โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การบินไทยเสริมฝูงบินใหม่ "Airbus A321neo "

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การบินไทยเปิดตัว Airbus A321neo พร้อมเผยโฉมห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์ มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การเดินทาง

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทย ได้เปิดตัวเครื่องบิน แอร์บัส A321neo ลำแรกอย่างเป็นทางการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายใต้แผนจัดหาเครื่องบินใหม่ ที่การบินไทยจะรับมอบ A321neo รวม 32 ลำภายในระยะเวลา 3 ปี โดยในปี 2569 จะทยอยรับมอบอีก 16 ลำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการในเส้นทางระยะสั้นและระยะกลาง ครอบคลุมตลาดอาเซียน จีน อินเดีย และเอเชียตะวันออก ตลอดจนเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางที่มีความต้องการสูง

การนำเครื่องบินแบบ Airbus A321neo เข้าเป็นส่วนหนึ่งในฝูงบินของบริษัท ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญ ที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของการบินไทยที่ไม่เพียงเพื่อพัฒนาและยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารด้วยห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์ในห้องโดยสารที่มีความสะดวกสบายและทันสมัยแต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยและภูมิภาคไปสู่การบินที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

อากาศยานลำแรกได้รับการตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์และลวดลายใหม่บนลำตัวอากาศยาน ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของการบินไทย โดยโลโก้ A321neo ได้รับการออกแบบเฉพาะ ภายใต้แนวคิด Thai Contemporary เลือกใช้โทนสี Neon Violet เพื่อสื่อถึงนวัตกรรมและความก้าวหน้า พร้อมออกแบบให้สอดคล้องกับโลโก้อากาศยานตระกูล Airbus ของการบินไทย

ภายในห้องโดยสาร ประกอบด้วยที่นั่งในชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) จำนวน 16 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งเดี่ยว (Throne Seat) จำนวน 4 ที่นั่ง และที่นั่งคู่ (Double Seat) จำนวน 12 ที่นั่ง ออกแบบภายใต้แนวคิด “Your Personal Room Concept” มอบพื้นที่ส่วนตัวที่มากขึ้นและสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างลงตัว ตั้งแต่พื้นที่รับประทานอาหารและทำงาน ไปจนถึงที่นั่งที่สามารถปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา เพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมระบบความบันเทิงผ่านจอสัมผัสขนาด 17.3 นิ้ว ในขณะที่ที่นั่งชั้นประหยัด มีจำนวนทั้งหมด 159 ที่นั่ง จัดพื้นที่แบบ 3-3 ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ สามารถปรับเอนได้ 10 องศา พร้อมที่พักศีรษะปรับได้ 6 ทิศทาง และระบบความบันเทิงผ่านจอสัมผัสขนาด 13.3 นิ้ว

ระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยด้วยจอภาพความละเอียดระดับ 4K รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนบุคคล มาพร้อม User Interface (UI) รูปแบบใหม่ที่ใช้งานง่ายและตอบสนองรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านเครือข่าย SES Open Orbits แบบหลายวงโคจร (Multi-Orbit) รองรับความเร็วสูงสุด 200–300 เมกะบิตต่อวินาที โดยจะเริ่มให้บริการภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569

บริษัทฯ มีกำหนดนำอากาศยาน Airbus A321neo ลำแรกเข้าประจำการในฝูงบิน โดยเริ่มทำการบินระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 28 มีนาคม 2569 ในเส้นทางดังต่อไปนี้

• เที่ยวบิน TG413 เส้นทาง กรุงเทพฯ – สิงคโปร์ กำหนดเวลาออก 11.30 – 14.50 น. (เที่ยวบินแรก)

• เที่ยวบิน TG414 เส้นทาง สิงคโปร์ – กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 15.55 – 17.15 น.

• เที่ยวบิน TG221 เส้นทาง กรุงเทพฯ – ภูเก็ต กำหนดเวลาออก 18.30 – 20.00 น.

• เที่ยวบิน TG222 เส้นทาง ภูเก็ต – กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 20.40 – 22.15 น.

• เที่ยวบิน TG331 เส้นทาง กรุงเทพฯ – เดลี กำหนดเวลาออก 23.25 – 02.20 น. (วันถัดไป)

•เที่ยวบิน TG332 เส้นทาง เดลี – กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 03.30 – 09.00 น.

หมายเหตุ : เวลาตามท้องถิ่น

ทั้งนี้ อากาศยาน Airbus A321neo ลำแรกนี้ ได้รับพระราชทานนามว่า “บวรรังษี” ซึ่งมีที่มาจากชื่อชุมชนบวรรังษี ชุมชนเก่าแก่ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีความเชื่อมโยงกับวัดบวรนิเวศวิหาร โดยคำว่า “บวร” มีรากจากบวรสถานสุทธาวาส หรือวังหน้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจในอดีต ขณะที่คำว่า “รังษี” หมายถึงแสงและความรุ่งเรือง ชื่อ “บวรรังษี” จึงสะท้อนความหมายถึง พื้นที่ที่อยู่ในอิทธิพลและรัศมีแห่งสถาบันสำคัญ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การบินไทย บอกด้วยว่า ปัจจุบันบริษัทมีฝูงบินอยู่ที่ 79 ลำ ลดลงจากช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ที่เคยมีถึง 103 ลำ ส่งผลให้โครงสร้างฝูงบินยังไม่สมดุล โดยเฉพาะฝูงบินลำตัวแคบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเชื่อมต่อเครือข่ายในภูมิภาคและการรองรับผู้โดยสารต่อเครื่อง (Connecting Passengers)

แต่การเพิ่มเครื่องบินในตอนนี้อาจทำได้ยาก ด้วยปัญหาการขาดแคลนจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของผู้ผลิตเครื่องบินและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งส่งผลให้การส่งมอบเครื่องบินใหม่ล่าช้า และต้นทุนการเช่าเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะทยอยคลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า

ส่วนปัจจัยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอนสูง อาจส่งผลต่อเส้นทางการบิน การบริหารต้นทุนเชื้อเพลิง และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยบริษัทได้เตรียมแผนบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ทั้งการวางแผนเส้นทางบินอย่างยืดหยุ่น การบริหารต้นทุน และการจัดสรรฝูงบินให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...