โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเตือนอย่าหาทำ 'ของเล่นหลอดเก็บเลือด' เสี่ยงเด็กเคยชินจนสับสนกับของจริงที่มีสารเคมีอันตราย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 05.14 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 05.14 น.

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรณีมีการเผยแพร่ภาพเด็กนำหลอดเก็บตัวอย่างเลือดชนิด Lithium Heparin (ฝาสีเขียว) มาเล่นเป็นของเล่น สร้างความกังวลใจให้กับผู้ปกครอง และสังคมเป็นอย่างมากอย่างมาก เนื่องจากหลอดดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีการเคลือบสารเคมีป้องกันการแข็งตัวของเลือด ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย อุปกรณ์ทางการแพทย์ทุกชนิดควรถูกจำกัดการใช้งานอยู่เฉพาะในสถานพยาบาลเท่านั้น การที่เด็กนำหลอดเก็บเลือดมาเล่นถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะไม่สามารถทราบแหล่งที่มาของหลอดเหล่านี้ได้เลยว่ามีความสะอาดเพียงใด หรือเป็นของที่ถูกคัดทิ้งจากการปนเปื้อนหรือไม่

“หากเด็กเกิดความเคยชินและไปหยิบหลอดที่ใช้แล้วซึ่งอาจมีเชื้อโรคร้ายแรง เช่น เอชไอวี หรือไวรัสตับอักเสบมาเล่น จะกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงตามมาได้ ทางด้านกายภาพของหลอดเก็บเลือดนั้น ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความทนทานต่อการกัดหรือการขว้างปาเหมือนของเล่นเด็กทั่วไป หากหลอดแตกหักอาจทำให้เกิดบาดแผลที่มือหรือปาก และชิ้นส่วนขนาดเล็กอาจหลุดลงคอ จนอุดกั้นทางเดินหายใจได้ นอกจากนี้ร่างกายของเด็กมีความไวต่อสารเคมีมากกว่าผู้ใหญ่ การได้รับสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและสุขภาพในระยะยาวได้” นพ.ธนินทร์ กล่าว

นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า สำหรับหลอดเก็บเลือดฝาสีเขียวที่ปรากฏในสื่อโซเชียลนั้น คือหลอด Heparin ซึ่งมีการเคลือบสาร Lithium Heparin ไว้เพื่อยับยั้งการเกิดกระบวนการแข็งตัวของเลือด และใช้สำหรับตรวจทางเคมีคลินิก เช่น การทำงานของตับ ไต หรือระดับน้ำตาลในเลือด แม้จะมองดูเหมือนหลอดเปล่าแต่สารเคมีที่เคลือบอยู่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หากเด็กนำเข้าปาก ผู้ปกครองควรดูแลเช็คของเล่นบุตรหลาน และหลีกเลี่ยงการนำอุปกรณ์ทางการแพทย์มาดัดแปลงเป็นของเล่นโดยเด็ดขาด สอนบุตรหลานให้เข้าใจถึงอันตรายของการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าปากหรือเล่นกับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของเล่น รวมถึงการไม่เก็บสิ่งของที่พบเจอมาเล่น

นายพิทยา คำมี หัวหน้ากลุ่มงานพยาธิวิทยาคลินิกและเทคนิคการแพทย์ กล่าวว่า อันตรายจากการนำหลอดเลือดมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ หลอดเลือดฝาสีเขียว ซึ่งมีสาร Lithium Heparin บรรจุเคลือบอยู่ภายใน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายหากสูดเอาอนุภาคสารดังกล่าวเข้าไปจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ร่วมถึงการสัมผัสถูกดวงตาจะก่อให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุตา ในกรณีที่เด็กมีการอมหรือกลืนสารเคมีดังกล่าวเข้าไป จะทำให้เกิดการกัดกร่อน ระคายเคืองภายในอวัยวะในระบบทางเดินอาหารได้ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการได้รับพิษจาก Lithium เกินขนาดที่ส่งผลให้มีการอาเจียน ท้องร่วง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชักเกร็ง และอาจรุนแรงถึงขั้นไตวาย นอกจากนี้ยังมีหลอดเลือดที่มีฝาสีอื่น ๆ ที่ใช้ในสถานพบาล เช่น สีม่วง สีเทา และสีฟ้า เป็นต้น ก็ไม่ควรนำมาดัดแปลงเป็นของเล่น หรือของตกแต่งเช่นเดียวกัน เนื่องด้วยมีสารกันเลือดแข็งที่เคลือบอยู่ภายในหลอดที่มีความเป็นพิษต่อร่างกาย

นายพิทยา กล่าวว่า ในส่วนของสถานพยาบาลได้เน้นย้ำถึงมาตรการเชิงรุก โดยควรมีระบบการบริหารจัดการวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่รัดกุม สามารถตรวจสอบและป้องกันไม่ให้มีการเล็ดลอดออกไปภายนอกสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความเคร่งครัดเรื่องการคัดแยกขยะ ไม่ว่าจะเป็นหลอดเก็บเลือดที่ผ่านการใช้งานแล้ว หลอดที่หมดอายุ หรือหลอดที่ชำรุด ส่งกำจัดทำลายตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะไม่มีผู้ใดสามารถนำอุปกรณ์ดังกล่าวกลับมาเวียนใช้ใหม่หรือนำไปแจกจ่ายต่อสู่ภายนอกได้อีกทางหนึ่งด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอเตือนอย่าหาทำ ‘ของเล่นหลอดเก็บเลือด’ เสี่ยงเด็กเคยชินจนสับสนกับของจริงที่มีสารเคมีอันตราย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...