แหกห้องขัง! ตร.ไล่ล่าหนุ่มเมียนมาหนีคดีเข้าเมือง ด้านเจ้าตัวอ้างไม่อยากกลับประเทศ กลัวไร้งาน
แหกห้องขังกลางวันแสกๆ! ตร.ลำพูนระดมกำลังกว่า 9 ชั่วโมง ไล่ล่าหนุ่มเมียนมาหนีคดีเข้าเมือง วิ่งฝ่าทุ่งนาสุดท้ายไม่รอด เจ้าตัวอ้างไม่อยากกลับประเทศ กลัวไร้งาน-ถูกเกณฑ์ทหาร ก่อนถูกคุมตัวเข้ากระบวนการกฎหมายอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจจาก สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ระดมกำลังไล่ล่าตัวนายรัน อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องขังคดีหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างฝากขังรอการผลักดันกลับประเทศ หลังแหกห้องควบคุมหลบหนีเมื่อเวลา 13.15 น.
เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี กระทั่งเวลา 15.37 น. ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านในพื้นที่ห่างจาก สภ.ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยภาพจากกล้องหน้าบ้านหลังหนึ่งสามารถบันทึกภาพผู้ต้องขังขณะวิ่งผ่านได้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกลับคลาดกันไปอย่างหวุดหวิด
ชาวบ้านบริเวณหมู่บ้านประตูโขง ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน แจ้งพบผู้ต้องสงสัยบริเวณหลังหมู่บ้าน ซึ่งมีลักษณะเป็นทุ่งนาและติดสวนลำไย เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมและไล่ติดตาม แต่ผู้ต้องขังอาศัยความชำนาญพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้อีกครั้ง
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณ อู่นิยมรถยก พบภาพผู้ต้องขังวิ่งผ่านเข้าไปในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังปิดล้อมค้นหาอย่างละเอียด แต่ยังไม่พบตัว จึงยุติการค้นหาในเวลา 21.30 น. พร้อมวางกำลังบางส่วนซุ่มเฝ้าระวัง
อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ได้รับแจ้งเบาะแสอีกครั้งว่าพบชายลักษณะคล้ายผู้ต้องขังบริเวณด้านหลังหมู่บ้านบุษบา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงเร่งเข้าตรวจสอบ ก่อนพบตัวและเกิดการวิ่งไล่จับกันอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางความมืดและพื้นที่โคลน เนื้อตัวทั้งผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เปื้อนโคลนไปตาม ๆ กัน ก่อนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด ใช้เวลาติดตามตัวนานกว่า 9 ชั่วโมง
สำหรับนายรัน ไม่มีนามสกุล อายุ 34 ปี ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมาหลายเดือน ก่อนเช่าหอพักอาศัยกับเพื่อน แต่ภายหลังไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า จึงไปอาศัยอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง อาศัยอาหารจากการบิณฑบาต กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อผลักดันกลับประเทศ
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องขังให้เหตุผลว่าไม่ต้องการกลับประเทศเมียนมา เนื่องจากไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ และเกรงว่าจะถูกเกณฑ์ทหาร จึงตัดสินใจหลบหนีออกจากห้องควบคุมดังกล่าว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวกลับเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุซ้ำอีกครั้ง