ผู้ตรวจราชการสธ.เขต9 เผยผลดูแลงานวิ่ง 'บุรีรัมย์มาราธอน2026' กู้ชีพผู้ป่วย 3 รายได้เร็วด้วบระบบSCA
เมื่อวันที่ 30 มกราคม นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 กล่าวว่า กระแสวิ่งออกกำลังกายเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ละปีจึงมีการจัดงานวิ่งมาราธอนหลายสนาม ซึ่งมาตรฐานงานวิ่งที่ปลอดภัยตามหลักสากล จะเน้นปิดการจราจร 100% มีน้ำดื่มให้นักวิ่งอย่างเพียงพอ มีทีมบุคลากรทางการแพทย์เคลื่อนที่พร้อมอุปกรณ์ AED ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) จัดรถพยาบาลฉุกเฉิน และมีจุดปฐมพยาบาลทุก 2-3 กิโลเมตร รวมถึงมีการวางแผนรับเหตุฉุกเฉินที่ชัดเจน ซึ่งล่าสุด ในงาน BURIRAM MARATHON 2026 จ.บุรีรัมย์ เมื่อค่ำวันที่ 24 มกราคม ที่มีนักวิ่งมากกว่า 35,000 คน เจ้าหน้าที่ 7,000 คน ผู้ติดตามและกองเชียร์กว่า 70,000 คน รวมแล้วมากกว่า 1 แสนคน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ได้จัดระบบด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อดูแลความปลอดภัยของนักวิ่งและผู้เข้าร่วมงานตามมาตรฐานเช่นกัน
นพ.วิทิต กล่าวว่า ระบบการดูแลทางการแพทย์มีศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์เป็นแกนกลางสั่งการและประสานงานร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลชุมชน จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม จุดบริการทางการแพทย์/หน่วยปฐมพยาบาลทุก 2.5 กิโลเมตร ตลอดเส้นทาง และมี Motor Lance สนับสนุนระหว่างช่วงระยะเพื่อเข้าถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว มีบุคลากรทางการแพทย์ให้การดูแลรวม 1,250 คน รวมทั้งกำหนดพื้นที่เสี่ยง การคัดกรองและการส่งต่อชัดเจน เช่น จุดคัดแยกผู้ป่วย แนวทางคัดแยก/ส่งต่อ เพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวนมากบริเวณเส้นชัย พร้อมเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง คือ อาการตะคริว ภาวะกล้ามเนื้อสลาย โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ชัก และภาวะหายใจแผ่ว/หายใจน้อยเกินไป
นพ.วิทิต กล่าวต่อว่า การจัดงานวิ่งครั้งนี้ มีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องทำการกู้ชีพ 3 ราย รายแรก นักวิ่งฟูลมาราธอน (Full Marathon) เพศชาย อายุ 47 ปี เกิดเหตุหมดสติในจุด กม.38-39 เวลา 21.45 น. สามารถ CPR ได้ภายใน 1 นาที ทีม MERT ถึงจุดเกิดเหตุในเวลา 21.52 น. ทำการช็อกไฟฟ้าหัวใจจนผู้ป่วยหัวใจกลับมาเต้นเองอีกครั้งภายใน 9 นาที และส่งถึงห้องฉุกเฉินภายใน 17 นาที แพทย์วินิจฉัยเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ได้ทำการสวนหัวใจผ่านสายสวน แอดมิทหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหัวใจ (CCU) เมื่อปลอดภัยได้ให้กลับบ้านได้
รายที่ 2 นักวิ่งฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon) เพศชาย อายุ 61 ปี เกิดเหตุหมดสติจุด กม.38-39 ช่วงเวลา 22.16 น. สามารถทำ CPR ภายใน 1 นาที ทีมนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ช็อกด้วยเครื่อง AED ภายใน 2 นาที พร้อมทำ CPR ต่อเนื่อง โดยทีม MERT ถึงจุดเกิดเหตุเวลา 22.22 น. ทำการช่วยเหลือจนหัวใจกลับมาเต้นเองอีกครั้งภายใน 6 นาที ส่งถึงห้องฉุกเฉินใน 13 นาที แพทย์วินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเช่นกัน ทำการสวนหัวใจผ่านสายสวนและให้แอดมิทหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหัวใจ (CCU) และรายที่ 3 นักวิ่งมินิมาราธอน (Mini Marathon) เพศชาย อายุ 42 ปี เกิดอาการชักบริเวณจุดเส้นชัย ช่วงเวลา 23.05 น. เริ่มแรกยังมีชีพจรก่อนเปลี่ยนเป็นไม่มีชีพจร ทีมแพทย์ทำ CPR และช็อกไฟฟ้าหัวใจทันที ร่วมกับให้ยากระตุ้นจนหัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง จากนั้นส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลบุรีรัมย์ แพทย์วินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ให้การรักษาและแอดมิทในเวลา 00.17 น.
“ระบบตอบสนอง Sudden Cardiac Arrest (SCA) ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกู้ชีพ/ช็อกไฟฟ้าหัวใจนักวิ่งทั้ง 3 ราย ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นสามารถในสนาม ให้หัวใจกลับมาเต้นได้อีกครั้งด้วยความรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยรอดชีวิตและได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นตัวอย่างของการบริหารทีม MERT ที่น่าชื่นชม การระดมบุคลากรทางการแพทย์ทั้งจังหวัดถือว่าคุ้มค่ามากกับ 3 ชีวิตที่ประเมินค่าเป็นเงินไม่ได้ ทั้งนี้ ได้แนะนำให้เพิ่มการจัดการเส้นทางฉุกเฉินสำหรับส่งต่อจากจุดเส้นชัยเพื่อให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และฝึกซ้อมแผนเฉพาะในโซนเส้นชัยเป็นประจำ” นพ.วิทิตกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ตรวจราชการสธ.เขต9 เผยผลดูแลงานวิ่ง ‘บุรีรัมย์มาราธอน2026’ กู้ชีพผู้ป่วย 3 รายได้เร็วด้วบระบบSCA
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th