จุดเปลี่ยนตลาดหุ้นไทย ต่างชาติหันมาซื้อในรอบ 10 ปี
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 04.47 น. • The Bangkok Insightจุดเปลี่ยนตลาดหุ้นไทย ต่างชาติหันมาซื้อในรอบ 10 ปี หลังขายต่อเนื่องเกือบ 1 ล้านล้านบาท
ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รู้ไหมว่ากลุ่มนักลงทุนต่างชาติคือ ผู้ที่เทขายหุ้นไทยมาอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่าการขายสุทธิเกือบ 1 ล้านล้านบาท เป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อการเติบโตและบรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทย
สาเหตุสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติหมดความเชื่อมั่นในช่วงก่อนหน้านี้ ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) ที่เติบโตต่ำ กำไรต่อหุ้น (Earning per Share) ไม่เพิ่มขึ้นโดบยังติดกับดักที่ระดับ 90-95 เท่า และภาคอุตสาหกรรมในประเทศที่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่ม Old Economy ทำให้แข่งขันได้ลำบาก
อย่างไรก็ดี ในช่วงต้นปี 2569 ดูเหมือนว่าหุ้นไทยอาจจะกำลังเจอจุดเปลี่ยนจริงๆ สักที หลังจากในเดือนก.พ. พบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 8 วัน ติดต่อกัน มูลค่าสะสมกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 4 ปี
นักวิเคราะห์ บล. ทรีนีตี้เปิดเผยว่า การที่เม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเพราะเกิดแรงขายขึ้นในตลาดหุ้นสหรัฐ โดยมีต้นตอมาจากความกังวลทางด้าน AI Disruption ที่อาจเข้ามาทดแทนธุรกิจต่างๆ และกดดันอัตราการทำกำไร ทำให้แรงขายดังกล่าวกระจายตัวไปยังสินทรัพย์อื่นๆ ซึ่งหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับอานิสงส์ดังกล่าว เพราะการโยกย้ายเข้าสู่หุ้นกลุ่ม Value play มากขึ้น
ตลาดหุ้นไทยถูกมองว่าเป็นหลุมหลบภัยในระยะสั้น เนื่องจากล่าสุดสัญญาณฟันด์โฟลว์ยังคงแข็งแกร่ง โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยติดต่อกันเป็นวันที่ 8 ด้วยยอดสะสมในช่วงดังกล่าวกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการซื้อสะสม 8 วัน ทําการที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเดือนก.พ.2565
นอกจากนี้ หากเราดูข้อมูลเชิงสถิติล่าสุด ต้นปี 2569 ส่งสัญญาณบอกว่าจุดต่ำสุดอาจผ่านพ้นไปแล้ว โดยดัชนี SET Index ในวันที่ 13 ก.พ. 2565 ปิดที่ 1,430.41 จุด จากสิ้นปี 2568 ที่ 1,259.67 จุด หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.55% นับตั้งแต่ต้นปี
ประกอบกับ Valuation ที่น่าดึงดูด เพราะตลาดหุ้นไทยยังคงถูกกว่าเพื่อนบ้านในหลายมิติ อาทิ Forward P/E อยู่ที่ 14.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 16.0 เท่า Historical P/E อยู่ที่ 14.2 เท่า ห่างจากค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 18.2 เท่า แต่หุ้นไทยให้ Dividend Yield สูงถึง 3.82% ชนะค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 2.72%
ทั้งนี้ข้อมูลจากสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) หรือ THAIVI เปิดเผยถึงข้อมูลการเจาะหาหุ้นไทยผู้ชนะในวันที่ตลาดฟื้นตัว ด้วยการมองย้อนไปใน 10 ปี ที่ผ่านมา พบว่ามีหุ้น 95 ตัว หรือประมาณ 15% ของหุ้นไทยทั้งหมด สามารถทำ EPS Growth เฉลี่ยเกิน 5% ต่อปี ได้อย่างต่อเนื่องทุกปี
โดยเป็นหุ้นที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง CPALL, CPN, COM7, SAPPE, CBGกลุ่มการแพทย์อย่าง BDMS, BCH, BHกลุ่มนิคมและอุตสาหกรรมอย่าง AMATA, WHA กลุ่มพลังงานเช่น CKPเป็นต้น
สะท้อนให้เห็นว่าการเลือกหุ้นรายตัว (Stock Selection) คือ ทางรอดตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน เพราะถ้าเฟ้นหาหุ้นได้ถูกตัว ผลตอบแทนระดับ 10% ต่อปีทบต้น ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันในตลาดหุ้นไทย และการที่โมเมนตัมตลาดกำลังกลับมาในปี 2569 รวมถึงแรงหนุนเรื่องราคาถูก ปันผลสูง พื้นฐานฟื้น เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยก็ยังเป็นขุมทรัพย์ให้นักลงทุนได้อยู่เสมอ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- GULF แจงถือหุ้น KBANK ทะลุ 10% ยันเป็นไปตามเกณฑ์ ไม่ต้องขออนุญาต ธปท.
- ลุ้นหุ้นไทยสัปดาห์หน้าพุ่งแตะ 1,400 จุด จับตาการเมืองไทย-ถ้อยแถลงเฟด
- คาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าแกว่งกรอบ 1,285-1,355 จุด จับตาเงินเฟ้อเดือน ม.ค.
ติดตามเราได้ที่