โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทองไทยแกว่งกรอบแคบ 73,800–74,200 บาท ชี้ตรุษจีนบรรยากาศไม่คึกคัก

Khaosod

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 01.28 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 01.28 น.
ราคาทองวันนี้ 12 ก.พ.69 รีบตัดสินใจเลย ประกาศ ราคาทองคำวันนี้

บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด ประเมินราคาทองคำไทยสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 73,800–74,200 บาท/บาททองคำ โดยมีแนวรับถัดไปบริเวณ 73,300 บาท

นางภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด เปิดเผยแนวโน้มราคาทองคำประจำ สัปดาห์ที่ 16-20 ก.พ. 2569 ประเมินว่ายังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ แม้ภาพทางเทคนิคยังคงเป็นขาขึ้นชัดเจน แต่การผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 5,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ยังต้องอาศัยปัจจัยหนุนเพิ่มเติม

ภายหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบแคบและพยายามปรับตัวขึ้นหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถทะลุแนวต้าน 5,100 ดอลลาร์ได้สำเร็จ โดยมีแรงขายกดดันเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ราคายังสามารถยืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง สะท้อนแรงซื้อที่ยังคงรองรับตลาด

“ในช่วงคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ราคาทองคำเคยปรับตัวลดลงกว่า 100 ดอลลาร์ ภายหลังตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐถูกเทขาย ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนโยกเงินไปยังพันธบัตรรัฐบาล ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ รวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีและทองคำถูกกดดันตามไปด้วย อย่างไรก็ดี ภายหลังการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาดในวันถัดมา ตลาดตอบรับเชิงบวกทันที ส่งผลให้ทองคำฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็ว”

นางภัทริน กล่าวและว่าสำหรับกรอบการเคลื่อนไหวในระยะสั้น บริษัทประเมินแนวต้านสำคัญที่ 5,100 ดอลลาร์ หากสามารถทะลุผ่านได้ มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไปทดสอบบริเวณ 5,150–5,250 ดอลลาร์ แต่หากอ่อนตัวลงต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์อีกครั้ง อาจกลับเข้าสู่ภาวะไซด์เวย์ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 4,980 ดอลลาร์ และไม่ควรหลุดระดับ 4,850 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นฐานสำคัญที่ตลาดเคยลงไปทดสอบก่อนดีดกลับ

ด้านปัจจัยพื้นฐาน โดยสัปดาห์นี้มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญไม่มากนัก โดยเฉพาะการประกาศ Advance GDP, Core PCE และดัชนีภาคการผลิตในคืนวันศุกร์ เวลา 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย แม้ไม่ใช่ปัจจัยที่มีนัยสำคัญสูง แต่ยังอาจส่งผลต่อทิศทางราคาทองคำได้ในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน ตลาดยังต้องติดตามประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน หลังมีรายงานว่าสหรัฐส่งเรือรบเข้าสู่อ่าวเพิ่มอีกลำ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หากสถานการณ์ลุกลาม

อีกทั้งในสัปดาห์นี้ ตลาดจีนจะปิดทำการตลอดสัปดาห์เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ตลาดสหรัฐในวันจันทร์จะปิดทำการเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขาย (วอลุ่ม) ในตลาดโลกลดลง ซึ่งอาจทำให้ราคาผันผวนได้ง่าย นักลงทุนจึงควรวางแผนการลงทุนด้วยความระมัดระวังมากขึ้น

ในเชิงกลยุทธ์ บริษัทแนะนำให้นักลงทุนซื้อเมื่อราคาย่อตัว เนื่องจากภาพรวมแนวโน้มใหญ่ยังเป็นขาขึ้น โดยหากราคาทะลุ 5,100 ดอลลาร์ได้ อาจพิจารณา Follow Buy (ซื้อเมื่อราคากำลังปรับตัวสูงขึ้นหรือทะลุแนวต้านสำคัญ) ระยะสั้น พร้อมกำหนดจุดทำกำไรทุกช่วงประมาณ 50 ดอลลาร์ เนื่องจากตลาดมีลักษณะขึ้นลงรวดเร็วในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่ตลาดยุโรปและสหรัฐเปิดทำการ

สำหรับราคาทองคำไทย ปัจจุบันเคลื่อนไหวบริเวณ 74,200 บาทต่อบาททองคำ โดยมีแนวรับแรกแถว 73,800 บาท หากราคาทองคำสปอตปรับลงมาบริเวณ 5,000–4,990 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากแตะระดับ 30 บาทปลาย ๆ ต่อดอลลาร์ ถือเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ ทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นได้จำกัด แม้ราคาทองคำโลกจะขยับตัวขึ้น

อย่างไรก็ดีค่าเงินบาทที่แข็งค่าได้รับแรงหนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้กระแสเงินทุนไหลเข้า และเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำไทยอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนจึงควรประเมินผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่ไปกับทิศทางราคาทองคำโลก

ด้านบรรยากาศการซื้อขายช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ไม่ได้คึกคักเป็นพิเศษ แม้จะมีการซื้อเพื่อมอบเป็น ของขวัญบ้าง แต่ไม่หนาแน่นเหมือนในอดีต โดยปัจจัยหลักยังขึ้นอยู่กับระดับราคาและจังหวะตลาดมาก กว่าฤดูกาลเทศกาล ขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงนิยมซื้อทองคำแท่งมากกว่าทองรูปพรรณ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทองไทยแกว่งกรอบแคบ 73,800–74,200 บาท ชี้ตรุษจีนบรรยากาศไม่คึกคัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...