“กกต.” ตรวจสอบทุกเคสที่ กปน.บกพร่อง ยันไม่ปล่อยผ่าน ผลคะแนนอย่างเป็นการ ต้องรอครบ 95%
“กกต.” ตรวจสอบทุกเคสที่กปน.บกพร่อง ยันไม่ปล่อยผ่าน แนะต้องตั้งหลักการฟังสื่อ ส่วนผลคะแนนอย่างเป็นการ ต้องรอครบ 95% แต่กม.ต้องไม่ช้ากว่า 60 วัน
วันที่ 9 ก.พ. 69 ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดยร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการ้ลือกตั้ง แถลงผลประเด็นสำคัญการเลือกตั้ง เมื่อวานนี้ (8ก.พ.)
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เรื่องการฉีกบัตรเลือกตั้งที่ จ.น่านนั้น ติองรอรายละเอียดขิอเท็จจริง ว่าที่เกิดขึ้นเกิดจากขั้นตอนไหนและฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ถ้าหากกระบวนการฝ่าฝืนกฎหมายและเป็นไปโดยชอบก็จะมีกระบวนการขั้นตอนในการเสนอกกต. พิจารณาต่อไป ส่วนที่จังหวัดพะเยาที่มีการจับกุมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) และเตรียมบัตรเพื่อที่จะไปหย่อนในหีบบัตรเลือกตั้งโดยไม่มีอำนาจนั้นต้องรอรายงานอย่างชัดเจน ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะต้องดูว่าเป็นไปตามระเบียบขั้นตอนกฎหมายหรือไม่และจะมีการดำเนินการขั้นตอนต่อไป
ส่วนในเหตุการณ์นับคะแนนที่จังหวัดปทุมธานีนั้น มีกระบวนการนับคะแนนตัดเลือกตั้งนอกเขตและ นอกราชอาณาจักร ที่มีการนับคะแนนใหม่นั้น จากผลการนับคะแนนก็ไม่ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป แต่ต้องรอการรายงานการเลือกตั้งจากจังหวัดปทุมธานีและในเขตนั้นว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรและกระบวนการเกิดความผิดพลาดหรือมีกระบวนการไหนที่ไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย เพื่อเสนอกกต.พิจารณา
ด้านพ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ กล่าวถึงการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการจากในเว็บไซต์ ที่มีข้อติดขัดทางเทคนิค โดย ไม่เป็นทางการนั้นได้ทราบจากสื่อมวลชนว่ามีตัวเลขที่ยังไม่ถูกต้องอยู่บ้างและได้แจ้งสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ให้ตรวจสอบ และในช่วงนี้กกต. ทุกจังหวัดอยู่ระหว่างให้กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตรวบรวมผลคะแนนและส่งไปยังอำเภอและเขตเลือกตั้งครบถ้วนแล้วโดยจะต้องรายงานผลการนับคะแนนที่เป็นทางการและเอกสารที่ถูกต้องส่งมาที่กกต. เพื่อที่จะให้ทราบผลคะแนนที่เป็นทางการ
ส่วน ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่าได้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการจัดการการเลือกตั้งเรื่องการเช็คบัตรหรือการจับกุมรวมทั้งละเมิดรายงานระบบรายงานผลที่ผิดพลาดทางเทคนิคได้มีการกำชับจากกรรมการกกต. ให้มาตรวจสอบและเป็นบทเรียนในการแก้ไขโดยเร็ว
เมื่อถามถึงกรณี ที่จังหวัดปทุมธานีที่มีการนับคะแนนใหม่และมีพรรคการเมืองได้คะแนนไม่เหมือนเดิมนั้น ว่าร.ต.ภาสกร กล่าวว่าต้องรอคะแนนจากกกต. ประจำจังหวัดก่อน ส่วนข่าวที่บอกว่าเป็นอีกพรรคการเมืองคะแนนมากกว่านั้นคาดว่าเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อนยืนยันว่าข้อมูลไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนกรณีที่กรรมการประจำโดยไม่ให้ประชาชนเข้าสังเกตการณ์นั้นยืนยันว่าสามารถเข้าสังเกตการณ์ได้ แต่ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นไปอย่างไร โดยยืนยันว่าจะตรวจสอบเพิ่มเติมและจะไม่ปล่อยทุกเหตุการณ์ที่ได้รับเรื่องมา
ว่าที่ร้อยตรีภาสกรยังกล่าวถึงกรณี บัตรเลือกตั้งเสียหายในเขต 9 กรุงเทพมหานคร ว่าระหว่างนับคะแนน
คะแนนมีฝนตก มีพายุพัด ทำให้แบบขีดคะแนนมีการเปียกน้ำ บัตรเลือกตั้งมีการปลิวส่งผลต่อกระบวนการนับคะแนนซึ่งเขตนี้มีประกาศงดนับคะแนนต่อ ซึ่งขั้นตอนต่อไป กรรมการประจำหน่วย จะต้องรายงานผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเพื่อรายงานกกต.ให้พิจารณา ซึ่งตามข้อกฎหมายหากบัตรเลือกตั้งมีการชำรุดเสียหายคณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ได้ เพื่อให้กระบวนการเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อถามถึงความผิดพลาดของกปน. ที่ก่อนหน้านี้มีการอบรมใช้งบประมาณไปกว่า 480 ล้านแต่เมื่อถึงวันทำงานจริง กลับเกิดข้อผิดพลาดจำนวนมาก กปน.จะมีความผิดที่ต้องสอบสวนหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรี ภาสกรกล่าวว่า ในกระบวนการการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยมีกรอบระเบียบมีข้อกฎหมายปฏิบัติอยู่แล้วถ้ามีกระบวนการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือมีการร้องคัดค้านทักท้วงเข้ามาก็เป็นหน้าที่ของสำนักงานที่ต้องสรุปเรื่องเสนอให้กกต.พิจารณาหากข้อไหนไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมายมีโทษตามกฎหมายอย่างชัดเจนก็ต้องมีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวถึงการประกาศผล การเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติอย่างเป็นทางการ ว่า ต้องให้กกต.ตรวจสอบก่อนว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ หากเรียบร้อย และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด หรือประมาณ 380 หน่วย ก็จะสามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ แต่ทั้งนี้กกต.ต้องประกาศผลการเลือกตั้งไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ส่วนกรณีบัญชีรายชื่อกกต.ต้องประกาศผลโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันเช่นกัน แต่ขณะนี้การรายงานผลยังอยู่ที่ ร้อยละ 94
ด้านร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่าความผิดพลาดในทุกเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นกระบวนการการจัดการเลือกตั้งเรื่องการฉีกบัตรให้เสียหายหรือเรื่องของการจับกุมรวมทั้ง ระบบรายงานผลที่เกิดการผิดพลาดทางเทคนิคทางกกต.ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดทุกเรื่อง เพื่อตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขในทันที
ส่วนเรื่องคำร้องคัดค้าน การเลือกตั้งสามารถยื่นคำร้องได้ตลอดจนกระทั่งหลังประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว 30 วัน
ขณะที่คำร้อง ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้งหมดขณะนี้มีจำนวน 113 เรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการซื้อเสียงและตั้งเป็นสำนวนแล้ว 107 เรื่อง ซึ่งทุกคำร้องอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน
ด้านพันตำรวจตรี ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงระบบการรายงานผลการเลือกตั้งสส. และการออกเสียงประชามติ อย่างไม่เป็นทางการซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีการแก้ไขในระบบที่ติดขัดทางเทคนิค ขณะนี้อยู่ที่ ร้อยละ94 ซึ่งเป็นการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการไม่เกินร้อยละ 95 ระหว่างนี้อยู่ระหว่างที่คณะกรรมการประจำเขต รวบรวมคะแนนและส่งไปยังจังหวัด และจะต้องนำรายงานผลการนับคะแนนที่เป็นทางการและเอกสารที่ถูกต้องตัวจริงส่งมาที่สำนักงานกกต.เพื่อรายงานกกต.ประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
“กกต.” เตือนผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.-ประชามติ อย่าลืมแจ้งเหตุ 9-15 ก.พ.นี้ กันไม่ให้ถูกตัดสิทธิ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกประกาศเตือนผู้มีสิทธิที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ เมื่อวานนี้ อย่าลืมแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ ระหว่างวันที่ 9 – 15 ก.พ. 2569 ในกรณีไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. สามารถแจ้งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน เว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือ เว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่าแจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส. หรือยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วแต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิ ในการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส. การสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภา และดำรงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใด ให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง
ส่วนการไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ สามารถแจ้งเหตุระหว่างวันที่ 9 - 15 ก.พ. 2569 สามารถแจ้งเหตุ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า แจ้งเหตุการณ์ออกเสียงประชามติ หรือ ยื่นด้วยตนเอง ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน
ผู้มีสิทธิออกเสียงที่ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิ ในการสมัครรับเลือกตั้งเป็น สสส. หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ข้าราชการรัฐสภา และดำรงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งนี้การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันออกเสียงครั้งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง และหากในการออกเสียงครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงอีก ให้นับเวลาการจำกัดสิทธิครั้งหลังนี้ โดยนับจากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงครั้งใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใดให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง
กกต. เผยมีเรื่องร้องทุจริตแล้ว 113 ซื้อเสียงมากสุด ยันกัดไม่ปล่อย พร้อมนำทุกเคสที่เป็นปัญหาการเลือกตั้งไปแก้ไข เร่งกรรมการประจำเขตรายงานผลเลือกตั้ง-ประชามติแบบสมบูรณ์ก่อนเผยแพร่ใบปิดหน้าหน่วยให้ประชาชนตรวจสอบ
ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงว่า วันนี้ กกต.มีมติให้ สำยักงาน กกจ.ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ เรียนว่าในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง การฉีกบัตรเสียหาย หรือเรื่องการจับกุม รวมทั้งการรายงานผลที่ผิดพลาดทางเทคนิค กกต.ได้กำชับว่า ดำเนินการอย่างเฉียบขาดทุกเรื่อง เรื่องระบบก็ต้องมาตรวจสอบเพื่อเป็นบทเรียนในการแก้ไข ดังนั้นทุกเรื่องจะถูกดำเนินการอย่างเฉียบขาด ต่อเนื่องและรวดเร็ว
รองเลขาธิการ กกต. กล่าวอีกว่า สำหรับการร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ประชาชนสามารถร้องได้ตลอด จนกระทั่งหลังประกาศผลแล้ว 30 วัน จึงจะหมดโอกาสร้อง ส่วนที่มีการวิจารณ์ เรื่องของการซื้อเสียงหลายพื้นที่มีคลิปปรากฏออกมา จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่า คนรู้กันทั้งประเทศยกเว้น กกต.หรือเปล่า ร.ต.อ.ชนินทร์ ยืนยันว่า ทุกเรื่องกำลังสืบสวนอยู่ บางเรื่องก็โดนไปแล้ว บางเรื่องก็ตามอยู่ ไม่ต้องห่วงเราเก็บตลอด กัดไม่ปล่อย ซึ่งวันนี้ก็มี ( 9 ก.พ.) คำร้องเพิ่มขึ้นอีก 2 เรื่อง รวมกับเมื่อวาน เป็น 113 เรื่อง โดยเรื่องความผิดซื้อเสียงตามมาตรา 73 ( 1 ) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาเป็นอันดับ 1 และในจำนวนนี้ได้มีการรับเป็นสำนวนแล้ว107 เรื่อง คละกันไปทุกพื้นที่
ด้าน พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงระบบรายงานการเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติอย่างไม่เป็นทางการ ว่าเมื่อคืนทางสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ได้แก้ไขปัญหา ระบบที่ติดขัดทางเทคนิค และได้มีการรายงานผลคะแนนเข้ามา จนขณะนี้รายงานเข้ามาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 94 ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้รายงานไม่เกินร้อยละ 95 อีกทั้งทราบจากสื่อมวลชนว่ามีตัวเลข ที่ยังไม่ถูกต้องอยู่บ้าง จึงได้แจ้งสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ ได้ดำเนินการตรวจสอบ เรียนว่าขณะนี้สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทุกแห่งอยู่ระหว่างให้กรรมการประจำเขตรวบรวมผลคะแนนอย่างเป็นทางการส่งไปที่อนุอำเภอ ก่อนที่จะส่งไปที่เขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต เมื่อครบถ้วนแล้วก็จะต้องนำผลการเลือกตั้ง นำรายงานผลการนับคะแนนที่เป็นทางการและมีความถูกต้องแล้ว รวมทั้งเป็นตัวจริงส่งมาที่สำนักงาน กกต.กลาง เพื่อรายงานต่อ กกต.ต่อไป ซึ่งถึงเวลานั้นเราก็จะได้รับทราบผลคะแนนที่เป็นทางการ และ กกต.ก็จะได้นำเอกสารสำคัญที่ประชาชนสามารถตรวจสอบ ได้คือรายงานผลคะแนนรายหน่วยหรือ 5/18 เผยแพร่ผ่านทางเวปไซด์ของ กกต.เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบความถูกต้อง