รวบแอดมินแก๊งแอปเงินกู้ คิดดอกเบี้ยสุดโหด คาดมีเงินหมุนเวียน 70 ล้านบาทต่อเดือน
วันที่ 22 มกราคม 2568 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นางสาวฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยมีลักษณะเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้” โดยจับกุมได้ บริเวณหน้าบ้าน ซอยลาดพร้าว101 แยก46 กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ต.ค. 2568 พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องร้องทุกข์ กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับแอปพลิเคชันหนึ่ง กับพวก ซึ่งได้ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำ มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด จึงได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีถึงที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนพบว่านางสาวฟ้า เป็นหนึ่งในแอดมิน แก๊งแอปเงินกู้นอกระบบ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่านางสาวฟ้า หลบหนีอยู่แถวย่านลาดพร้าว 101 จึงเข้าจับกุม จากการสอบถามนางสาวฟ้า ให้การว่า ตนได้สมัครงานผ่านเพจเฟซบุ๊ก รับสมัครพนักงานตอบแชทลูกค้าทางเพจ หลังจากสมัครทราบว่าเป็นการตอบแชทลูกค้าเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน มีการเปิดใช้แอปธนาคารบนมือถือผ่านบัญชีของตนเองให้กับนายจ้างชาวจีนทราบชื่อว่า “อาเฉิน” อายุประมาณ 35-45 ปี ซึ่งได้ค่าตอบแทนเดือนละ 12,000 บาท บวกกับโบนัสจำนวน 3,000 บาท รวมได้เงินเดือนๆละ 15,000 บาท โดยมีลูกค้าสนใจกู้เงินประมาณ 150 คนต่อวัน ยอดปล่อยกู้เฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 บาทต่อคน โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 40% ต่อ 7 วัน หรือต่อเดือน หรือร้อยละ 480% ต่อปี ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของลูกค้าต้องการแบบใด มีพนักงานทำหน้าที่ตอบแชทลูกค้าประมาณ 8-9 คน คาดว่ามีเงินหมุนเวียนประมาณ 70 ล้านบาทต่อเดือน
ตอนที่ตนทำงานบริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ภายในซอยลาดพร้าว 130 อาคารมีลักษณะเป็นออฟฟิศ โดยมีหน้าตาแอปต่างกันออกกันไป ตนไม่ทราบว่าแอปเปิดมาแล้วกี่ปี แต่ได้เข้ามาทำงานในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2568 ตอนที่ตนเข้ามามีคนอื่นๆ ทำงานอยู่ก่อนแล้วหลายคน คาดว่าน่าจะทำมาแล้วก่อนหน้านี้หลายเดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนรวบรวมแอปไว้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไปจากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ.จัดทำบันทึกจับกุมและนำตัวส่งไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป