2 แม่ลูกเหยื่อไอ้คลั่งพ้นขีดอันตราย ตำรวจเร่งขอหมายจับควบคุมตัว
จากกรณี นางจรวย อายุ 43 ปี และ น.ส.กมลวรรณ อายุ 16 ปี สองแม่ลูก ถูกคนร้ายป่วยจิตเวชบุกพังประตูหลังบ้านและประตูห้องนอนเข้าไปใช้มีดพร้าฟันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในพื้นที่ หมู่ 4 ต.สี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 04.30 น. วันนี้ (11 มี.ค.) เบื้องต้นหน่วยกู้ภัยฯ นำสองแม่ลูกส่ง รพ.สิชล แพทย์เร่งเยียวยาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ส่วนคนร้ายทราบชื่อนายภาณุ อายุ 19 ปี ซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกัน หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป ก่อนพ่อ และญาติๆ ผู้ก่อเหตุ ได้พาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิชล นั้น
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ นางสาวพรปวีณ์ อุไรสวัสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช และนายสุรินทร์ อาคมเวช หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมมูลนิธิเป็นหนึ่ง และนายวีรศักดิ์ บัวศรี นายอำเภอสิชล เดินทางไปยัง รพ.สิชล เพื่อเข้าเยี่ยมและช่วยเหลือสองแม่ลูกผู้บาดเจ็บตามระเบียบของทางราชการ โดยอาการของสองแม่ลูกมีบาดแผลทั่วร่างกาย นางจรวย ต้องเย็บแผลมากถึง 77 เข็ม ส่วนลูกสาวเย็บ 66 เข็ม แพทย์ได้ช่วยเหลือจนอาการพ้นขีดอันตรายทั้ง 2 คนแล้ว และสามารถให้ปากคำกับเจ้าหน้าตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้แล้ว แม้จะอยู่ในอาการหวาดผวาอย่างหนักและร้องไห้ตลอดเวลาก็ตาม
น.ส.กมลวรรณ กล่าวด้วยน้ำตานองหน้า ว่า บ้านตนอยู่ห่างจากบ้านของนายภาณุ ประมาณกว่า 1 กม. แม้จะเคยเห็นหน้าแต่ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยพูดคุยหรือมีเรื่องบาดหมางอะไรกับตนและแม่มาก่อน ก่อนเกิดเหตุตนกับแม่นอนอยู่ในห้อง ตนได้ยินเสียงแม่หวีดร้องอย่างหนัก จึงพยายามเข้าไปช่วยแม่จึงโดนทำร้ายไปด้วย คนร้ายทั้งเตะ ต่อย ทุบตีและใช้มีดพร้าฟันสับตนและแม่สลับกันไปมาอย่างบ้าคลั่ง แม้ตนจะได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก แต่ก็พยายามรวบรวมสติและเรี่ยวแรงที่มีลุกขึ้นไปเปิดไฟจนสว่างจ้า จึงเห็นและจำคนร้ายรายนี้ได้อย่างแม่นยำ จากนั้นตนจึงวิ่งออกจากบ้านตะโกนขอความช่วยเหลือจากคุณยายและญาติๆ ในจังหวะนั้นคนร้ายพยายามวิ่งไล่ตามตนออกมา จึงเป็นจังหวะให้แม่วิ่งหนีออกจากบ้านตามตนมาด้วย ทำให้คนร้ายวิ่งไปขี่รถ จยย. หลบหนีไป จนต่อมาคุณยายและญาติๆ ได้ออกมาช่วยเหลือตนกับแม่นำส่ง รพ.สิชล
ขณะที่ พ.ต.อ.บุญเชิญ ลิ่มประจวบพงษ์ ผกก.สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สัญชัย ใจห้าว รอง ผกก.กก. พร้อมพนักงานสอบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง จากการตรวจสอบประวัติ นายภาณุ พบเคยติดยาเสพติดอย่างรุนแรงและเคยเข้ารับการบำบัดรักษาที่ รพ. จนอาการปกติ แพทย์จึงอนุญาตให้กลับมาอยู่บ้าน แต่มักจะมีอาการกำเริบในบางวันบางเวลา โดยเชื่อว่าสาเหตุมาจากสมองถูกพิษของยาเสพติดทำลายไปบางส่วนแล้ว แม้จะไม่ได้เสพยาเสพติด แต่จะมีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดได้ และหลังก่อเหตุพ่อได้นำเข้ามามอบตัวกับตำรวจ แต่จากการตรวจปัสสาวะก็ไม่พบสารเสพติดในกระแสเลือดแต่อย่างใด ส่วนอาการป่วยจิตเวช ตามที่ญาติๆ อ้างก็ไม่มีบัตรหรือเอกสารทางราชการรับรองว่า นายภาณุ ป่วยจิตเวชแต่อย่างใด
ในวันเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้เดินทางไปเยี่ยมสองแม่ลูกที่ รพ.สิชล และทำการสอบปากคำ พร้อมกับญาติๆ และจะได้เร่งสอบปากคำนายภาณุ ผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังพบคลิปวีดีโอที่ร้านล้างรถอัตโนมัติ (หยอดเหรียญ) ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ซึ่งจับภาพขณะที่นายภาณุ มาหยอดเหรียญและล้างมือล้างหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด และยังล้างรถ จยย. อีกด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำพยานหลักฐานในการเสนอขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น บุกรุกเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ โดยใช้กำลังประทุษร้ายทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ทำให้เสียทรัพย์ และพกพาอาวุธติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ต่อไป.