“ไดกิ้น” กางโรดแมปปี 2026 หนีตายตลาดแอร์อิ่มตัว-สู้ศึกสงครามราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าจีน
ทรานส์ฟอร์มสู่ Solution Provider รับเทรนด์ Net Zero ชูยุทธศาสตร์ AI-Carbon Neutrality แก้เกมสมรภูมิเครื่องเย็น เมื่อ “ราคา” ไม่ใช่คำตอบในยุคตลาดอิ่มตัว รุกหนักธุรกิจ HVAC ครบวงจร ประเดิมเปิดตัว VRV 7 สารทำความเย็น R32 รุ่นแรกในอาเซียน ตั้งเป้าเป็นพันธมิตรบริหารจัดการพลังงานภาคอุตสาหกรรม หนุนโรดแมปสิ่งแวดล้อมไทยปี 2050
26 มกราคม 2569 - บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ประกาศปรับทิศทางทางกลยุทธ์ครั้งใหญ่ในงาน“Daikin Product Convention 2026 : The Unlimited Air Possibilities” โดยมุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านอากาศอัจฉริยะ (Smart HVAC Solution Provider) อย่างเต็มตัว เพื่อตอบรับความท้าทายของโครงสร้างตลาดเครื่องปรับอากาศไทยที่ก้าวเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากผู้เล่นรายใหม่
จากการประเมินสถานการณ์ตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยปัจจุบัน ไดกิ้น ระบุว่าอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงใน 3 มิติหลัก คือ
- สภาวะตลาดสินค้าที่เริ่มอิ่มตัว (Market Saturation)
- การรุกคืบของผู้เล่นที่เน้นกลยุทธ์ราคา (Price War) โดยเฉพาะแบรนด์จากต่างประเทศ
- การเปลี่ยนผ่านของช่องทางการจำหน่ายสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวแทนจำหน่ายในโมเดลแบบดั้งเดิม
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตดังกล่าวยังมีโอกาสใหม่จากนโยบายภาครัฐที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 ซึ่งส่งผลให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมขยับความต้องการจากการซื้อเพียงตัวสินค้า (Hardware) ไปสู่การมองหาโซลูชัน (Solution) ที่สามารถบริหารจัดการพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริง
ยุทธศาสตร์ปี 2026: “อากาศ” ในฐานะสินทรัพย์ทางธุรกิจ
นายทาคาโยชิ มิกิ ประธานบริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด เปิดเผยวิสัยทัศน์ว่า ในปี 2026 ไดกิ้นจะให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าเพิ่มผ่านระบบอากาศที่สามารถ "ปรับตัวและเรียนรู้" ได้ด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคธุรกิจ
“การยกระดับสู่การเป็น Solution Provider ในปี 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มฟังก์ชันของผลิตภัณฑ์ แต่คือการปรับโมเดลธุรกิจให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม หนึ่งในแกนสำคัญคือการสร้าง Carbon Neutrality Solutions ซึ่งเราได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เพื่อร่วมทดสอบและยืนยันผลการประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม”
ไดกิ้นวางหมากในการเป็นผู้ให้บริการแบบ Total Solutions ครอบคลุมตั้งแต่ที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ ไปจนถึงระบบขนาดใหญ่ (Applied Products) โดยเน้นไปที่การบริหารจัดการสารทำความเย็น (Refrigerant Management) และการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management) เพื่อให้คู่ค้าสามารถบรรลุเป้าหมาย ESG (Environmental, Social, and Governance) ได้ตามมาตรฐานสากล
เจาะลึก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่: ชูนวัตกรรม AI และ R32 VRV ครั้งแรกในภูมิภาค
เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Solution Provider ไดกิ้นได้เปิดตัวไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุดผ่าน 2 แกนกลยุทธ์ คือ Superior Efficiency (AI & Energy) และ Sustainability for All Needs โดยแบ่งตามกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ :
1. กลุ่มระบบปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย (Residential) : เปิดตัวแบรนด์ AIR CREATOR ที่ฉีกภาพลักษณ์เครื่องปรับอากาศแบบเดิมด้วยฟีเจอร์ “Air Card” ให้ผู้ใช้งานปรับแต่งรูปแบบการทำงานของแอร์และเครื่องฟอกอากาศให้ซิงค์กับไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว พร้อมดีไซน์ทรงโค้งมนที่ได้รับรางวัล Good Design Award 2025
2. กลุ่มระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (SKYAIR และ VRV) : ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของปี 2026 ด้วยการเปิดตัว VRV 7 Series ซึ่งเป็นระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์รุ่นแรกในภูมิภาคอาเซียนและโอเชียเนียที่หันมาใช้สารทำความเย็น R32 อย่างเต็มรูปแบบ
- ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน : มีค่า COP (Coefficient of Performance) เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 21% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
- ผลกระทบสิ่งแวดล้อม : ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ สอดรับกับมาตรการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในระดับนานาชาติ
3. กลุ่มระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ (Applied Products) และ Data Center : ไดกิ้นเปิดตัว Marutto P Series ซึ่งเป็นโซลูชันบริหารอาคารอัจฉริยะแบบ Single Platform ครอบคลุมทั้งระบบปรับอากาศ แสงสว่าง และความปลอดภัย นอกจากนี้ยังรุกตลาด Data Center ที่กำลังเติบโตจากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI โดยนำเสนอระบบเครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) และระบบส่งลมเย็นที่เน้นเสถียรภาพสูงสุด (High Reliability) เพื่อรองรับการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ตลอด 24 ชั่วโมง
ยกระดับจากผู้ขายแอร์ สู่พันธมิตรเทคโนโลยี
นายวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ระบุว่า จุดตัดสำคัญของปี 2026 คือการแข่งขันที่วัดกันด้วยข้อมูลและการบริหารจัดการแบบเรียลไทม์
“ในปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม จากการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ ไปสู่การแข่งขันด้านโซลูชัน ไดกิ้นประเทศไทยมุ่งยกระดับบทบาทสู่การเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยี ที่ช่วยให้ลูกค้าและภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการพลังงาน คุณภาพอากาศ และความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม”
การขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “The Unlimited Air Possibilities” นี้ ไดกิ้นตั้งเป้าที่จะใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้พลังงานและควบคุมระบบแบบ Real-time ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม HVAC (Heating, Ventilation, and Air Conditioning) ในประเทศไทย
การประกาศทิศทางครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไดกิ้นกำลังเร่งปรับโครงสร้างรายได้จากการพึ่งพายอดขายเครื่องปรับอากาศรายตัว มาเป็นการสร้างรายได้จากบริการและโซลูชันระยะยาว (Recurring Income) เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่ยั่งยืนท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและวิกฤตด้านพลังงานที่ทวีความรุนแรงขึ้น