โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลังงานการันตี นํ้ามัน-ไฟไม่ขาด เคาะคุมของแพง

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 มีนาคม 2569 เวลา 4.49 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"รมว.พลังงาน” การันตี "น้ำมัน-ก๊าซ-ไฟฟ้า" ไม่ขาดแคลน มีใช้ยาว 95 วัน แถมมีเติมต่อเนื่อง สั่งผู้ค้าเพิ่มปริมาณสำรอง ไฟเขียวซื้อ LNG เพิ่ม วางแผนจัดหาแหล่งใหม่หากวิกฤต จ่อลดสเปกนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป พร้อมชง ครม.รณรงค์ประหยัดพลังงาน รัฐบาลเคาะ “6 มาตรการด่วน-1 แผนปฏิบัติการ” คุมของแพงห้ามกักตุน "สธ." ประเมินความเสี่ยงนำเข้ายา-อุปกรณ์การแพทย์ "คลัง" เร่งจัดทำฉากทัศน์ผลกระทบเศรษฐกิจ

ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 มีนาคม เวลา 14.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือมาตรการพลังงาน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ, น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม, นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายกฯ กล่าวก่อนประชุมว่า สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้า ได้รับรายงานว่าในช่วงเดือน มี.ค. น่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในประเทศไทย แต่จากตัวเลขที่ได้รับรายงาน ทราบว่าปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ประเทศไทยจะเริ่มทยอยมีปริมาณที่ลดลง เราจึงต้องมากำหนดมาตรการ เพื่อให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบ ตลอดจนการจัดหาเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น ทั้งนี้มีการนำเข้าปริมาณครึ่งหนึ่งจากตะวันออกกลาง และอีกครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคอื่น ต้องขอให้ รมว.พลังงานและนายพิพัฒน์ช่วยเป็นผู้ร่วมคิดว่าจะทำอย่างไร

จากนั้นเวลา 16.40 น. นายอรรถพลแถลงผลการประชุมว่า วันนี้เป็นการยืนยันตัวเลขสำรองน้ำมันที่เคยพูดไว้ว่า 60 วันนั้น ถ้าจะเอาตัวเลขจริงๆ ต้องบอกว่า 65 วัน หมายความว่าถ้าไม่มีน้ำมันเข้ามาในประเทศไทยเลยเราจะอยู่ได้ 65 วัน และที่มาอัปเดตในที่ประชุมคือแหล่งน้ำมันนอกจากตะวันออกกลาง ที่ยืนยันว่าเข้ามาประเทศเราแน่ๆ มีอีก 30 วัน ทำให้นับจากวันนี้ไปเราจะมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 95 วัน และตัวเลขพวกนี้ที่จะเติมมาเรื่อยๆ เพราะตัวเลขที่ว่าอีก 30 วัน ยังทยอยเข้ามาจนถึงเดือนเม.ย. และในเดือน พ.ค. เราไล่คอนเฟิร์มต่อ เพราะฉะนั้นตัวเลขพวกนี้จะเติมเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าครบ 60 วันแล้วบ้านเราจะไม่มีน้ำมันใช้

รมว.พลังงานกล่าวว่า จะมีคำสั่งนายกฯ เรื่องการระงับส่งออกน้ำมัน ยกเว้น สปป.ลาวและเมียนมา เพราะสองประเทศนี้เรามีการพึ่งพาพลังงานซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นจะมีการประกาศเพิ่มเกี่ยวกับกรณีที่กำลังผลิตในไทยจะเหลืออยู่เมื่อระงับการส่งออก จะให้ส่วนหนึ่งมาสำรองเพิ่ม และจะประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น จาก 1% เป็น 3% ตรงนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะมีการเก็บน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องราคาจะตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วย สำหรับน้ำมันเบนซินจะช่วยเหลือบางส่วน

ส่วนก๊าซที่เคยพูดไว้ว่าส่วนใหญ่เอามาผลิตไฟฟ้า 50-60% มาจากท่อจากเมียนมาและไทย อีกส่วนเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มาจากกาตาร์ ที่น่าจะเป็นปัญหา มีบางส่วนที่ออกมาแล้วติดอยู่ระหว่างทางนั้นเราไม่ได้รอ ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้อนุมัติให้หาจากแหล่งอื่นเข้ามาทดแทน มีแผนจัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมทั้งทางอเมริกา แอฟริกาใต้ หรือมาเลเซีย โดยได้รับการยืนยันจาก ปตท. ว่า ภายในสัปดาห์หน้าสามารถยืนยันออร์เดอร์ได้

น้ำมัน-ก๊าซ-ไฟไม่ขาดแน่

"การผลิตไฟฟ้าจากแหล่งต่างๆ เดินหน้าต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นพลังงานน้ำที่จะขอเพิ่มจาก สปป.ลาว แหล่งก๊าซในอ่าวไทย พื้นที่พัฒนาร่วมทางทะเลระหว่างไทยและมาเลเซีย (JDA) ได้รับการตอบรับ คงจะมีการยืนยันตัวเลขที่ได้เพิ่มเข้ามา หรือการผลิตจากถ่านหินเพิ่มขึ้นจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ หลายๆ อย่างมาช่วยกันเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ทั้งน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า บ้านเราไม่ขาดแคลนแน่นอน" รมว.พลังงานระบุ

เมื่อถามว่า กรณีประชาชนแห่ไปเติมน้ำมันจะทำให้น้ำมันลดลงเร็วกว่าเวลาที่คาดการณ์ไว้จนไม่ถึง 95 วันหรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า การเติมน้ำมันมากเป็นพฤติกรรมชั่วคราว ถ้าประชาชนมั่นใจมากขึ้น หลังจากเราพูดชัดเจนว่าน้ำมันมีใช้เพียงพอ สถานการณ์ในปั๊มน้ำมันต่างๆ หน้างานดีขึ้นมาก คนไม่ได้แตกตื่นแล้ว ส่วนกรณีบางปั๊มน้ำมันบอกว่าน้ำมันหมดนั้น ไม่น่าจะมีการกักตุน เพราะกระทรวงได้สั่งการไปที่พลังงานจังหวัดทุกจังหวัด กำชับกับทุกปั๊มห้ามมีการกักตุนหรือเก็บไว้ และประสานงานกับผู้ค้าน้ำมันในการจัดส่งให้เพียงพอ จะมีการสะดุดขอขวดเพียงบางช่วง แต่ด้วยระบบการขนส่งของไทย ปัญหาตรงนี้วันสองวันคงคลี่คลาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน ถ้าครบกำหนดจะขยายหรือไม่ รวมถึงเบนซินจะมีมาตรการอย่างไร นายอรรถพลตอบว่า เรื่องของราคาเราใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาเป็นตัวลดการกระชากของราคา ขาขึ้นมาช่วยพยุง ขาลงเราอาจมีการเก็บคืน เราบริหารจัดการจนกองทุนเป็นบวก พอเกิดวิกฤตกองทุนน้ำมันสามารถเข้าไปทำหน้าที่ได้ คิดว่าไม่น่ามีปัญหา พอครบ 15 วัน จะประเมินสถานการณ์ว่าการสู้รบยืดเยื้ออยู่หรือไม่ เราจะใช้กลไกเข้าไปช่วยได้แค่ไหน

นายอรรถพลกล่าวด้วยว่า ส่วนแนวคิดที่จะปรับสูตรน้ำมันให้ใช้ได้มากขึ้นนั้น ต้องวางเป็นลำดับขั้น ขณะนี้เราระงับส่งออก สองเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรอง ขั้นต่อไปหากมีการขาดแคลนมากขึ้นเราค่อยพิจารณา เรื่องพลังงานที่มีในประเทศเข้ามาช่วย น้ำมันดีเซล ก็เป็นไบโอดีเซล นอกจากนี้ยังสามารถซื้อน้ำมันสำเร็จรูปเข้ามาได้ หากขาดจริงๆ สิ่งที่ต้องทำอาจจะต้องประกาศลดสเปกน้ำมันที่ค่อนข้างสูง เพราะเน้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถ้าเป็นช่วงวิกฤตต้องปรับลดเพื่อให้สามารถนำเข้าน้ำมันได้จากหลายแหล่งมากขึ้น อีกเรื่องที่ทำได้เลยคือกระทรวงพลังงานจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 มี.ค. คือการรณรงค์เรื่องประหยัดพลังงาน

ในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจากการประเมินสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ว่าที่ประชุมได้มีมติ 6 มาตรการ และ 1 แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน ดังนี้ 1.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมจากปกติเป็นกรณีเร่งด่วนจำนวน 10 คู่สาย

ลงพื้นที่คุมเข้มของแพง

2.เข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน โดยเพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ บูรณาการเชิงรุกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเฝ้าระวังการโฆษณาที่นำไปสู่การเข้าใจผิดของประชาชนในฐานะผู้บริโภค ที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก การกักตุนสินค้า หรือการซื้อสินค้าในราคาที่แพงในภาวะจำยอม ตลอดจนเข้มงวดในการตรวจสอบฉลากสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ฉลากข้าวสารบรรจุถุง ซื้อขายถังก๊าซหุงต้ม รวมถึงการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเช่าที่พักอาศัย ไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภคสูงเกินไป เช่น ค่าไฟฟ้าอัตราสูงสุดไม่เกิน 4.88 บาทต่อหน่วยการใช้

3.ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงิน ทั้งบัตรเครดิต การโอนเงินทางแอปพลิเคชัน และเงินสด โดยที่ปัจจุบันมีร้านค้าเริ่มปฏิเสธรับเงินสด 4.สนับสนุนให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ โดยเลือกซื้อสินค้าจาก Online platform ที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ.เท่านั้น 5.การกำกับดูแลการจำหน่ายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภค และกรมการค้าภายใน บังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เพื่อเฝ้าระวังการฉวยโอกาสและการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค และ 6.ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค ตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการ ทั้งด้านราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการ

นายสันติกล่าวด้วยว่า สำหรับแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน คือ การบูรณาการเชิงรุกภายใต้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมเมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร (กทม.) รวมถึงสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต โดยหน่วยงาน 76 จังหวัด และ กทม. จะบังคับใช้ทั้ง 6 มาตรการดังกล่าว รวมทั้งพิจารณาเพิ่มสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภค

ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า วันที่ 4 มี.ค. มีการประชุมผู้บริหารกระทรวงระดับสูง ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานประหยัดทรัพยากรต่างๆ เนื่องจากไม่ทราบว่าสถานการณ์จะยืดยาวขนาดไหน รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์จะได้รับผลกระทบหรือไม่ ซึ่งในการนำเข้าและการขนส่งอาจใช้เวลาเพิ่มขึ้น จึงต้องพิจารณาถึงการสต๊อกอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้ตรงกับนโยบายความมั่นคงการแพทย์ ที่ควรจะมีไว้สำหรับประชาชนในภาวะแบบนี้ ทั้งนี้แต่ละหน่วยงานจะต้องไปตรวจสอบว่ามีการจัดซื้อกันอย่างไร มีอะไรสุ่มเสี่ยงหรือไม่ ซึ่งต้องมีการส่งการประเมินกลับมาดู และจะมาดูว่าต้องมีการปรับงบประมาณหรือไม่

ที่กระทรวงการคลัง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเร่งจัดทำฉากทัศน์ในหลายรูปแบบ เพื่อประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 ซึ่งปัจจุบัน สศค.ประเมินไว้ที่ 2% ต่อปี หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือขยายเป็นวงกว้าง ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเตรียมจัดการแถลงข่าวผ่านศูนย์แถลงข่าวของภาครัฐ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวในทิศทางเดียวกัน โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ หรืออาจเร็วกว่านั้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...