โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AI ต้นน้ำลากทั้งกระดาน โลกบวกแรง–ไทยเด้งโหดรับอานิสงส์เลือกตั้ง

ทันหุ้น

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 23.10 น.

#ทันหุ้น-ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในคืนวันศุกร์ โดยดัชนี Dow Jones พุ่งกว่า 1,200 จุด หรือราว +2.5% แรงหนุนหลักมาจากหุ้นเทคโนโลยีต้นน้ำ โดยเฉพาะ NVIDIA (NVDA) ที่ราคาหุ้นทะยานเกือบ 8% จากมุมมองว่าวงเงินลงทุนด้านเทคโนโลยีของ Big Tech จะส่งผลดีต่อผู้ผลิตชิปและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI รวมถึง การเปิดเผยแผน CAPEX ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Amazon, Alphabet และ Microsoft รวมกันในระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ แม้สร้างความกังวลต่อผลตอบแทนในระยะยาว แต่กลับยิ่งตอกย้ำแนวโน้มเชิงบวกต่อบริษัทในห่วงโซ่อุปทานอย่าง NVIDIA และ TSMC

ด้านตลาดหุ้นยุโรปเองก็ปิดฟื้นตัวเช่นกัน หลังจากเผชิญแรงขายหนักในวันก่อนหน้า บรรยากาศการลงทุนเริ่มคลี่คลายจากแรงซื้อกลับในหลายอุตสาหกรรม ท่ามกลางการประเมินผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาหลากหลาย ทั้งฝั่งบวกและลบ โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกลับโดดเด่น โดย Kongsberg (KBGGY) ปรับตัวขึ้นกว่า 19.91% หลังรายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 สูงกว่าคาด พร้อมทั้งได้รับออเดอร์ใหม่ด้านระบบอาวุธจากยุโรป ซึ่งช่วยหนุน Sentiment เชิงบวกในกลุ่มดังกล่าว ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่มยานยนต์ยังคงเป็นจุดอ่อนของตลาด หลัง Stellantis (STLAM) เผชิญแรงเทขายรุนแรง ราคาหุ้นปรับตัวลงกว่า 25.17% ถือเป็นการปรับฐานรายวันที่หนักที่สุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน จากแรงกดดันของค่าใช้จ่ายพิเศษจำนวนมากที่เกิดขึ้นภายหลังการทบทวนแผนธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า

ทางด้านตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ในแดนบวกตามแรงส่งจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีท โดยเฉพาะตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ดัชนี Nikkei ทะยานแรงกว่า 4% พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับ 57,000 จุดเป็นครั้งแรก หลังชัยชนะถล่มทลายของพรรค LDP ทำให้นักลงทุนคาดหวังความต่อเนื่องด้านนโยบายเศรษฐกิจและการคลัง ส่งผลให้ตลาดตอบรับในเชิงบวกอย่างรุนแรง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดทุนญี่ปุ่นในระยะถัดไป
สำหรับตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแรง ตอบรับผลการเลือกตั้งในประเทศที่ออกมาชัดเจนเช่นเดียวกับญุี่ปุ่น โดยชัยชนะเป็นของพรรคภูมิใจไทยสร้างความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลชุดใหม่จะมีเสถียรภาพและสามารถขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้แรงซื้อกระจายเข้าสู่หุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่ม นอกจากนี้ ในเชิงสถิติพบว่า ตลาดหุ้นไทยมักตอบสนองเชิงบวกในช่วงสัปดาห์แรกหลังการเลือกตั้ง โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 3–5% และกลุ่มที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ หุ้นค้าปลีก ซึ่งมีสถิติให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 3–4% ภายใน 1 สัปดาห์แรก จากแรงคาดหวังด้านการกระตุ้นการบริโภค เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูด Fund Flow และหนุนทิศทางตลาดในระยะถัดไป

สำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Comfirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดว่ามีโอกาสขึ้นหรือลง, Trend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 และ Mid Trend (ภาพหมายเลข 4) แสดงการซื้อขายหุ้นของตลาด SET วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสรุปจากทั้ง 3 อินดิเคเตอร์ของเราในวันนี้มองว่า มีทิศทางขาขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...