“พิพัฒน์” เผยไทยวางตัวเหมาะสม เป็นกลาง เหตุสู้รบตะวันออกกลาง เผย วางกำลัง จนท.ดูแลสถานทูตที่มีกรณีพิพาทให้ปลอดภัย
“พิพัฒน์” เผยไทยวางตัวเหมาะสม เป็นกลาง เหตุสู้รบตะวันออกกลาง เผย วางกำลัง จนท.ดูแลสถานทูตที่มีกรณีพิพาทให้ปลอดภัย ชี้ จ่อเช่าเหมาลำตุรกี ส่งคนไทยกลับบ้าน มองถูกกว่าใช้เครื่อง ทอ.ไปรับ
วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี ว่า จากการหารือของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายกรัฐมนตรี โดยทางนายกฯ ได้ขอคำแนะนำว่าเราควรจะวางตัวอย่างไรต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ ได้ให้คำแนะนำไปว่าเราควรทำอย่างไรบ้าง ซึ่งตนคงไม่เอาคำพูดของทั้งสองคนมาพูดในที่นี้
เมื่อถามว่านายวันมูหะมัดนอร์ ได้บอกหรือไม่ว่าจุดเด่นของไทยที่มีต่อสหรัฐฯ และอิหร่านนั้นเหมาะสมแล้ว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ได้บอกเรียบร้อยแล้วว่าการวางตัวของนายกรัฐมนตรีของไทย อยู่ในจุดที่เหมาะสมที่สุด อย่างไรก็แล้วแต่เราต้องวางตัวเป็นกลาง
เมื่อถามว่านายวันมูหะมัดนอร์ ได้แนะนำให้ทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายพิพัฒน์ ระบุว่า ยังไม่มี ตอนนี้ทุกอย่างต้องดูสถานการณ์ ไม่ว่าสถานการณ์จะเดินไปในทางที่ดีขึ้นหรือเดินถอยหลังกลับมาในสถานการณ์ที่ไม่ดี แล้วความรุนแรงมากขึ้น ทางนายกฯ อาจต้องเชิญนายวันมูหะมัดนอร์ ให้คำปรึกษาอีกรอบหนึ่ง
เมื่อถามว่านายวันมูหะมัดนอร์ ได้มีการประเมินสถานการณ์ไว้บ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเหตุการณ์ในปัจจุบันไม่มีใครสามารถที่จะประเมินได้ ซึ่งเหตุการณ์ในแต่ละชั่วโมง แต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นต้องดูว่าเหตุการณ์จะก้าวไปในทิศทางใด ในส่วนนี้นายวันมูหะมัดนอร์ ได้แนะนำให้ระวังตัวนิ่งๆ และดูแนวโน้มว่าเป็นไปในทิศทางไหน
เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าจะต้องระมัดระวังจากที่สำคัญ อาทิ สถานทูต อย่างไรบ้าง นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า เราต้องดูแลฝ่าย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน ฉะนั้นในฐานะที่เราเป็นประเทศไทยและเป็นรัฐบาล ต้องให้เจ้าหน้าที่ของเราไปดูแลความปลอดภัยสถานทูตต่างๆ ที่มีกรณีพิพาทกันอยู่
ส่วนความชัดเจนในการที่จะรับคนไทย 200 คนในพื้นที่ตุรกีนั้น นายพิพัฒน์ ระบุว่า ตอนนี้ทางนายกรัฐมนตรีได้หารือกับสถานทูตไทยว่าเราสามารถเดินทางไปทางไหนได้บ้าง เท่าที่ทราบเบื้องต้นเราต้องเดินทางโดยทางบก ระยะทางกว่า 1000 กิโลเมตร ไปที่ประเทศตุรกี เพื่อขึ้นเครื่องจากตุรกีกลับมาสู่ประเทศไทย ซึ่งช่วงนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจของผู้ที่จะเดินทางกลับว่าพร้อมหรือไม่ เพราะระยะทางกว่า 1000 กิโลเมตรก็ไม่ได้ง่าย และที่สำคัญอาจมีด่าน หรือผู้ที่ประสงค์ดีและไม่ประสงค์ดี ซึ่งส่วนนั้นเราไม่มีความสามารถที่จะไปคาดคำนวนได้ งั้นเราต้องประเมินสถานการณ์ให้ปลอดภัยที่สุดถึงจะย้ายคนไทยของเรา
เมื่อถามว่าการตัดสินใจนี้จะต้องเป็นของรัฐบาลหรือคนที่จะเดินทางกลับ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานทูตไทย ที่อยู่ในประเทศอิหร่าน ซึ่งเค้าจะให้ข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศมาโดยนายกรัฐมนตรีจะรับมาพิจารณาอีกรอบ
ส่วนเราได้คุยในส่วนนี้กับทางประเทศอิหร่านแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์ ระบุว่า ตนไม่แน่ใจเนื่องจากการหารือนายกรัฐมนตรีไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ แต่ในส่วนของเครื่องบินทางนายกรัฐมนตรีได้บอกว่าเราจะใช้เครื่องบินพาณิชย์เช่าเหมาลำจากตุรกี ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า เพราะการจะเอาเครื่องบินของกองทัพอากาศไปจะต้องขออนุญาตทั้งฝ่ายความมั่นคง ของประกันภัย ก็เป็นอีกเรื่องที่ความยุ่งยาก