โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

บทพิสูจน์แพชชั่น 'มาดามหลุยส์ เตชะอุบล' จากอาณาจักรวิศวกรรมสู่ 'จักรวาลสกินแคร์'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บทพิสูจน์แพชชั่น ‘มาดามหลุยส์ เตชะอุบล’ จากอาณาจักรวิศวกรรมสู่ ‘จักรวาลสกินแคร์’

ในแวดวงธุรกิจไทย ชื่อของ ‘หลุยส์ เตชะอุบล’ ไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอย่าง ‘เตชะอุบล’ เท่านั้น แต่เธอคือภาพลักษณ์ของนักบริหารหญิงยุคใหม่ที่ผสมผสานความแกร่งแบบนักลงทุนเข้ากับความละเมียดละไมของศิลปะได้อย่างน่าสนใจ ในฐานะหัวเรือใหญ่ของ บริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่ดูแลเมกะโปรเจ็กต์ระดับประเทศ และการก้าวเข้าสู่สมรภูมิความงามกับ บริษัท มาดาม ไบโอไซเอนซ์ จำกัด (มหาชน) เธอได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ความสวยงาม’ และ ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ สามารถบริหารจัดการได้ด้วยหัวใจดวงเดียวกัน

  • รากฐานจากครอบครัว : วินัยเหล็กและความเมตตา

หลุยส์เติบโตมาในครอบครัวธุรกิจชั้นนำของประเทศ เป็นบุตรสาวคนเดียวของ สดาวุธ เตชะอุบล ประธานกลุ่มบริษัทคันทรี่ กรุ๊ป และคุณอรวรรณ เตชะอุบล เส้นทางการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ลูกสาวคนที่ 3 ของ ‘สดาวุธ กับอรวรรณ เตชะอุบล’ เจ้าของ คันทรี กรุ๊ป ในจำนวนพี่น้อง 4 คน (พี่ชาย 2 คนคือ บี, เบน และน้องชาย 1 คนคือ ทอมมี่)

เบื้องหลังความสำเร็จที่ดูสง่างาม หลุยส์ได้รับการหล่อหลอมจากคำสั่งสอนของครอบครัวที่เป็นดั่งเข็มทิศนำทาง จากคุณพ่อสดาวุธ เตชะอุบล เธอได้รับบทเรียนเรื่อง ‘วินัยและความแม่นยำ’ ท่านสอนให้เธอมองว่าธุรกิจไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และทุกอย่างต้องทำให้ ‘ถูกต้อง’ ไม่ใช่ทำแค่ ‘ง่ายๆ’ มาตรฐานที่เข้มงวดนี้เองที่ทำให้เธอกล้าตัดสินใจในโปรเจ็กต์วิศวกรรมท่อส่งน้ำมันที่ยาวที่สุดในประเทศได้อย่างเด็ดขาด

ในขณะเดียวกัน คุณแม่อรวรรณ เตชะอุบลคือผู้เติมเต็มด้าน Soft Power สอนให้เธอรู้จักการเป็นผู้นำด้วย ‘ความเข้าอกเข้าใจ’ (Empathy) หลุยส์เชื่อเสมอว่าการฟังสำคัญพอๆ กับการพูด และการบริหารคนต้องใช้ความเมตตาเพื่อสร้างความไว้วางใจ ซึ่งสอดคล้องกับตัวตนของเธอที่สะท้อนถึง Feminine Energy หรือพลังแห่งความนิ่ง สงบ และมั่นคง เป็นพลังที่ใช้การสื่อสารที่ชัดเจนและให้เกียรติผู้อื่น

  • Madame Louise: จากบาดแผลในความทรงจำ สู่พลังแห่งการเยียวยา

หาก ‘ไทรทัน’ คือภาพตัวแทนของเหตุผลและโครงสร้าง ‘มาดามหลุยส์’ (Madame Louise) ก็คือภาพตัวแทนของแพชชั่นและประสบการณ์ชีวิตที่กลั่นออกมาจากใจ แบรนด์นี้ไม่ได้ถือกำเนิดจากเพียงแผนธุรกิจ แต่เกิดจากความทรงจำในวัยสิบขวบที่เธอเคยประสบอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า และได้รับการเยียวยาด้วย ‘ดอกบัวหิมะ’ จากคุณยายจนแผลหายสนิทโดยไม่ทิ้งรอย

สำหรับหลุยส์ การทำธุรกิจเครื่องสำอางไม่ใช่แค่การขายสินค้าความงาม แต่คือการนำวิทยาศาสตร์มาเจอกับศิลปะ เธอลงลึกถึงรายละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่สูตรผลิตภัณฑ์ไปจนถึงดีไซน์ที่ต้องสะท้อนถึงความเลอค่า ทว่าเข้าถึงได้จริง การก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้จึงไม่ใช่การตามกระแส แต่เป็นการตอบโจทย์ ‘ตัวตน’ ที่เธอเก็บงำไว้ตั้งแต่วัยเยาว์ที่เคยเป็นนักเรียนเกียรตินิยมด้านศิลปะ

ด้วยพื้นฐานที่เป็นคนผิวแพ้ง่าย แม้ราคาไม่เคยเป็นปัญหา แต่ ‘คุณภาพ’ คือปัญหา ทั้งที่เธอสามารถซื้อครีมราคาแพงที่สุดได้ แต่ผิวกลับระคายเคือง แดง เป็นผื่น หรือเกิดสิว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้ามักจะแรงเกินไปจนทำลายเกราะป้องกันผิว หรือไม่ก็อ่อนโยนเกินไปจนทำความสะอาดได้ไม่หมด ครีมบำรุงบางตัวให้ความชุ่มชื้นไม่พอ บางตัวหนักเกินไปจนทำให้ผิวอุดตัน ไม่เคยมีความสมดุลอย่างแท้จริง

บวกกับในช่วงโควิด การใส่หน้ากากตลอดเวลาทำให้ผิวของเธอเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง แพทย์ให้ใช้สเตียรอยด์ เธอรู้สึกหมดหวัง หากกระนั้น เธอกลับไม่สิ้นหวัง เมื่อนึกถึง ‘ดอกบัวหิมะ’ หลุยส์จึงเปลี่ยนความ ‘ผิดหวัง’ จากผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่รุนแรงเกินไป ให้กลายเป็นความ ‘ตั้งใจ’ ที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่สมดุลที่สุด

‘ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดถูกปล่อยออกสู่ตลาดหากฉันยังไม่สามารถใช้กับตัวเอง และลูกๆ ของฉันได้อย่างมั่นใจ’ หลุยส์ย้ำถึงมาตรฐานที่เธอวางไว้

เธอเริ่มต้นผลิตภัณฑ์แรกคือคลีนเซอร์ เพราะขั้นตอนการล้างหน้าเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพผิว แต่กลับเป็นขั้นตอนที่ทำให้เธอแพ้บ่อยที่สุด

“เราต้องการผลิตภัณฑ์ที่ทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำลายสมดุลของผิว จากนั้นจึงพัฒนาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นพอดี เบาสบายผิว และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน”

ก่อนจะมาถึงผลิตภัณฑ์หลักเหล่านี้ ใช้เวลาหลายปีในการทดลองและปรับสูตร หลุยส์เป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดอย่างมาก

“เราเริ่มต้นจากสบู่กลีเซอรีนที่ให้ฟองนุ่มฟู ปราศจากสบู่จริง ไม่ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ใช้ได้ทั้งใบหน้าและร่างกาย เป็นธรรมชาติ วีแกน และอ่อนโยนพอสำหรับผิวแพ้ง่าย เพราะฉันไม่ต้องการให้ลูกๆ เติบโตมาโดยต้องทดลองผิดถูกกับผลิตภัณฑ์เหมือนที่ฉันเคยผ่าน”

จากนั้นพัฒนาต่อยอดสู่สกินแคร์ที่นำวิทยาศาสตร์มาเจอกับศิลปะ ทุกขั้นตอนผ่านการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้มั่นใจว่าทุกผลิตภัณฑ์จะเป็นการส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้หญิงที่รักตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเซรั่มทำความสะอาดผิวหน้าบัวหิมะทองคำ, ครีมบำรุงผิวหน้า ผสานสารสกัดจาก Snow Lotus ช่วยบำรุงให้ผิวแลดูกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย, ครีมกันแดด มาดามหลุยส์ สโนว์ โลตัส ซันดรอป เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++ รวมทั้งครีมบัวหิมะอเนกประสงค์ ด้วย ซึ่งล่าสุดหลุยส์และแบรนด์ได้เดินทางสู่ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการที่พัฒนาสารสกัดจาก Snow Lotus หรือบัวหิมะ พืชหายากที่ได้รับการคุ้มครองตามธรรมชาติ

วัยสี่สิบ : ช่วงเวลาแห่งการ ‘ยืนอย่างมั่นคง’ ไม่ใช่การถอยหลัง

ในมุมมองของหลุยส์ สุขภาพผิวไม่ใช่เรื่องของโชค แต่คือผลลัพธ์ของความสม่ำเสมอและวินัยในการดูแลตัวเอง (Ritual) เธอพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้หญิงวัยสี่สิบในวันนี้ไม่ได้ ‘แก่’ แต่เพียงแค่ ‘เหนื่อยล้า’ จากการทุ่มเทให้ผู้อื่นจนลืมตัวเอง

สำหรับเธอ วัยสี่สิบคือช่วงเวลาแห่งการตกผลึก เป็นวัยที่ผู้หญิงรู้จักตัวเองมากที่สุด และก้าวข้ามคำวิจารณ์ไปสู่การให้คุณค่ากับความรู้สึกของตัวเอง

“หลายคนบอกว่าเป็นเพราะพันธุกรรม แต่พันธุกรรมไม่ใช่ทั้งหมด ฉันไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ใช้ชีวิตกลางคืน นอนหลับเพียงพอ เติบโตมากับการดูแลแบบแพทย์แผนจีน และทาครีมกันแดดตั้งแต่วัยเด็ก นิสัยเหล่านี้สะสมผลลัพธ์ในระยะยาว ดังนั้น ในวัยสี่สิบไม่ใช่การถอยหลัง แต่คือการยืนอย่างมั่นคง ผู้หญิงในวันนี้มีทางเลือกมากขึ้น บางคนมีลูกช้าลง บางคนเลือกไม่มีลูก หลายคนสร้างธุรกิจ ประสบความสำเร็จ และใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ แม้แรงกดดันยังคงมีอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไป ใครดูเด็กกว่า ใครไม่แต่งหน้าก็ยังดูอ่อนเยาว์ แต่สิ่งที่เปลี่ยนจริงๆ คือเราให้คุณค่ากับความรู้สึกของตัวเองมากกว่าคำวิจารณ์”

สำหรับเธอ ‘สุขภาพผิว’ คือ ‘สุขภาพใจ’ เมื่อผิวดี เรามีพลัง อยากแต่งตัว อยากออกกำลังกาย อยากทำงาน แต่เมื่อผิวมีปัญหา เรามักถอยห่าง นี่คือความเชื่อมโยงโดยตรง

“ร่างกายของผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะหลังสี่สิบปี การดูแลเชิงป้องกันจึงสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพ การดูแลกระดูก หัวใจ สมอง ฮอร์โมน และคอลลาเจน การเริ่มต้นก่อนเกิดปัญหา คือความฉลาด ไม่ใช่ความฟุ้งเฟ้อ”

หลุยส์เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงขยายอาณาจักรมาดามหลุยส์ให้ครอบคลุมถึงการดูแลเชิงป้องกัน ทั้งฮอร์โมน กระดูก และคอลลาเจน เพราะเธอเชื่อว่า ‘สุขภาพผิวคือสุขภาพใจ’ เมื่อเราดูดีจากภายใน เราจะมีพลังที่จะออกไปใช้ชีวิตและทำงานอย่างเต็มที่

“อาหารเสริมสำหรับผู้หญิงวัยสี่สิบขึ้นไปควรตอบโจทย์มากกว่าคำว่าชะลอวัย ควรสนับสนุนสมดุลฮอร์โมน ความแข็งแรงของกระดูก ความชัดเจนของความคิด พลังงาน และความยืดหยุ่นของผิว การดูแลระดับเซลล์คือการลงทุนระยะยาว”

Madame Louise จึงไม่ใช่เพียงแบรนด์สกินแคร์ แต่คือวิถีชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่ ที่ต้องการผลิตภัณฑ์คุณภาพ ปลอดภัย สะดวก และจริงใจ ไม่ตามกระแส ไม่เน้นความฉูดฉาด แต่เติบโตอย่างมั่นคงจากความเชื่อมั่นของผู้ใช้จริง

“วัยสี่สิบไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่คือช่วงเวลาแห่งการตกผลึก เป็นวัยที่เรารู้จักตัวเองมากที่สุด ไม่ต้องการการยืนยันจากใคร ผู้หญิงวัยนี้ไม่ได้กำลังเสื่อมถอย แต่กำลังพัฒนา จงหล่อเลี้ยงตัวเองให้เหมาะสมกับช่วงเวลานี้ และก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นใจ”

  • ผู้นำที่บริหารด้วย ‘คุณค่า’

การบริหารธุรกิจที่แตกต่างกันสุดขั้ว ด้านหนึ่งคือเหล็กและพลังงาน อีกด้านคือความงามและสุขภาพ อาจดูยากสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับหลุยส์ เธอใช้หลักการเดียวกันคือ ‘ความโปร่งใสและคุณค่าเป็นศูนย์กลาง’

ความสำเร็จของเธอในวันนี้เกิดจากการที่เธอรู้จัก ‘คุณค่าในตัวเอง’ มีชีวิตที่เป็นอิสระจากการคาดหวังของสังคม และกล้าที่จะเดินในเส้นทางที่เลือกเอง

หลุยส์ เตชะอุบล จึงเป็นต้นแบบของสตรีที่เพียบพร้อมด้วยความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ แต่ไม่เคยทิ้งจินตนาการทางศิลปะ เป็นบทพิสูจน์ว่าผู้นำที่แท้จริงคือผู้ที่สามารถรักษาความสมดุลระหว่าง ‘กำไร’ ในสมุดบัญชี และ ‘ความสุข’ ในสิ่งที่ลงมือทำได้อย่างงดงาม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บทพิสูจน์แพชชั่น ‘มาดามหลุยส์ เตชะอุบล’ จากอาณาจักรวิศวกรรมสู่ ‘จักรวาลสกินแคร์’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...