สิงห์ เอสเตท ทิ้งสงครามราคา มุ่ง Asset Enhancement ดันเรทเช่าออฟฟิศ-ค่าห้องพักพุ่ง
สิงห์ เอสเตท ปรับกลยุทธ์เน้น "กำไรคุณภาพ" รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว มุ่งรักษาฐานรายได้ประจำจากธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงาน ดึงกลุ่ม Hyperscale Data Center ลงนิคมฯ เอส อ่างทอง ต่อยอดรายได้ขายที่ดินและสาธารณูปโภคพลังงาน ผนึกพันธมิตรขยายพอร์ตอสังหาฯ แนวราบและ Branded Residence กระจายความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน
5 มีนาคม 2569 -นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สิงห์ เอสเตท (S) เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 โดยตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 1.39 หมื่นล้านบาท ภายใต้ยุทธศาสตร์การสร้างฐานกำไรที่ยั่งยืนผ่านสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 80% ของรายได้รวมทั้งหมด เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินท่ามกลางสภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค
ยกระดับ Asset Yield : รุกอัปเกรดพอร์ตโรงแรม-ออฟฟิศเกรด A รับดีมานด์พรีเมียม
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจโรงแรมภายใต้ บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถในการทำกำไร (Profitability) โดยใช้กลยุทธ์การปรับปรุงประสิทธิภาพสินทรัพย์ (Asset Enhancement) ในทำเลศักยภาพอย่างมัลดีฟส์และสหราชอาณาจักร เพื่อเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน และรักษาฐานกำไรสุทธิให้มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ บริษัทยังคงรักษาอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ในระดับสูง โดยอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และเอส เมโทร มีอัตราการเช่าสูงกว่า 90% ขณะที่อาคารเอส โอเอซิส ปัจจุบันอยู่ที่ 56% และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 70% ภายในสิ้นปี 2569 ผ่านการปรับกลยุทธ์พื้นที่เช่าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานรูปแบบใหม่ เพื่อดึงดูดผู้เช่ารายใหม่และรักษาฐานลูกค้าหลักในระยะยาว
เจาะน่านน้ำใหม่ Hyperscale Data Center
หนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของการเติบโตในปีนี้คือ นิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง โดยบริษัทวางเป้าหมายยอดขายที่ดินจำนวน 200-400 ไร่ มุ่งเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะกลุ่ม Hyperscale Data Center ซึ่งมีความต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มั่นคง
การดึงดูดกลุ่มลูกค้านี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้จากการขายที่ดินเพียงครั้งเดียว แต่ยังช่วยเพิ่มรายได้ในส่วนของสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งคาดว่าจะเติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อกลุ่ม Data Center เริ่มเข้ามาดำเนินการเต็มตัว ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้าง Recurring Income ของกลุ่มบริษัทในภาพรวม
Joint Venture ลดเสี่ยง-ผุดบิ๊กโปรเจกต์แนวราบ-ที่พักหรู
นายชัยรัตน์ ระบุว่า ในสภาวะที่เศรษฐกิจมีขีดจำกัดการเติบโต การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจะเน้นการร่วมมือกับพันธมิตร (Partnership) เป็นหลัก เพื่อลดภาระการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีแผนพัฒนาโครงการร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่ อาทิ
- โครงการร่วมกับ วัน เรียลเอสเตท: มูลค่า 3 พันล้านบาท ซึ่งโครงการ วัน ริเวอร์ พระราม 3 มียอดขายแล้วกว่า 98% เตรียมรับรู้รายได้ในปี 2570
- โครงการร่วมกับ Hong Kong Land: ในโครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36 มูลค่า 6 พันล้านบาท ที่สามารถปิดการโอนได้ตามเป้าหมาย
- การพัฒนา Branded Residence: เล็งพื้นที่เกาะสมุย มูลค่าโครงการกว่า 1 พันล้านบาท เพื่อต่อยอดแบรนด์โรงแรมในเครือสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม
Financial Resilience ย้ำความเชื่อมั่นสถาบันการเงิน กางงบ 2 หมื่นล้านหนุนการเติบโต
ในด้านการบริหารจัดการงบประมาณ บริษัทมุ่งเน้นการรักษาสภาพคล่องและควบคุมสัดส่วนหนี้สินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยวางโครงสร้างแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน 70% และการออกหุ้นกู้ 30% ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีความสามารถในการจัดจำหน่ายหุ้นกู้อยู่ที่ 3-4 พันล้านบาทต่อปี และมีวงเงินสนับสนุนจากธนาคารรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่อพื้นฐานทางธุรกิจของบริษัท
"เราเน้นการทำธุรกิจเชิงคุณภาพเพื่อสร้างรากฐานกำไรที่แข็งแกร่ง โดยความร่วมมือกับพันธมิตรจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้พอร์ตโฟลิโอของ S ในระยะยาว และช่วยลดความเสี่ยงด้านการลงทุนในสภาวะเศรษฐกิจที่มีการเติบโตจำกัด" - นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สิงห์ เอสเตท