โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก

นิยาย Dek-D

อัพเดต 22 ก.ย 2566 เวลา 07.10 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2566 เวลา 07.10 น. • enjoybook
เธอตื่นมาในร่างของ 'ซ่งชิงหลัน' แถมเธอกำลังคลอดลูกอยู่! นี่เธอต้องเลี้ยงลูกสองคน แถมยังต้องเลี้ยงน้องชายอีกตั้งสี่คนงั้นเหรอ!

ข้อมูลเบื้องต้น

เธอตื่นมาในร่างของ 'ซ่งชิงหลัน' แถมเธอกำลังคลอดลูกอยู่! นี่เธอต้องเลี้ยงลูกสองคน แถมยังต้องเลี้ยงน้องชายอีกตั้งสี่คนงั้นเหรอ!

ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก

[穿成四个大佬的农门长姐]
*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. EnJoyBook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
เผยแพร่ครั้งแรกใน SHANGHAI SEVENCAT CULTURE MEDIA CO., LTD.
การแปลนี้จัดร่วมกับ SHANGHAI SEVENCAT CULTURE MEDIA CO., LTD.
ลิขสิทธิ์แปลไทย ⓒ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็นจอยบุ๊ค

—------------------------------------
นิยายแปลเรื่อง ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก

[穿成四个大佬的农门长姐]
ผู้แต่ง : 云蓝蓝 ผู้แปล : ทีมงาน Enjoybook
จำนวน 526 ตอนจบ
อ่านตอนล่วงหน้าก่อนใคร คลิก >> https://bit.ly/3WRFH8s

เรื่องย่อ เธอเกิดใหม่เพราะเมาแล้วหัวไปฟาดกับเสาไฟเข้า แถมมาอยู่ในร่าง ‘ซ่งชิงหลัน’ ที่กำลังคลอดลูก! ชีวิตก่อนไม่เคยได้แตะต้องชายใด แต่ในชีวิตนี้กลับมาถึงปลายทางเสียแล้ว แม่สามีก็แสนใจร้าย กดขี่เธอทุกทาง แถมยังบังคับหย่ากับสามีที่ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง ต้องกลับไปที่บ้านพร้อมกับท่านย่าและน้องชายทั้งสี่ที่แม้จะอดอยากแต่ก็มีความสุข เธอต้องทำให้ชีวิตของทุกคนในบ้านดีขึ้นให้ได้!

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็นมารดาของเด็กแฝดชายหญิง (รีไรท์)

บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็นมารดาของเด็กแฝดชายหญิง (รีไรท์)

“แง… แง…”

เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังก้องไปทั่วลานบ้าน

หมอตำแยเอ่ยขึ้นอย่างมีความสุข “ชิงหลัน ยินดีด้วยนะ ยินดีด้วย เด็กคนนี้เป็นผู้หญิง เป็นฝาแฝดชายหญิง!”

“ขอบ… ขอบคุณ…”

ซ่งชิงหลันที่นอนอยู่บนเตียงมองขึ้นไปยังรูเล็กรูน้อยบนหลังคาด้วยสายตางุนงง ในใจเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย

นางเพิ่งดื่มแอลกอฮอล์ไปได้สองขวด ก่อนที่หัวจะไปโขกกับเสาไฟฟ้าแบบไม่รู้ตัวแล้วก็ข้ามเวลามา

แล้วยังทะลุมิติมาเป็นหญิงซึ่งกำลังคลอดลูกอีกเนี่ยนะ…

สิ่งที่น่าสังเวชกว่าคือ ในชีวิตที่แล้วนางไม่เคยแม้แต่ได้แตะต้องชายใด ทว่าในชีวิตนี้กลับก้าวกระโดดไปยังจุดหมายปลายทางเสียแล้ว

“ว่าอย่างไรนะ เป็นผู้หญิงเช่นนั้นหรือ?”

เจี่ยงชุ่ยเหลียน แม่สามีของซ่งชิงหลันปรี่เข้ามาด้านใน “เด็กผู้ชายมีไฝที่เปลือกตา น่าเกลียดน่าชังอย่างนี้ผู้ใดเห็นคงตกใจกลัวเป็นแน่ ส่วนคนนี้…เป็นเด็กผู้หญิงอีกแล้วหรือ! ตระกูลไป๋ของเราไปทำเวรทำกรรมใดไว้กัน ฟ้าดินจึงลงโทษเราเช่นนี้ ไยจึงมีแต่เด็กผู้หญิงไร้ประโยชน์เกิดมาในตระกูลถึงสองครั้งสองครา!”

ซ่งชิงหลันมองนางด้วยท่าทางรังเกียจพลางเอ่ยพึมพำ “ท่านแม่เองก็ให้กำเนิดบุตรสาวสี่คนเหมือนกันนี่เจ้าคะ”

เจี่ยงชุ่ยเหลียนกระทืบเท้า ก่อนจะเอ่ยเสียงดัง “เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาพูดเช่นนี้กับข้า ดูแล้วเจ้าคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกแล้วสินะ!”

สิ่งที่นางเกลียดที่สุดในชีวิตคือ การถูกผู้อื่นก่นด่าว่านางให้กำเนิดบุตรสาวที่ไร้ประโยชน์

เมื่อครั้งยังเป็นอิสตรีวัยแรกแย้ม นางให้กำเนิดบุตรสาวถึงสี่คนจนถูกบ้านฝั่งสามีเหยียดหยาม ด้วยเหตุนี้ นางจึงเฝ้าฝันอยากจะมีบุตรชาย

แล้วสวรรค์ก็เข้าข้างนาง ในค่ำคืนอันมืดมิดและเหน็บหนาว นางได้พบกับเด็กชายตัวอ้วนจ้ำม่ำผิวขาวใส ‘ไป๋เย่หาน’ ซึ่งก็คือสามีของซ่งชิงหลัน

ในตอนแรกนางรักไป๋เย่หานมาก ทุก ๆ วันนางก็คอยแต่เรียกหาเขา

ทว่าสองปีต่อมานางก็ได้ให้กำเนิดลูกชายแท้ ๆ ของตัวเอง ทำให้ไป๋เย่หานนั้นเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ในที่ห่างไกลเช่นนี้ ใครเล่าจะไม่ชอบมีลูกชายหลายคน นางเองก็ไม่ได้ทอดทิ้งไป๋เย่หานเสียทีเดียว

เป็นนางเสียด้วยซ้ำที่หาภรรยาให้เขา แต่หลังจากสะใภ้ใหม่เหยียบเข้าบ้านหลังนี้ได้ไม่กี่วัน ราชสำนักก็เปิดเกณฑ์ทหาร ไป๋เย่หานจึงอาสาไปรบ

เก้าเดือนมานี้ไม่มีแม้แต่จดหมายส่งกลับมา ทั้งญาติและเพื่อนบ้านต่างคิดว่าเขาตายจากไปแล้ว

ลูกชายบุญธรรมจากไปแล้ว ซ่งชิงหลันซึ่งเป็นเพียงลูกสะใภ้ที่ไม่ใช่ญาติทางสายเลือด ยิ่งทำให้นางไม่พอใจมากขึ้นไปอีก นี่ถ้าซ่งชิงหลันไม่ทำงานเพื่อครอบครัวก็คงถูกไล่ออกจากบ้านไปนานแล้ว

เมื่อได้ยินซ่งชิงหลันผู้ขี้ขลาด ทั้งยังไร้ความสามารถอ้าปากสะกิดจุดอ่อนของนาง เจี่ยงชุ่ยเหลียนก็หยิบไม้กวาดขึ้นมาตีซ่งชิงหลันทันที

“ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ อย่าคิดว่าเจ้าจะมีสิทธิ์มีเสียงขึ้นมาเพียงเพราะให้กำเนิดทายาทหรอกนะ เจ้ามันต่ำยิ่งกว่าสุนัขในบ้านหลังนี้เสียอีก!”

“เหอะ! ให้ตายสิ…”

แม้ว่าความเจ็บปวดตรงร่างกายส่วนล่างของซ่งชิงหลันจะรุนแรงไม่น้อย แต่ในชีวิตที่แล้วนางเคยเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัวมาอยู่บ้าง ซ่งชิงหลันคว้าไม้กวาดในมือของเจี่ยงชุ่ยเหลียนมา ก่อนจะผลักเจี่ยงชุ่ยเหลียนลงไปกองกับพื้น

จากนั้นนางก็เช็ดตัวพร้อมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วอุ้มเด็กน้อยทั้งสองเอาไว้ในอ้อมอก

นางเองก็เป็นมนุษย์ เมื่อเห็นว่าท่าไม่ดีย่อมต้องหนี

เจี่ยงชุ่ยเหลียนนั่งอยู่บนพื้น แหกปากร้องโอดโอยออกมา “โอ๊ย! โอ๊ย! นางผู้หญิงต่ำช้าคนนี้ตีข้า ชุนเฟิน ชุนหลัน ชุนฮวา ชุนเซียง รีบมาที่นี่เร็ว!”

“ท่านแม่ ท่านแม่เป็นอันใดไปเจ้าคะ!?”

สตรีสี่นางพลันวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก พวกนางคือลูกสาวของเจี่ยงชุ่ยเหลียน

“ซ่งชิงหลันน่ะสิ นางผู้หญิงต่ำช้านี่ทำร้ายข้า!”

ทันทีที่เจี่ยงชุ่ยเหลียนเอ่ย หญิงสาวทั้งสี่ก็ก่นด่าซ่งชิงหลันออกมาอย่างรุนแรง

“เจ้ากล้าดีอย่างไรมาตบแม่สามีตัวเอง นางลูกสะใภ้ชั่ว คอยดูเถิด ข้าจะดึงผมเจ้าให้หมดหัว!”

“ข้าจะตบเจ้าให้ฟันหลุด!”

“ข้าจะถลกหนังเจ้าออก!”

“ข้าจะหักแขนเจ้า!”

ขณะที่พวกนางกำลังจะเอื้อมมือไปถึงตัวซ่งชิงหลัน เสียงอันร้อนรนเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมาขัดกะทันหัน “ท่านพี่ขอรับ ท่านพี่!”

ซ่งชิงหลันดีใจที่ได้ยินเสียงนี้ แล้วนางก็รีบพูดขึ้นว่า “ชิงตง พี่อยู่กระท่อมที่ทิศตะวันตก!”

ถึงนางจะสามารถสู้รบปรบมือกับสตรีพวกนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว แต่นางเพิ่งคลอดลูกมา อย่าขยับเขยื้อนโดยพละการย่อมเป็นการดีกว่า

แม้ว่าบิดามารดาของซ่งชิงหลันจะจากไปเร็ว แต่นางยังมีน้องชายอีกสี่คนที่คอยปกป้องนางอยู่ น้องคนโตอายุสิบสี่ปี ส่วนน้องคนสุดท้องอายุแปดปี ทุกคนล้วนทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนาง

ชิงตงผู้นี้คือน้องชายคนโต เขามาที่นี่แล้ว ตระกูลไป๋ไม่อาจรังแกนางได้อีกต่อไป!

บทที่ 2 น้องชายทั้งสี่มาแล้ว (รีไรท์)

บทที่ 2 น้องชายทั้งสี่มาแล้ว (รีไรท์)

แต่ซ่งชิงหลันคิดไม่ถึงว่า ไม่ใช่แค่น้องคนโตของนางเท่านั้นที่มา กระทั่งน้องชายอีกสามคนของนางก็มาด้วย!

ลูกชายทั้งสี่คนของตระกูลซ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนฉลาด เพียงแค่เห็นภาพตรงหน้าก็รู้แล้วว่า ตระกูลไป๋กำลังรังแกพี่สาวของพวกเขาอีกแล้ว

ซ่งชิงตงชี้ไปยังหญิงสาวทั้งสี่ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “พวกผู้หญิงน่ารังเกียจ ออกไปให้พ้นจากท่านพี่ของข้าเสีย หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับท่านพี่ของข้าแม้แต่เพียงนิด ข้าจะจัดการพวกเจ้าแน่!”

ซ่งชิงหนานหยิบพลั่วขึ้นมาพลางกวาดสายตามอง “พี่รอง จะไปพูดไร้สาระกับคนพวกนี้อยู่ไย พวกนางรังแกพี่ใหญ่ของเราครั้งแล้วครั้งเล่า คิดว่าตระกูลซ่งของเราไม่มีผู้ใดแล้วหรือไร? วันนี้ข้าจะทำให้พวกนางเห็นว่าถึงบ้านเราจะจน แต่ก็มิยอมให้ผู้ใดมารังแกได้ง่าย ๆ!”

ซ่งชิงซีเงยหน้าขึ้นเอ่ยต่อ “ข้าจะเขียนป้ายผ้าใหญ่ ๆ แล้วเอาไปติดตามถนนตรอกซอกซอย เพื่อบอกให้ผู้คนในละแวกใกล้เคียงรับรู้ถึงการกระทำอันชั่วร้ายของตระกูลไป๋!”

ซ่งชิงเป่ย น้องชายคนสุดท้องหาได้เอ่ยคำใด แต่เขาพุ่งเข้าไปกัดแขนของเจี่ยงชุ่ยเหลียนแทน

“โอ๊ย!”

เจี่ยงชุ่ยเหลียนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะสบถก่นด่า “ไอ้เด็กนี่กล้ากัดข้าหรือ ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!”

ตระกูลไป๋นั้นเป็นพ่อค้าขายหมู ซึ่งในตรอกหย่งเหอนี้พวกเขานับว่าร่ำรวยอยู่ไม่น้อย

เจี่ยงชุ่ยเหลียนผู้ก่นด่าทุกอย่างบนโลกใบนี้

ยามนี้กลับมีเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมสองสามคนมาฉี่รดบนหัวนางอยู่เช่นนี้ แล้วจะให้นางทนได้อย่างไร?

สตรีวัยกลางคนจึงยกมือฟาดไปบนใบหน้าซ่งชิงเป่ยทันที

เมื่อเห็นว่าฝ่ามือนั้นกำลังจะกระทบใบหน้า ซ่งชิงหนานก็กระโดดขึ้นพร้อมพลั่วในมือ ก่อนจะถีบเจี่ยงชุ่ยเหลียนจนล้มลงไปกับพื้น

“โอ๊ย! โอย…เจ็บเป็นบ้า!”

“ท่านแม่!”

“ท่านแม่!”

เมื่อพวกไป๋ชุนเฟินเห็นว่าแม่ของตนถูกทำร้าย พวกนางแต่ละคนจึงเริ่มปรี่เข้าหาคนจากตระกูลซ่ง

ซ่งชิงตงและซ่งชิงซีรีบมาขวางให้ซ่งชิงหลันอยู่ด้านหลัง

ซ่งชิงเป่ยเริ่มใช้วิธีการเฉพาะตัวของเขาอีกครั้ง คือจับใครได้ก็กัดคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่แขนหรือขาก็ตาม

ส่วนซ่งชิงหนานซึ่งถือพลั่วอยู่ในมือย่อมได้เปรียบกว่า บุตรสาวทั้งสี่ของตระกูลไป๋เมื่อเงยหน้าขึ้นมองล้วนไม่กล้าที่จะก้าวเข้าไป

การประมือกันครั้งนี้ ตระกูลซ่งเป็นผู้ชนะ!

เจี่ยงชุ่ยเหลียนตบหน้าอกของนางด้วยความโกรธ “เหอะ! น่าอัปยศอดสูจริงแท้ ซ่งชิงหลันให้คนตระกูลซ่งมาทำร้ายทุบตีแม่สามีและพี่สาวสามีของตัวเอง ร้ายกาจปานอสรพิษ ตระกูลไป๋ของพวกเราไม่อาจทนกับสะใภ้อย่างนางได้ ข้าจะไปหานายท่านเพื่อให้ท่านเขียนหนังสือหย่าแทนลูกชายของข้า ส่วนนางก็พาลูกแฝดไร้ประโยชน์ทั้งสองของนางออกไปจากตระกูลไป๋เสีย!”

หากไม่เห็นแก่หน้าสามีและบุตรชายที่ไปขายหมูที่ตลาด นางคงเอามีดฆ่าหมูแทงเด็กพวกนี้ไปแล้ว!

แต่การที่พวกเขามาก่อเรื่องแบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องดี นางจะได้มีเหตุผลในการขับไล่ซ่งชิงหลันกับทายาทไร้ประโยชน์ออกไปจากบ้านนี้

“ไม่ต้องไปหาหรอก ข้าพามาแล้ว… แค่ก แค่ก แค่ก…”

ในขณะนั้นเอง สตรีเฒ่าใบหน้าซีดเซียวพร้อมกับบุรุษผู้หนึ่งท่าทีดูอ่อนโยนพลันเดินเข้ามา

“ท่านย่า ท่านไม่สบายอยู่มิใช่หรือเจ้าคะ เหตุใดจึงมาที่นี่?”

ตามความทรงจำในร่างนี้ของซ่งชิงหลันนั้น เสียงเรียก ‘ท่านย่า’ นี้มักถูกเอ่ยอย่างนุ่มนวลเป็นพิเศษเสมอ

ย่าซ่งปรี่เข้าไปหาหลานสาวพร้อมจับมือของนางเอาไว้ แล้วสตรีเฒ่าก็กล่าววาจาออกมา “ย่าได้ยินมาว่าหลานกำลังจะคลอด จึงพาน้อง ๆ ของหลานมาเยี่ยม แต่พอมาถึงหน้าประตูบ้านตระกูลไป๋ก็เห็นหมอตำแยวิ่งออกมาอย่างตื่นตระหนก จึงรู้ว่าหลานโดนรังแกอีกแล้ว ย่าเลยไปหาคุณชาย ไม่ว่าไป๋เย่หานจะอยู่หรือตาย แต่วันนี้พวกหลานต้องหย่ากัน ย่ามารับกลับบ้านแล้ว”

“ถึงเจ้าจะต้องกินแกลบกินดิน*[1] ย่าจะไม่ให้หลานมาพบกันอีก”

นางเสียใจจริง ๆ!

สามีของนาง รวมถึงลูกชายคนโตและภรรยาของเขาต่างก็จากไปก่อนเวลาอันควร นางหาสะใภ้ให้ลูกชายคนสุดท้องแล้วเลี้ยงดูหลานทั้งห้าคนเพียงลำพัง บ่อยครั้งที่ต้องอดมื้อกินมื้อ

นางคิดว่าหากหลานสาวได้แต่งเข้าตระกูลไป๋อาจต้องเหนื่อยไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็มีข้าวให้กินทุกมื้อ มีเสื้อผ้าอย่างดีให้สวมใส่

ผู้ใดจะไปคิดว่าตระกูลไป๋จะรังแก ทุบตี และด่าทอหลานสาวของนางถึงเพียงนี้

คราวนี้นางต้องพาหลานของนางออกมาแม้ว่าจะเสี่ยงชีวิตก็ตาม!

[1] กินแกลบกินดิน พรรณนาถึงความยากไร้และความยากลำบากของชีวิต

บทที่ 3 หย่าร้าง (รีไรท์)

บทที่ 3 หย่าร้าง (รีไรท์)

ในชีวิตที่แล้ว ซ่งชิงหลันเป็นเด็กกำพร้าซึ่งไม่เคยได้รับความรักจากครอบครัวของนางเลย

ในยามนี้นางจึงรู้สึกตื้นตันขึ้นมาโดยพลัน “ท่านย่าว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้นเจ้าค่ะ ท่านย่าดูสิเจ้าคะ ข้ามีเหลนแฝดให้ท่านย่าด้วย”

เมื่อพูดถึงเด็ก ๆ ท่านย่าซ่งจึงกวาดสายตามอง ก่อนจะรีบถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อปิดปากและจมูกด้วยแขนเสื้อ ด้วยเกรงว่าอาการป่วยของตนจะส่งต่อไปยังเหลนของนาง

“แค่ก แค่ก เหลนทั้งสองของข้าช่างน่ารักน่าชัง หลานของข้าคลอดลูกแฝด… คงเจ็บปวดไม่น้อย”

ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างขมขื่น ด้วยเพราะเจ้าของร่างนี้จากไปเพราะให้กำเนิดบุตร

ทว่าตอนนี้นางกลายเป็นซ่งชิงหลัน เด็กสองคนนี้เป็นลูกของนาง ท่านย่า รวมถึงท่านพี่น้องล้วนแล้วแต่เป็นญาติสนิทของนาง

นางจะทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีให้จงได้!

เจี่ยงชุ่ยเหลียนมองการแสดงความรักอันลึกซึ้งของยายหลานตรงหน้าแล้วพลันสบถขึ้นมา “สตรีร้ายกาจเช่นซ่งชิงหลันมีค่าพอให้ต้องทำเรื่องหย่าเชียวหรือ? คุณชายหวังช่วยเขียนหนังสือหย่าให้นางแทนบุตรชายข้าทีเถิด แล้วก็ปล่อยให้นางไปเสีย”

หวังต้าสี่นั้นเคยสอบผ่านระดับซิ่วไฉ*[1] มาก่อนย่อมมีความภาคภูมิใจในความเป็นบัณฑิต แต่สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดคือคนปากร้ายเช่นเจี่ยงชุ่ยเหลียน

“เจี่ยงชุ่ยเหลียน สะใภ้ใหญ่ของเจ้าไม่ได้ทำผิดทั้งเจ็ดข้อนี้*[2] ตระกูลไป๋ย่อมไม่อาจทอดทิ้งนางได้ สามารถทำได้เพียงหย่ากันตามกฎบ้านเมืองเท่านั้น”

“บุตรชายของเจ้าไม่มีข่าวคราวมานานหลายเดือน ดังนั้นท่านจึงสามารถลงนามในหนังสือหย่าแทนเขาได้ หากท่านไม่คัดค้าน ข้าจะเขียนหนังสือหย่าให้ทันที แต่หากไม่เห็นด้วยก็โปรดดูแลสะใภ้ใหญ่และหลานที่เพิ่งเกิดให้ดี”

แม้ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ในเมืองหลวง แต่ตรอกหย่งเหอนั้นก็ถือเป็นตรอกที่เล็กที่สุด ทั้งยังยากจนที่สุดในเมือง

เนื่องจากผู้คนในตรอกนี้ย้ายออกไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน หวังต้าสี่จึงได้ขึ้นเป็นคุณชายของตรอกหย่งเหอมานานกว่าสิบปี เขาย่อมรู้จักครอบครัวหลายร้อยครอบครัวในตรอกนี้เป็นอย่างดี

วันแล้ววันเล่าที่เจี่ยงชุ่ยเหลียนรังแกซ่งชิงหลัน ลูกสะใภ้ผู้กำพร้าบิดามารดาคนนี้ทุกวัน แม้ว่านัยน์ตาของเขาจะไม่มีความโกรธใด ๆ แต่ในใจนั้นไม่ใช่ แล้วอันที่จริงเขาก็จัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดีนัก

อีกทั้งตอนนี้ตระกูลซ่งต้องการหย่า เขาจึงเลือกที่จะอยู่ข้างตระกูลซ่ง

เจี่ยงชุ่ยเหลียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยอย่างไร้ความปรานี “หย่าก็หย่า!”

อย่างไรเสีย ลูกชายบุญธรรมของนางก็อาจไม่มีชีวิตอยู่แล้ว การที่ซ่งชิงหลันมีลูกแล้วถึงสองคนจะแต่งงานใหม่จึงไม่เหมาะสมนัก

ไม่ว่าจะเป็นการแยกจากหรือการหย่าร้าง ตระกูลไป๋ย่อมไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ แต่การให้นางเก็บทั้งสามแม่ลูกซึ่งไร้ประโยชน์ไว้นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้!

“ดี!”

หวังต้าสี่เขียนหนังสือหย่าทั้งหมดสามฉบับ ให้เจี่ยงชุ่ยเหลียนกับซ่งชิงหลันลงนามและให้คำมั่น จากนั้นจึงรอให้เขาไปยังศาลาว่าการเพื่อประทับตราให้มีผลบังคับใช้

“ขอบคุณ คุณชายหวัง!”

ซ่งชิงหลันรู้ดีว่าหากหวังต้าสี่ไม่มีท่าทีแข็งกร้าว คงเป็นการยากที่ยายแก่ตระกูลไป๋จะยอมประนีประนอมเช่นนี้

หวังต้าสี่หันมายิ้มให้นาง “แม่นางซ่งไม่ต้องเกรงใจ กลับบ้านไปพร้อมท่านย่าแล้วดูแลสุขภาพให้ดี วันนี้ข้าต้องขอตัวลาก่อน”

“เข้าใจแล้ว กลับดี ๆ นะเจ้าคะ”

หลังจากที่หวังต้าสี่จากไป ซ่งชิงตงจึงเอ่ยพร้อมดวงตาที่แดงก่ำ “ท่านพี่ขอรับ นี่เยี่ยมไปเลย ในที่สุดก็หลุดพ้นจากถ้ำหมาป่าแล้ว พวกเรากลับบ้านกันเถิด!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ความโกรธที่กักเก็บไว้ของเจี่ยงชุ่ยเหลียนพลันปะทุขึ้นอีกครั้ง “ไอ้เด็กเวรนี่ ถ้ำหมาป่าอย่างนั้นหรือ?”

ซ่งชิงหนานจ้องพร้อมยกพลั่วขึ้น “ข้าบอกว่าพวกเจ้าเป็นเป็นฝูงหมาป่า แล้วอย่างไรเล่า? อยากโดนหรือ?”

แม้ชีวิตของเขาจะไม่ได้สูงส่งนัก แต่หากผู้ใดกล้ามาระรานครอบครัวของพวกเขา พวกเขาจะจัดการให้สิ้น

ท่านย่าซ่งรีบหยุดหลานทันที “ชิงหนานอย่าลดตัวไปให้ค่าคนพวกนั้น สิ่งสำคัญตอนนี้คือการพักฟื้นของพี่ใหญ่เจ้า รีบกลับบ้านกันเถิด”

“หึ!” ซ่งชิงหนานทิ้งพลั่วลงกับพื้นเสียงดัง ก่อนจะหันมาเอ่ยกับซ่งชิงหลันอย่างอ่อนโยน “ท่านพี่ขอรับ เราเอารถเข็นมาด้วย ท่านพี่นั่งไปบนนี้เถิด”

[1] ซิ่วไฉ เป็นการสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่น โดยมีการจัดสอบทุกปี ปีละครั้ง
[2] ชีชู หรือ ประการเจ็ดข้อ ที่บุรุษในสมัยก่อนใช้หย่าสตรี ประกอบด้วย อกตัญญู ไร้ทายาท มีชู้ ริษยา เป็นโรคร้าย ปากมาก และลักขโมย ดังนั้นสามีจะหย่าได้ หากภรรยามีความผิดประการหนึ่งในทั้งเจ็ดประการนี้

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...