โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ภาคการเงินสหรัฐ” เฝ้าระวังภัยไซเบอร์ หลังสงครามอิหร่านเพิ่มความเสี่ยงโจมตี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 03.12 น.

"ภาคการเงินสหรัฐ" เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังภัยไซเบอร์ หลังความตึงเครียดจากสงครามกับอิหร่านเพิ่มความเสี่ยงต่อการโจมตีระบบดิจิทัล

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 03.46 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงินของสหรัฐอยู่ในภาวะเฝ้าระวังระดับสูงต่อความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ โดยผู้บริหารและนักวิเคราะห์ ระบุว่า สถาบันการเงินหลายแห่งได้เพิ่มการตรวจสอบและติดตามภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเข้มงวด เนื่องจากการโจมตีในลักษณะดังกล่าวมักเพิ่มขึ้นในช่วงที่เกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จากการโจมตีทางอากาศเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งได้จุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวน และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่กลุ่มที่เชื่อมโยงกับอิหร่านจะดำเนินการโจมตีทางไซเบอร์ต่อสถาบันการเงินของสหรัฐ

อุตสาหกรรมการเงินถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของสหรัฐ โดยระบบของภาคการเงินครอบคลุมทั้งระบบการชำระเงิน การหักบัญชีและการชำระราคา ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงตลาดพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งทำให้ภาคส่วนนี้เป็นเป้าหมายสำคัญของการโจมตีทางไซเบอร์มาโดยตลอด

ท็อดด์ เคลสแมน ผู้อำนวยการฝ่ายไซเบอร์และเทคโนโลยีสำหรับภาคบริการทางการเงินของสมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงินสหรัฐ (SIFMA) กล่าวว่า ภาคการเงินยังคงเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น

เขาระบุว่า SIFMA มีการจัดการฝึกซ้อมประจำปีเพื่อทดสอบความสามารถของสถาบันการเงินในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้แม้เกิดเหตุฉุกเฉินทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ พร้อมย้ำว่าการรักษาความยืดหยุ่นของระบบปฏิบัติการถือเป็นพื้นฐานสำคัญต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของตลาดทุนสหรัฐ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงในอุตสาหกรรมธนาคารสหรัฐรายหนึ่ง กล่าวว่า ธนาคารต่าง ๆ มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งมองว่าเป็นภัยคุกคามที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริง

รายงานประเมินจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ ระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์เชิงเคลื่อนไหวทางการเมือง (hacktivists) ที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน อาจดำเนินการโจมตีไซเบอร์ระดับต่ำต่อเครือข่ายของสหรัฐ เช่น การโจมตีแบบ Distributed Denial-of-Service (DDoS) ซึ่งเป็นการส่งทราฟฟิกจำนวนมหาศาลไปยังเซิร์ฟเวอร์เป้าหมายเพื่อทำให้ระบบล่ม

ด้าน บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Morningstar DBRS ระบุว่าความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่อธนาคารและผู้จัดการสินทรัพย์ทั่วโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อาจเกิดขึ้นทางอ้อม เช่น ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และแรงกระแทกต่อผู้กู้ยืม อย่างไรก็ตามบริษัทเตือนว่าความเสี่ยงด้านไซเบอร์อาจเพิ่มขึ้นเช่นกัน

Morningstar DBRS ระบุว่า อิหร่านอาจเพิ่มการโจมตีทางไซเบอร์ต่อองค์กรในโลกตะวันตก รวมถึงธนาคาร

ขณะที่ทีมที่ปรึกษาด้านภูมิรัฐศาสตร์ของธนาคารเพื่อการลงทุน Lazard ระบุในสัปดาห์นี้ว่า ความเสี่ยงด้านไซเบอร์เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยชี้ว่าอิหร่านเคยแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการใช้ขีดความสามารถทางไซเบอร์โจมตีเป้าหมายเชิงพาณิชย์ รวมถึงระบบการเงิน

รายงานปี 2568 ของ Financial Services Information Sharing and Analysis Center (FS-ISAC) ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านความปลอดภัยของอุตสาหกรรมการเงิน ระบุว่า ภาคบริการทางการเงินเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของการโจมตีแบบ DDoS ในปี 2567 โดยสงครามระหว่าง อิสราเอล–ฮามาส และ รัสเซีย–ยูเครน เป็นปัจจัยที่ทำให้การเคลื่อนไหวของกลุ่มแฮกเกอร์เชิงการเมืองเพิ่มขึ้นอย่างมาก

แม้ว่าที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการเงินยังไม่เคยเผชิญการหยุดชะงักครั้งใหญ่จากการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม แต่การโจมตีขนาดเล็ก เช่น DDoS และ ransomware ก็เคยสร้างความปั่นป่วนให้กับบางส่วนของตลาดมาแล้ว

อ้างอิง : hwww.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...