รู้ไหม? ทำไมแอปธนาคาร และ แอปภาครัฐ ต้องกรอก Laser ID เลขหลังบัตรประชาชน และ Laser ID คืออะไร?
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เผยแพร่สาระน่ารู้ผ่านแฟนเพจ DGA Thailand วันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) ว่า รู้ไหม? ทำไมแอปธนาคาร และ แอปภาครัฐ ต้องกรอก Laser ID เลขหลังบัตรประชาชน
แอปพลิเคชันของธนาคาร และ หน่วยงานภาครัฐ มักจะมีข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน รวมถึงข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพของประชาชน จึงจำเป็นต้องมีการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (e-KYC) ว่าตัวตนของผู้ใช้งานเป็นผู้ที่กำลังจะเข้าใช้งานแอปฯ นั้นจริงๆ โดยใช้มาตรการการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือระดับสูง (IAL 2.3) ตามประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)
Fun Fact เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ทางรัฐ”
สำหรับ แอปฯ ทางรัฐ ที่เป็น Super App ที่รวมบริการภาครัฐไว้ในที่เดียว ทั้งเช็กสิทธิสวัสดิการ แจ้งปัญหาความเดือดร้อน แจ้งเตือนข่าวสาร-เตือนภัย จ่ายบิลภาครัฐ เป็นต้น ก็ใช้การพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยการ e-KYC แบบเดียวกัน โดยมีการถ่ายรูปบัตรประชาชน และ สแกนใบหน้า เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลบัตรประชาชนของผู้ใช้งาน กับ กรมการปกครอง (DOPA) เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสวมสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานได้
มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ทดสอบ และพัฒนาระบบที่มีการเข้ารหัสข้อมูล ใช้เทคโนโลยีการยืนยันตัวตนที่ทันสมัย โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ จาก DGA และ กำกับดูแลภายใต้กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและระบบเป็นหลัก
ทั้งนี้ แอปฯ ทางรัฐเป็นเพียงช่องทางในการเชื่อมโยงข้อมูลและบริการจากหน่วยงานต้นทาง โดยไม่ได้เก็บข้อมูลประชาชนจากหน่วยงานต้นทางมาไว้ที่แอปฯ และ ข้อมูลส่วนบุคคลที่แสดงในแอปฯ ก็สามารถเข้าถึงได้เฉพาะเจ้าของข้อมูล และผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลเท่านั้น
Laser ID คืออะไร…?
Laser ID หรือ Laser Code คือชุดรหัสตัวอักษรและตัวเลขที่พิมพ์ด้วยเลเซอร์ไว้ด้านหลังบัตรประชาชน (ประกอบด้วยอักษร 2 หลัก และตัวเลข 10 หลัก รวม 12 หลัก) ใช้เป็นรหัสกำกับบัตรโดยกรมการปกครองเพื่อควบคุมการจ่ายบัตร และใช้ยืนยันตัวตนร่วมกับเลข 13 หลักเพื่อทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, สมัครแอปฯ ธนาคาร หรือบริการของรัฐ
รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับ Laser ID:
- ที่มาและการใช้งาน: ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล แต่เป็นเลขที่ใช้ควบคุมการจ่ายบัตรไปยังอำเภอหรือสำนักงานเขต
- ความสำคัญ: ใช้ตรวจสอบว่าบัตรจริงยังไม่หมดอายุหรือแจ้งหาย เพิ่มความปลอดภัยในการยืนยันตัวตน
- โครงสร้างรหัส: แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ รหัสรุ่นชิปการ์ด (2 ตัวอักษร + 1 ตัวเลข), หมายเลขกล่องบรรจุบัตร (7 หลัก), และลำดับบัตรในกล่อง (2 หลัก)
รหัสชุดแรก รหัสรุ่นชิปการ์ด ประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษจำนวน 2 หลัก และตัวเลขจำนวน 1 หลัก หมายถึง รุ่นของชิปข้อมูลของบัตรตามช่วงระยะเวลาที่กรมการปกครองกำหนด
รหัสชุดที่สอง หมายเลขกล่องบรรจุบัตร ประกอบด้วยตัวเลขจำนวน 7 หลัก หมายถึง หมายเลขของกล่องที่ใช้บรรจุบัตรประชาชน
รหัสชุดที่สาม ลำดับบัตรในกล่อง ประกอบด้วยตัวเลขจำนวน 2 หลัก หมายถึง ลำดับของบัตรประชาชนที่บรรจุในกล่องในรหัสชุดที่สอง
ยกตัวอย่าง รหัสหลังบัตร JC1-0002507-15 มีความหมายคือ
- รุ่นของชิปประมวลผลข้อมูลคือ JC1
- ถูกบรรจุในกล่องที่กรมการปกครองแจกจ่ายบัตรให้กับหน่วยงานต่าง ๆ กล่องที่ 2507
- บัตรดังกล่าวเป็นลำดับที่ 15 ของกล่องที่ 2507
ความปลอดภัย: ควรถ่ายสำเนาหน้าบัตรเพียงอย่างเดียว และไม่ควรถ่ายหลังบัตรให้ผู้อื่นเพื่อป้องกันมิจฉาชีพนำเลข Laser ID ไปสวมรอยทำธุรกรรมออนไลน์
เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก บอกอะไร…?
ขอบคุณที่มา :
https://www.facebook.com/DGAThailand/posts/pfbid0mZXDVKGsBbx4qeNwqqfiqhi9rcveMUPzywn9ELMhFyJ29HWEacNkV6vtMKZ25gGjl
https://multi.dopa.go.th/secofdopa/news/cate10/view207
https://i.industry.go.th/lasercode/