โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนไทยมีความพร้อมเรื่องการเงินมากแค่ไหน?

Wealth Me Up

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 15.29 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 10.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line

คนไทย 74% ออมเงินเกิน 10% ของรายได้ และกว่าครึ่งลงทุนมากกว่า 10% ของรายได้ต่อปี…ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับ ‘ความพร้อมทางการเงินของคนไทย’ ?

มาเจาะอินไซต์ 4 มุมมองเรื่องเงินของคนไทย กับผลสำรวจ ASEAN Consumer Sentiment Study 2025 โดยธนาคารยูโอบี

การออม

ทุกวันนี้คนไทยเริ่มคิดเรื่องการเงินมากกว่าที่เคย โดยผลสำรวจพบตัวเลขที่น่าสนใจว่า 74% ของคนไทย ออมเงินมากกว่า 10% ของรายได้ต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง และยิ่งเห็นได้ชัดในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง 88% ที่มองว่าการออมอย่างน้อย 10% ของรายได้ เป็น ‘สิ่งจำเป็น’ ของการวางแผนการเงิน

เรื่องนี้เห็นได้ชัดขึ้นในพฤติกรรมของลูกค้ายูโอบี การเติบโตของจำนวนเงินฝากส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ในขณะที่การเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนบัญชีเงินฝากเกิดจากกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะมีศักยภาพทางการเงินยังไม่สูงมากนัก โดย Gen Y มีเงินฝากเฉลี่ย 78,000 บาท และ Gen Z มีเงินฝากเฉลี่ย 41,000 บาท แต่ก็แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ในวัยทำงาน เริ่มมีความตระหนักรู้ และอยากที่จะออมเงินมากขึ้น

กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง

  • จำนวนบัญชีเงินฝากเพิ่มขึ้น 28%
  • ยอดเงินฝากเพิ่มขึ้น 21%

กลุ่ม Gen Y

  • จำนวนบัญชีเงินฝากเพิ่มขึ้น 12%
  • ยอดเงินฝากเพิ่มขึ้น 4%

กลุ่ม Gen Z

  • จำนวนบัญชีเงินฝากเพิ่มขึ้น 48%
  • ยอดเงินฝากเพิ่มขึ้น 19%

การจัดการความเสี่ยง (ประกัน)

คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการ ‘จัดการความเสี่ยง’ แบบจริงจังมากขึ้น หลังภัยธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหวและน้ำท่วม รวมถึงปัญหาสุขภาพที่วัยทำงานต้องเผชิญบ่อยขึ้น ตอกย้ำว่าความไม่แน่นอนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว

โดยในปี 2568 ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงมีแนวโน้มที่จะจ่ายเบี้ยประกันมากขึ้น เพื่อยกระดับความคุ้มครองให้ครอบคลุมมากขึ้น ในขณะที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ยังคงรักษาระดับการจ่ายเบี้ยประกันภัยไว้เท่าเดิม สะท้อนถึงทัศนคติที่ว่า ‘ประกันยังจำเป็น และตัดไม่ได้’

เมื่อลองเจาะลึกแต่ละประเภท พบว่าประกันชีวิตและทุพพลภาพถาวร รวมถึงประกันโรคร้ายแรงมีการเติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนประกันสุขภาพลดลงมาเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ในภาพรวม ประกันสุขภาพยังคงเป็นประกันที่คนเลือกทำมากที่สุด สะท้อนว่าคนไทยยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล

ประกันชีวิตและทุพพลภาพถาวร

  • ปี 2024 = 15%
  • ปี 2025 = 25%

ประกันโรคร้ายแรง

  • ปี 2024 = 16%
  • ปี 2025 = 25%

ประกันสุขภาพ

  • ปี 2024 = 55%
  • ปี 2025 = 43%

ภาพรวมทั้งหมดนี้ส่งผลให้เบี้ยประกันของลูกค้าทั้งหมดเพิ่มขึ้นถึง 23% โดยคนให้ความสนใจกับประกันภัยที่ให้การปกป้องสูง ควบคู่การออมมากขึ้น ยิ่งในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง

การลงทุน

ทุกวันนี้การลงทุนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว คนไทยมากกว่าครึ่งลงทุนเกิน 10% ของรายได้ต่อปี และกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ก็มีความตื่นตัวในการลงทุนมากกว่ากลุ่มคนทั่วไป

เมื่อเจาะลึกถึงพฤติกรรมการลงทุน จะเห็นว่าการลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ยังเป็นทางเลือกยอดนิยมมากที่สุด โดยมูลค่าการลงทุนผ่านแอป UOB TMRW เพิ่มขึ้นถึง 16%* สะท้อนว่าความสะดวกและการเข้าถึงง่าย คือหัวใจสำคัญของนักลงทุนยุคนี้ และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจเรื่องการลงทุนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • กลุ่ม Baby Boomer โต +5%
  • กลุ่ม Gen X โต +20%
  • กลุ่ม Gen Y โต +24%
  • กลุ่ม Gen Z โต +307%

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ จำนวนลูกค้าที่มีการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้นถึง 32%* โดยกลุ่มที่เติบโตมากที่สุดคือ Gen Y เพราะเป็นวัยทำงาน ที่มีรายได้ค่อนข้างมั่นคง และพร้อมจะนำเงินไปสร้างโอกาสหาผลตอบแทนให้งอกเงย

  • กลุ่ม Baby Boomer โต +6%
  • กลุ่ม Gen X โต +28%
  • กลุ่ม Gen Y โต +50%
  • กลุ่ม Gen Z โต +40%

หมายเหตุ: *เปรียบเทียบในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 กับช่วงครึ่งหลังของปี 2567

การวางแผนเกษียณ

มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า คนไทย 77% เข้าใจความสำคัญของการวางแผนเพื่อการเกษียณ และมีเป้าหมายอยากจะเกษียณคุณภาพ โดยมีชีวิตหลังเกษียณที่คงเดิมหรือดีขึ้น

เมื่อถามว่าอายุในฝันสำหรับการเกษียณคือเท่าไร? คำตอบที่ได้แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

  • กลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) และผู้บริโภคทั่วไป อยากเกษียณเร็ว ตอนอายุ 52-54 ปี
  • กลุ่ม Baby Boomer กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง และกลุ่มฐานะปานกลาง อยากเกษียณช้า ตอนอายุ 57-60 ปี

และเมื่อถามว่าต้องมีเงินเท่าไรถึงจะ ‘เพียงพอ’ ในวัยเกษียณ?

  • กลุ่มผู้บริโภคทั่วไปต้องการเงินเฉลี่ย 3.9 ล้านบาท
  • กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงต้องการเงินเฉลี่ย 10 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ‘ความพอ’ ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ค่าใช้จ่าย และคุณภาพชีวิตที่อยากเป็นในวัยเกษียณ

แม้จะรู้ว่าเรื่องเกษียณเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ยังมีคนไทยบางส่วนที่ยังไม่ได้ลงมือทำอย่างจริงจัง เพราะมีคนไทยอีก 33% ที่มีการวางแผนเกษียณเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สาเหตุหลักๆ มาจาก

  • ผัดวันประกันพรุ่ง
  • ยังมีเงินออมไม่เพียงพอ
  • รู้สึกว่ายังอายุน้อย เรื่องเกษียณเป็นเรื่องไกลตัว

ซึ่งทัศนคติเหล่านี้ อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญของการสร้างความมั่นคงและวางแผนการเงินระยะยาวโดยไม่รู้ตัว

โดยภาพรวมแล้ว ต้องยอมรับว่าคนไทยมีความตระหนักรู้เรื่องการเงินเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากการออมและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีการวางแผนทำงานนานขึ้นกว่าเดิม เพื่อรองรับชีวิตหลังเกษียณ แต่ในขณะเดียวกัน ทัศนคติบางอย่าง รวมถึงเรื่องการใช้จ่าย อาจเป็น ‘หลุมพราง’ ที่ทำให้หลายคนไปไม่ถึงเป้าหมายการเงินที่เราตั้งไว้ เพราะสุดท้ายแล้วการจะบรรลุเป้าหมายทางการเงิน รวมถึงการเกษียณอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ต้องวางแผน แต่คือต้องลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันนี้

รายงาน ASEAN Consumer Sentiment Study 2025 ฉบับเต็ม คลิก https://www.uobgroup.com/asean-insights/articles/acss-2025-thailand.page

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...