โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปิดจ๊อบ! คดีปล้นตู้เซฟ รวบสมาชิกแก๊งคนสุดท้ายคาบ้านหรู

Amarin TV

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปิดจ๊อบ! คดีปล้นตู้เซฟกวาดเงินสด 2 ล้าน รวบสมาชิกได้ยกแก๊ง คนสุดท้ายจับคาบ้านพักหรู ยึดเงินสดกว่า 2 แสนบาท

ปิดจ๊อบ! คดีปล้นตู้เซฟกวาดเงินสด 2 ล้าน รวบสมาชิกได้ยกแก๊ง คนสุดท้ายจับคาบ้านพักหรู ยึดเงินสดกว่า 2 แสนบาท

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ความคืบหน้าคดีคนร้ายสวมชุดดำสวมโม่งปิดบังใบหน้า ใช้อาวุธมีดบุกปล้นบ้านพักภายในหมู่บ้านโชคชัย 9 ซอยเขาน้อยม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กวาดเงินสดจากตู้เซฟนิรภัยกว่า2,050,000 บาท เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 3 ราย และยังเหลืออีก 1 ราย ที่หลบหนีสร้างความตื่นตระหนกในพื้นที่ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ พร้อมด้วยพ.ต.ท.ธนา วิเศษชัย รองผู้กำกับการสืบสวนสภ.หนองปรือ นำกำลังชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี บูรณาการร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี และตำรวจท่องเที่ยว เปิดปฏิบัติการติดตามกดดันอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหารายสุดท้ายได้สำเร็จ

ผู้ต้องหาคือนายแบรนดอนไทเลอร์การ์เร็ตต์ อายุ 26 ปี สัญชาติอังกฤษตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่126/2569 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ในข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวได้ที่บ้านพักหรู ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

จากการตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลางเป็นเงินสดรวม 260,660 บาทสายรัดธนาคารกสิกรไทย และชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุไว้เป็นหลักฐาน

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ร่วมขบวนการแล้ว 3 รายได้แก่ นายเจอร์เมน นายไมเคิล และนายคริสโตเฟอร์ ทั้งหมดสัญชาติอังกฤษ ทำให้คดีนี้สามารถคลี่คลายได้ครบทั้งขบวนการภายในเวลาเพียงสัปดาห์เศษ หลังเร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนีและพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดรอบคอบ

พ.ต.อ.ณัฐพล เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาพลักษณ์พื้นที่ท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังทุกฝ่ายเร่งสืบสวนขยายผลในทุกมิติจนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ครบถ้วน

เบื้องต้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายไปกว่า 2 ล้านบาท อยู่ระหว่างเร่งติดตามคืนผู้เสียหาย พร้อมตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีผู้ให้การสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่

การปิดคดีครั้งนี้ สะท้อนการทำงานเชิงรุกและบูรณาการของเจ้าหน้าที่ย้ำชัดว่าไม่ว่าผู้ก่อเหตุจะเป็นใครหรือมีสัญชาติใด หากกระทำผิดในประเทศไทยต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...