โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ยาฉีดควบคุมน้ำหนัก (ปากกาลดน้ำหนัก) ช่วยรักษาโรคอ้วนได้จริงหรือไม่

Bumrungrad International

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 03.15 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 03.14 น.

ยาฉีดควบคุมน้ำหนัก(ปากกาลดน้ำหนัก) ช่วยรักษาโรคอ้วนได้จริงหรือไม่

โรคอ้วน (Obesity) เป็นภาวะสุขภาพที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตโดยรวม ไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังที่จะตามมา เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และไขมันพอกตับ แต่ยังอาจทำให้ผู้ป่วยประสบกับความเครียด ความกังวล หรือการถูกตีตราทางสังคม การดูแลและรักษาโรคอ้วนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับความใส่ใจอย่างจริงจัง
ที่ผ่านมา แนวทางการรักษาโรคอ้วนจะต้องเน้นไปที่การปรับพฤติกรรม ได้แก่ การควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญ แต่สำหรับหลายคนอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้น้ำหนักลดลงอย่างยั่งยืน ดังนั้นต้องมีตัวช่วย ได้แก่ การใช้ยาหรือการผ่าตัด หนึ่งในนั้นที่หลายคนรู้จักในนาม “ปากกาลดน้ำหนัก” ยานี้เป็นยารักษาโรคเบาหวานซึ่งสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานและมีผลยับยั้งความอยากอาหารด้วย ทำให้ทานได้น้อยลง สามารถลดน้ำหนักตัวลงได้ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ยาฉีดควบคุมน้ำหนัก คืออะไร?

ยาฉีดลดน้ำหนัก หรือ ยาฉีดรักษาโรคอ้วน เป็นยาที่มีคุณสมบัติเป็นGLP.1RA หรือ GLP1RA/ G1PRAฮอร์โมน GLP-1 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมความอยากอาหารและลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ผู้ป่วยเบาหวาน กลไกหลัก ได้แก่:

  • ยาฉีดลดความอยากอาหาร: มีผลยับยั้งความอยากอาหารทำให้มีอาการอิ่มได้เร็วขึ้น
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด:โดยการกระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลินในภาวะทีมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เป็นผลให้ลดระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานได้

ยาฉีดควบคุมน้ำหนักรักษาโรคอ้วนได้หรือไม่?

แม้ยาฉีดควบคุมน้ำหนักจะไม่ใช่ “ยาวิเศษ” ที่ทำให้น้ำหนักหายไปในทันที แต่ถือเป็นหนึ่งใน วิธีรักษาโรคอ้วน ที่ได้ผล โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลจากแพทย์ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ใช้ยาฉีดลดน้ำหนักมีแนวโน้มที่จะลดน้ำหนักได้มากกว่าและยั่งยืนกว่าผู้ที่อาศัยแค่การปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว
ยาฉีดควบคุมน้ำหนัก (ปากกาลดน้ำหนัก) มีประสิทธิภาพในการช่วยรักษาโรคอ้วน เนื่องจากมีกลไกการทำงานหลายด้านร่วมกัน ได้แก่

  • เป็นฮอร์โมน GLP-1: ส่งสัญญาณไปยังสมองในการยับยั้งความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นลดการกินเกินความจำเป็น
  • การชะลอการย่อยและการดูดซึมอาหาร: กระเพาะว่างช้าลง ทำให้อิ่มเร็วและนานขึ้น และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นในผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลสูง
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน
  • สนับสนุนการปรับพฤติกรรม: เมื่อผู้ป่วยควบคุมความหิวได้ง่ายขึ้น ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จในการปรับอาหารและออกกำลังกายมากขึ้นกลไกเหล่านี้เมื่อผสมผสานกัน จึงช่วยให้น้ำหนักลดลงได้จริง และเป็นวิธีการรักษาโรคอ้วนที่มีงานวิจัยรองรับอย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของการใช้ยาฉีดควบคุมน้ำหนัก

  • ช่วยยังยั้งความอยากอาหารและลดปริมาณการรับประทานอาหาร
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป
  • สนับสนุนให้ผู้ป่วยมีแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับโรคอ้วน
  • ทำงานได้อย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์

ความเสี่ยงและผลค้างเคียงที่ควรรู้

เช่นเดียวกับยาทุกชนิด ยาฉีดลดน้ำหนัก ก็มีความเสี่ยงและ ผลข้างเคียงยาฉีดลดน้ำหนัก ที่ผู้ใช้ควรตระหนัก ได้แก่:

  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียในระยะแรก
  • เบื่ออาหาร
  • ปวดท้อง ท้องอืด หรือท้องผูก
  • หากใช้โดยไม่มีการติดตามจากแพทย์ อาจเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้แม้ยาฉีดลดน้ำหนักจะมีประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนัก แต่ก็ไม่ควรถูกใช้โดยพลการ การใช้ยาควรได้รับ การประเมิน การดูแล และคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ใครเหมาะกับยาฉีดควบคุมน้ำหนัก

  • ผู้ที่มี BMI ≥ 27 kg/m2 (ในกลุ่มอาเซียน)
  • ผู้ที่มี BMI ≥ 27kg/m2(ในกลุ่มอาเซียนที่มีโรคแทรกซ้อน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ
  • ผู้ที่พยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วแต่ยังไม่สามารถ ลดน้ำหนัก ได้ผล
  • ข้อห้ามใช้ยานี้ ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติเป้นโรค Medullary Thyroid Carcinoma หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคกลุ่ม Multiple Endocrine neoplasia type 2

การรักษาโรคอ้วนแบบองค์รวมควบคู่กับยาฉีดควบคุมน้ำหนัก และการใช้ร่วมกับการผ่าตัด

แม้ยาฉีดควบคุมน้ำหนักจะมีประสิทธิภาพ แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว จำเป็นต้องผสานกับ การรักษาโรคอ้วนแบบองค์รวม เช่น

  • การควบคุมอาหารและโภชนาการที่สมดุล
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • การจัดการความเครียดและการนอนหลับให้เพียงพอ
  • การติดตามสุขภาพโดยแพทย์เฉพาะทาง
  • การดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ เช่น นักโภชนาการ นักจิตวิทยา และแพทย์โรคต่อมไร้ท่อนอกจากนี้ สำหรับผู้ป่วยบางรายที่มี โรคอ้วนระดับรุนแรง (BMI ≥35kg/m2 ขึ้นไป) หรือมี BMI ≥ 35kg/m2 ร่วมกับมีโรคร่วมแล้วนั้น อาจพิจารณาใช้ ยาฉีดควบคุมน้ำหนักควบคู่กับหัตถการ เช่น การเย็บกระเพาะ (Endoscopic Sleeve Gastroplasty) หรือการผ่าตัดกระเพาะ (Bariatric Surgery) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณการรับประทานอาหารและเปลี่ยนแปลงระบบเผาผลาญไปพร้อมกัน
    การใช้วิธีผสมผสานนี้สามารถช่วยให้ผู้ป่วยลดน้ำหนักได้มากขึ้น ควบคุมโรคแทรกซ้อนได้ดีกว่า และเพิ่มโอกาสการรักษาที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น

สรุปยายาฉีดควบคุมน้ำหนักเหมาะกับใครบ้าง

ยาฉีดควบคุมน้ำหนัก หรือ ปากกาลดน้ำหนัก เป็นทางเลือกใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยรักษาโรคอ้วน เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือมีโรคแทรกซ้อนจากความอ้วน และพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีพื้นฐานแล้วยังไม่เห็นผล อย่างไรก็ตาม การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และควรผสานกับ การรักษาโรคอ้วนแบบองค์รวม เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
ยาฉีดควบคุมน้ำหนักไม่ใช่ “ตัวช่วยลัด” แต่เป็น “ตัวช่วยเสริม” ที่มีประสิทธิภาพ หากใช้ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมและการดูแลจากแพทย์ จะสามารถทำให้ลดน้ำหนักและมีผลลัพธ์จริงอย่างยั่งยืน
เรียบเรียงโดย พญ. นพวรรณ กิติวัฒน์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...