โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดสาเหตุแปรงฟันแล้ว ทำไมยังมีกลิ่นปาก อาจเป็นสัญญาณอวัยวะภายในผิดปกติ

Khaosod

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 04.19 น.

เปิดสาเหตุแปรงฟันแล้ว ทำไมยังมีกลิ่นปาก อาจเป็นสัญญาณอวัยวะภายในผิดปกติ แพทย์เตือนอาจทรุดหนักภายในไม่กี่วัน

แม้จะแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอทุกวัน แต่เหตุใดกลิ่นปากยังคงอยู่ไม่หาย? แพทย์เตือนว่า อาจไม่ใช่เพียงปัญหาในช่องปาก แต่อาจเป็น “สัญญาณขอความช่วยเหลือ” จากอวัยวะภายใน

นพ.จาง เจิ้นหรง แพทย์เฉพาะทางโรคตับ ถุงน้ำดี และระบบทางเดินอาหาร ระบุว่า เมื่อระบบย่อยอาหารหรือตับมีปัญหา ก๊าซจากกระบวนการเผาผลาญอาจเข้าสู่กระแสเลือด และถูกขับออกทางปอดขณะหายใจ ทำให้เกิดกลิ่นผิดปกติ

พร้อมสรุป “กลิ่น 3 ประเภท” ที่สัมพันธ์กับโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะหากมีกลิ่นตับร่วมกับอาการเตือน 4 ประการ อาจเป็นสัญญาณของภาวะตับวายเฉียบพลัน ควรรีบพบแพทย์ทันที นพ.จางเผยผ่านเพจส่วนตัวว่า กลิ่นปากอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย โดยสามารถพิจารณาเบื้องต้นได้จากลักษณะของกลิ่น ดังนี้

1. กลิ่นเปรี้ยวหรือบูดเหม็น: โรคทางเดินอาหารส่วนต้น

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ “โรคกรดไหลย้อน” ซึ่งมักมีรสเปรี้ยวหรือขมในปากร่วมด้วย นอกจากนี้ ผู้ที่มี “ความผิดปกติของการเคลื่อนไหวหลอดอาหาร” อาจมีอาหารตกค้างและถูกแบคทีเรียย่อยสลายจนเกิดกลิ่น อีกทั้ง “การติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร” หรือโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ก็อาจทำให้สมดุลจุลินทรีย์ในกระเพาะเปลี่ยนแปลงและเกิดกลิ่นปากได้

2. กลิ่นคล้ายอุจจาระหรือหมักบูด: โรคลำไส้

หากมีกลิ่นรุนแรงลักษณะนี้ อาจเกี่ยวข้องกับ “ภาวะลำไส้เล็กมีแบคทีเรียเจริญเติบโตมากผิดปกติ (SIBO)” ซึ่งมักมีอาการท้องอืดหรือท้องเสียร่วมด้วย ผู้ที่มี “ท้องผูกเรื้อรังหรืออุจจาระอัดแน่น” อาจเกิดการย่อยสลายของของเสียในลำไส้จนเกิดกลิ่นแรง นอกจากนี้ “ภาวะตับอ่อนทำงานบกพร่อง” ที่ทำให้การย่อยไขมันผิดปกติ ก็อาจทำให้เกิดอุจจาระไขมันและกลิ่นผิดปกติ

3. กลิ่นหวานคาวหรือคล้ายเชื้อรา: โรคที่เกี่ยวข้องกับตับ

ตับเป็นอวัยวะสำคัญในการกำจัดสารพิษ หากการทำงานของตับบกพร่อง เช่น โรคตับเรื้อรังหรือโรคตับแข็ง สารระเหยในเลือดโดยเฉพาะสารประกอบกำมะถันจะไม่ถูกกำจัดอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดกลิ่นเฉพาะที่คล้าย “กลิ่นอับเชื้อรา” หรือ “กลิ่นเนื้อสด”

นพ.จางเน้นย้ำว่า หากมีกลิ่นตับอย่างชัดเจน (fetor hepaticus) ร่วมกับสัญญาณอันตราย ได้แก่ ผิวหนังหรือดวงตาเหลือง (ดีซ่าน) มีแนวโน้มเลือดออกง่าย สับสนหรือซึมลง หรือมีน้ำในช่องท้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจเป็นสัญญาณของภาวะตับวายเฉียบพลัน ซึ่งอาการสามารถทรุดหนักภายในไม่กี่วัน จึงต้องรีบเข้ารับการรักษาโดยทันที ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดสาเหตุแปรงฟันแล้ว ทำไมยังมีกลิ่นปาก อาจเป็นสัญญาณอวัยวะภายในผิดปกติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...