพานและพื้นที่รกร้างต่าง ๆ ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ

ทั้งนี้ ได้ระดมทีมเข้ามาช่วยติดตามตัวผู้ก่อเหตุ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีกระยะ โดยขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้ออกหมายจับ แต่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วว่าเป็นใคร อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเก่า ๆ มาประกอบหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลให้มีความชัดเจนเพิ่มขึ้น สำหรับขอศาลออกหมายจับ

นอกจากนี้ ยังได้ประสานสมาคมผู้ค้าทองคำในกรุงเทพมหานคร เพื่อเชิญมาพูดคุยหามาตรการร่วมกันในการป้องกัน เรื่องระบบรักษาความปลอดภัย เนื่องจากช่วงนี้ราคาทองคำยังปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งเป้าว่าจะกำหนดนัดหมายวันที่ชัดเจนในช่วงหลังเลือกตั้ง

>> นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ ชื่นชมไทยปราบปรามสแกมเมอร์จริงจัง พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือทุกมิติ

13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ นายทูมูร์ อามาร์ซานา เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ ณ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมขอบคุณเอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ ที่มีบทบาทอย่างแข็งขันในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมองโกเลียให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง

ทั้งสองฝ่ายได้หารือติดตามความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ ทั้งด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน โดยเห็นพ้องกันว่า ไทยและมองโกเลียยังมีศักยภาพในการขยายมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันได้อีกมาก พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 และเพิ่มมูลค่าการลงทุนเป็น 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจในอนาคต
ด้านความมั่นคง เอกอัครราชทูตมองโกเลียฯ ชื่นชมการดำเนินงานของรัฐบาลไทยในการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง พร้อมขอบคุณไทยที่จัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ยืนยันว่ามองโกเลียพร้อมสนับสนุนแนวคิดและมาตรการในอนาคตของไทย เพื่อร่วมกันต่อสู้กับอาชญากรรมดังกล่าว

>> ไฟไหม้บ้านเรือน ภายในชุมชนย่านราษฎร์บูรณะซอย 16 เคราะห์ดีไร้คนเจ็บ

14.16 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในซอยราษฎร์บูรณะ 16 ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ก่อนประสานรถดับเพลิงจากสถานีดับเพลิงราษฎร์บูรณะเข้าควบคุมสถานการณ์

พบต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้านหลังหนึ่ง ในชุมชนสมบูรณ์ทรัพย์ ลักษณะเป็นบ้านไม้ครึ่งปูน 2 ชั้น เพลิงลุกไหม้บริเวณชั้น 2 มีควันหนาแน่น ขณะที่พื้นที่เป็นซอยคับแคบ รถดับเพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือหาบหามลำเลียงเข้าไป ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการสอบถาม นางสาวเอ๋ (นามสมมติ) อายุ 49 ปี บุตรสาวเจ้าของบ้าน ระบุว่า ขณะเกิดเหตุได้กลิ่นไหม้ผิดปกติ ก่อนพบควันพวยพุ่งจากห้องพระชั้น 2 และพา หญิงไทย อายุ 82 ปี เจ้าของบ้าน ออกมาได้อย่างปลอดภัย เบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสัตว์เลี้ยงพบแมว 1 ตัวแล้ว อีกหลายตัวยังอยู่ระหว่างค้นหา ทั้งนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุและประเมินความเสียหายต่อไป

>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยบรมราชชนนี 30 เสียหายวอดทั้งคัน

18.27 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยบรมราชชนนี 30 ถนนบรมราชชนนี แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์

>> งมรถจักรยานยนต์ "โจรชิงทอง" กว่า 15 ล้าน ถูกทิ้งลงคลองประเวศฯ ตร.ชุดสืบตรวจสอบ พบตะขอทองตก 1 ชิ้น

18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่เชื่อว่าใช้ในการหลบหนีของคนร้ายฉายา “โจรหมวกฟาง” หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนชิงทองร้านทองภายในห้างย่านสุขุมวิท ท้องที่ สน.พระโขนง เมื่อคืนวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา กวาดทองหนักราว 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท โดยรถถูกพบถูกทิ้งอยู่ในคลองประเวศ เป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทะเบียน ลพบุรี

การตรวจสอบพบว่าเจ้าของรถเคยแจ้งความรถหายไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ซึ่งสอดคล้องแนวทางสืบสวน ขณะเดียวกันตำรวจยังพบตะขอทองตกอยู่ใกล้จุดพบรถ เมื่อตรวจสอบพบมีการแกะสลักตรงกับร้านทองที่ถูกก่อเหตุ เบื้องต้นอยู่ระหว่างเก็บพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี และไล่กล้องวงจรปิด เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี คาดจะมีความคืบหน้าในเร็ว ๆ นี้

>> รถกระบะชนกับรถไถการเกษตร มีผู้บาดเจ็บ 1 และมีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นคุณตาวัย 70 ปี จ.ชัยภูมิ

18.45 น. รับแจ้งจาก สมาคมอาสาสมัครร่วมกตัญญู จ.ชัยภูมิ มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถไถการเกษตร และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนบ้านโนนน้ำคำ - สารจอดเก่า ตำบลหนองโพนงาม อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีทอง ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ลักษณะชนกับรถไถการเกษตร สีแดง ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยเป็นชาย 1 ราย อายุ 70 ปี รู้สึกตัวดีถามตอบสับสนมีแผลบริเวณใบหน้าและเจ็บที่ไหล่ซ้าย อาสาสมัครทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน นำส่งตัวต่อที่โรงพยาบาลเกษตรสมบูรณ์ ส่วนอีก 1 รายนั้น เป็นชายผู้ชาย อายุ 70 ปี อาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสาสมัครเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป้า

>> รถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์แล้วทับซ้ำ มีผู้เสียชีวิตกลางแยกเจริญผล

20.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บนถนนพระราม 1 ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าแยกยศเส บริเวณกลางแยกเจริญผล ในพื้นที่ เขตปทุมวัน กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง ไม่พบแผ่นป้ายทะเบียน ลักษณะชนกับรถบรรทุก ป้ายทะเบียน ปทุมธานี ตรวจสอบที่บริเวณล้อหลังใต้รถบรรทุก พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นบุคคลชาวเมียนมา และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 รายอาสานำตัวส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน

>> ตำรวจ ปส.สกัดจับรถเทรลเลอร์ ตรวจค้นพบยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 200 กก.กลางสี่แยก

21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสนา ร่วมกันสกัดจับกุมรถยนต์บรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ ได้ที่บริเวณ สี่แยกสัญญาณไฟเสนา-ปทุมธานี ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจค้นภายในรถพบยาบ้า จำนวน 4 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 200 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน ตู้คอนเทรนเนอร์ มีการดัดแปลงใช้แผ่นเหล็กสร้างทำเป็นกล่องเอาไว้ยึดติดกับตัวตู่คอนเทรนเนอร์ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างตัดเหล็กออกจึงพบยาบ้า-ยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด บช.ปส. ได้เฝ้าติดตามแกละรอยรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวมาจาก จังหวัดทางภาคเหนือ มุ่งหน้าสู่จังหวัดทางภาคกลาง ขับหลบตามเส้นทางสายหลัก เข้าสู่พื้นที่จ.สุพรรณบุรี คนร้ายไหวตัวว่าถูดสะกดรอยตาม จึงขับรถหลบหนี มาตามถนนสุพรรณบุรี-เสนา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการประสานให้ช่วยสกัดจับกุมไว้ได้

ภายหลังการตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์บรรทุก และคนที่นั่งมาในรถด้วย รีบควบคุมตัว เพื่อทำการสืบสวนขยายผล ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทันที ชุดจับกุมยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดข้อมูล

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

03.21 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.2 ลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 158 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...