เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (296) 成语故事 (_二九六)
เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (296) 成语故事(_二九六)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 欲擒故纵/欲擒故縱 yù qín ɡù zònɡ (ยวี่ ฉิน กู้ จ้ง) โดยคำว่า 欲 yù (ยวี่) หวัง คาดหวัง 擒 qín (ฉิน) แปลว่า จับ จับกุม 故 ɡù (กู้) ตั้งใจ 纵/縱 zònɡ (โจ้ง) ปล่อย หละหลวม เมื่อร่วมกันแล้วจะหมายถึงตั้งใจจะจับกุมจริงๆ แต่ทำทีเป็นปล่อยไป ปล่อยเพื่อจะจับทีหลัง แสร้งปล่อยเพื่อจับ เป็นกลยุทธ์ลำดับที่สิบหกจากทั้งหมดสามสิบกลยุทธ์เพื่อชัยชนะของซุนจื่อ (ซุนวู) มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
กลยุทธ์การศึกในสมัยโบราณนั้นมีความน่าสนใจ และน่าศึกษายิ่งนัก หากเราตั้งใจศึกษา และทำความเข้าใจให้ดี จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต หรือการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นกลยุทธ์ที่นำเสนอครั้งนี้มีความสลับซับซ้อนกลยุทธ์การปล่อยก่อนแล้วค่อยจับกุมนั้น ท่านซุนจื่อ 孙子/孫子 Sūnzi (ซุนวู) นักกลยุทธ์การศึกสมัยโบราณของจีนได้กล่าวไว้ว่า สุนัขจนตรอก ย่อมต่อสู้จนสุดชีวิต ข้าศึกที่จนตรอกอย่ายกกำลังเข้าบดขยี้ หรือบีบคั้น เพราะดูจากสภาพแล้วอย่างไรเสีย เราก็ชนะอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทุ่มกำลังเข้าไปห้ำหั่นกัน ทั้งนี้ เพราะศัตรูที่หมดทางหนี เมื่อโดนกดดัน หรือบีบคั้นมากๆ ก็จะรวมพลังสู้สุดฤทธิ์เช่นกัน จะทำให้ฝ่ายเราสูญเสียไปเปล่าๆ สู้ปล่อยให้ศัตรูมีช่องทางหนีบ้าง เช่นนี้แล้วฝ่ายศัตรูที่กำลังจะแพ้ กำลังจนตรอกย่อมต้องแตกหนี และขาดระเบียบ ขาดความสามัคคีไปได้ ถึงตอนนั้นค่อยหาจังหวะเข้าโจมตี หรือเข้าจับกุมเอาก็จะได้ชัยชนะอย่างง่ายดาย ซึ่งในอดีตนั้นผู้ที่นำแผนการนี้มาใช้อย่างช่ำชองมากคนหนึ่ง ย่อมหนีไม่พ้นขงเบ้งแห่งรัฐสู่ในยุคซานกั๋ว 三国/ 三國 Sānɡuó (สามก๊ก)
จูเก๋อเลี่ยง 诸葛亮/諸葛亮 Zhūɡě Liànɡ (จูกัดเหลี่ยง หรือขงเบ้ง) มีความมุ่งมั่นที่จะยกทัพของรัฐฉู่ 蜀国/蜀國 Shǔ ɡuó (จ๊กก๊ก) ขึ้นเหนือหมายปราบปรามรัฐเว่ย 魏国/魏國 Wèi ɡuó (วุยก๊ก) เพื่อสานต่อปณิธานของหลิวเป้ย 刘备/劉備 Liú Bèi (เล่าปี่) ที่ต้องการรวบรวมแผ่นดินจีนอันแตกแยกนี้ให้กลับเป็นหนึ่ง แล้วฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นให้กลับมายิ่งใหญ่ตามเดิม แต่ทว่า เมืองใหญ่น้อยทางใต้ทั้งหลายกลับมักก่อการแข็งข้อ ไม่ยอมสิโรราบต่อการปกครองของรัฐฉู่ โดยผู้นำที่มีบารมีสูงสุดแห่งดินแทนทางใต้นามว่าเมิ่งฮั่ว 孟获/孟獲 Mènɡ Huò (เบ้งเฮ็ก) ได้รวบรวมชาติพันธุ์ทางใต้แข็งข้อต่อรัฐฉู่
ดังนั้น จูเก๋อเลี่ยงจึงต้องการกำหราบเมิ่งฮั่วให้ได้เสียก่อน แล้วค่อยวางแผนบุกภาคเหนือ โดยมีเป้าหมายในการยุทธ์ครั้งนี้คือ ยึดครองใจคนเป็นหลัก ยึดครองดินแดนเป็นรอง ดังนั้น ในการทำศึกครั้งนี้ กลุ่มกองกำลังของเมิ่งฮั่วได้เพลี้ยงพล้ำต่อกองทัพของจูเก๋อเลี่ยงหลายต่อหลายครั้ง และเมื่อจับตัวเมิ่งฮั่วมาได้ จูเก๋อเลี่ยงก็จะถาม ว่ายอมแพ้หรือไม่ เมิ่งฮั่วก็จะตอบด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่าไม่ยอมแพ้ แล้วอ้างต่างๆ นานาว่ากองทัพจูเก๋อเลี่ยงใช้เล่ห์ ไม่รบอย่างลูกผู้ชาย หรือเพราะลูกน้องตัวเองทรยศ หรือเพราะตัวเองยังไม่ทันตั้งตัว ต่างๆ นาๆ เหตุผล และจูเก๋อเลี่ยงก็จะปล่อยตัวเมิ่งฮั่วกลับไปทุกครั้ง
(ที่มาภาพ : https://image.baidu.com/search/detail?ct)
จนเมิ่งฮั่วถูกจับเป็นครั้งที่เจ็ด เมิ่งฮั่วจึงยอมคุกเข่าสิโรราบต่อกองทัพฉู่ และประกาศว่าจะจงรักภักดีต่อรัฐฉู่ตลอดไป ด้วยความอดทน และการมีวิสัยทัศน์ยาวไกลของจูเก๋อเลี่ยงนี่เอง ทำให้รัฐเล็กน้อยทางใต้ได้กลับมาอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐฉู่ และรัฐฉู่ก็สามารถที่จะไว้ใจได้ว่ารัฐทางใต้จะไม่แข็งข้อก่อความวุ่นวายขึ้นมาอีก เพราะพวกเขายอมเข้ากับรัฐฉู่ด้วยใจ มิใช่เพราะการบังคับอีกต่อไป ทำให้รัฐฉู่สามารถรวบรวมสรรพกำลัง เพื่อยกขึ้นปราบปรามรัฐทางเหนือได้อย่างสบายใจ
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:为了更好地控制对方,故意先放松一步。
成語比喻:為了更好地控製對方,故意先放松一步。
Chénɡyǔ bǐyù:Wèile ɡènɡ hǎo de kònɡzhì duìfānɡ, ɡùyì xiān fànɡsōnɡ yībù.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: เว่ยเลอะ เกิ้ง ห่าว เตอะ โค่งจื้อ ตุ้ยฟาง, กู้อี้ เซียน ฟ่างซง อีปู้
สุภาษิตเปรียบว่า เพื่อควบคุมอีกฝ่ายให้ได้ดียิ่งขึ้น จึงจงใจปล่อยไปก่อน
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
我们使出欲擒故纵之计,先把他放走,以便引出在他幕后大鱼,再一网打尽。
我們使出欲擒故縱之計,先把他放走,以便引出在他幕後大魚,再一網打盡。
Wǒmen shǐ chū yùqínɡùzònɡ zhī jì, xiān bǎ tā fànɡ zǒu, yǐbiàn yǐnchū zài tā mùhòu dà yú, zài yīwǎnɡdǎjìn.
หวั่วเมิน ฉื่อ ชู ยวี่ฉินกู้จ้ง จือ จี้, เซียน ป่า ทา ฟ่าง โจ่ว, อี่เปี้ยน อิ่นชู จ้าย ทา มู่โห้ว ต้า ยหวี, จ้าย อีหว่างต่าจิ้น
พวกเราใช้แผนทำทีเป็นเผลอปล่อยเขาไปก่อน เพื่อจะล่อจับปลาตัวใหญ่ทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังเขาในคราวเดียว