โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เข้าใจการรับรู้แบรนด์ให้ละเอียดยิ่งขึ้นด้วย Brand Awareness Pyramid | บี สโรจ เลาหศิริ - Exclusive Writer

Ad Addict

อัพเดต 31 ส.ค. 2566 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2566 เวลา 04.55 น. • บี สโรจ เลาหศิริ

ยอดวิวหลายล้าน แต่คนจำแบรนด์ไม่ได้ ?

เข้าใจการรับรู้แบรนด์ให้ละเอียดยิ่งขึ้นด้วย Brand Awareness Pyramid

ทำไมวีดีโอไวรัลยอดวิวหลายล้านบางตัว ถึงไม่สามารถนำไปสู่ยอดขายได้ ? หรือ เรายิง Ad โฆษณา มียอด Reach ทะลุเป้า แต่เอาเข้าจริงพอเดินไปถามคนทั่วไปกลับไม่รู้จัก

ในทฤษฎีการตลาดพื้นฐาน เรารู้จัก Sale Funnel หรือกรวยแห่งการขายกันดี อันประกอบด้วย Awareness > Consideration > Conversion หมายความว่าขั้นแรกสุดที่จะเปลี่ยนคนแปลกหน้าให้ค่อย ๆ กลายมาเป็นลูกค้า เราต้องทำให้เกิด Awareness หรือสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วค่อย ๆ กรองในแต่ละขั้นจนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ

กับดักหนึ่งที่นักการตลาดหลายคนเข้าใจผิด และทำให้ตกม้าตายตั้งแต่ขั้นตอนแรก อันส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่ไปสู่ขั้นอื่น ๆ ของ Sale Funnel ด้วย นั่นก็คือการแยกไม่ออกว่าตอนนี้แบรนด์มี Awareness แล้วหรือยัง หรือถ้ามีแล้ว มีในระดับไหน

ต้องบอกว่ายอดวิวหรือยอดการมองเห็น

อาจไม่เท่ากับ Awareness เสมอไป

หนังโฆษณาสนุกมาก ซึ้งน้ำตาแตก หัวเราะร่วน หรือใช้ดาราดังขึ้นป้ายบิลบอร์ดทั่วเมือง แต่สุดท้ายคนกลับจำอะไรไม่ได้เลย ถามชื่อแบรนด์ตอบไม่ได้ แบบนี้ไม่เรียก Awareness

วันนี้ผมขอพาไปรู้จักกับ Brand Awareness Pyramid หรือการรับรู้แบรนด์ 4 ระดับ ที่จะทำให้คุณสามารถเข้าใจสเตจของแบรนด์ในมุมมองผู้บริโภคได้ละเอียดขึ้น เพื่อที่จะสามารถนำไปออกแบบการสื่อสารที่ตอบโจทย์ต่อไปได้ครับ

Brand Awareness Pyramid

Brand Awareness Pyramid เป็นเฟรมเวิร์กรูปสามเหลี่ยมพีระมิดตามชื่อ

โดยฐานล่างสุดที่มีพื้นที่ใหญ่สุด จะเป็นส่วนที่ทุกแบรนด์ที่เข้ามาใหม่ในตลาดต้องเริ่มทำก่อนเป็นอันดับแรก เราเรียกส่วนนี้ว่าเป็นการรับรู้แบรนด์ระดับที่ 1 และค่อย ๆ ทำต่อเนื่องไล่ขึ้นไปที่ด้านบนยอดแหลม ซึ่งพื้นที่จะน้อยลงเรื่อย ๆ หมายความว่าเป็นจุดที่ทุกคนหมายปองและน้อยแบรนด์จะไปถึง เรามาดูรายละเอียดแต่ละส่วนกันครับ

การรับรู้แบรนด์ระดับที่ 1

: ไม่รู้จัก หรือว่ารู้แต่เข้าใจผิด (UnAware)

นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ ลูกค้ายังแทบไม่รู้เลยว่ามีแบรนด์ของคุณอยู่บนโลก ระหว่างคุณกับลูกค้าจึงเป็นเหมือนคนแปลกหน้าที่ทำความรู้จักกันครั้งแรก

จุดนี้อย่าเพิ่งคิดถึงการทำให้เค้าเลือก แต่ต้องโฟกัสที่การทำให้หันมาสนใจฟังและมารู้จักกันเสียก่อน

กับดักหนึ่งที่ต้องระวังคือ เราอยู่ในยุคที่ Content Overload ทำให้วันหนึ่งคนเห็นสื่อและแบรนด์จำนวนมากจนอาจจำอะไรไม่ได้เลย ดังนั้นต้องระวังให้ดีว่า การที่คนเห็นสื่อของเราเพียงครั้งเดียว หรือยอดวิวจำนวนมากอย่างเดียวไม่อาจการันตีได้ว่านั่นคือ Awareness เพราะคนอาจจะจำไม่ได้หรือจำได้แต่เข้าใจผิดด้วยซ้ำ

ตัวอย่างเช่น ในสมัยก่อนผมเคยดูสินค้าประเภท Males Grooming ที่ใช้พี่เคน ธีรเดช แต่พอไปถามลูกค้า ลูกค้ากลับจำว่า เคน ธีรเดช กลายเป็น พรีเซนเตอร์ให้คู่แข่งซะงั้น

การรับรู้แบรนด์ระดับที่ 2

: ต้องเห็นถึงนึกได้ (Aided Awareness)

ตอนนี้ลูกค้าพอเริ่มได้ยินชื่อแบรนด์บ้างแล้ว จำได้ก็ต่อเมื่อเอารูปให้ดูหรือมีการพูดถึง แต่จะไม่ถึงขั้นสามารถตอบเป็นชื่อแบรนด์ออกมาได้เลยเมื่อให้นึกเอง พูดง่าย ๆ ว่าเป็นคนรู้จักแต่ยังไม่สนิทถึงขั้นนึกถึงตลอด

ขั้นตอนนี้แบรนด์ต้องเน้นสร้างความต่อเนื่อง มาให้เห็นบ่อยขึ้น ย้ำพูดจุดขาย พร้อมกับทำให้อัตลักษณ์ของแบรนด์เป็นที่จำได้ง่าย

การรับรู้แบรนด์ระดับที่ 3

: นึกได้เอง แต่ตอบหลายแบรนด์ (Awareness)

เมื่อทำการสื่อสารถึงจุดหนึ่ง แบรนด์จะเริ่มเข้าไปอยู่ในใจคน จนสามารถทำให้นึกถึงได้แม้เพียงแค่เห็นโลโก้หรือสีก็รู้ว่าเป็นแบรนด์อะไร หรือแม้กระทั่งตอบได้ว่าแบรนด์นั้น ๆ มีจุดโดดเด่นเรื่องอะไร

อย่าลืมว่า Awareness ยังไม่ใช่จุดสูงสุด เพราะขั้นนี้คือถามแล้วลูกค้าตอบได้ แต่ก็ยังตอบแบบหลายแบรนด์ หรือว่ายังไม่ได้ตอบชื่อแบรนด์เราเป็นชื่อแรก

ตัวอย่างเช่น ถามถึงรถยุโรป ลูกค้าตอบว่า BMW Volvo Benz

การรับรู้แบรนด์ระดับที่ 4

: ตอบเป็นชื่อแรกเมื่อถามถึง (Top of mind)

นี่คือจุดสูงสุดที่ทุกแบรนด์อยากไปให้ถึง คือเมื่อถามลูกค้าออกไปว่านึกถึงสินค้าประเภทนี้จะนึกถึงแบรนด์อะไร แล้วลูกค้าตอบชื่อเราเป็นชื่อแรก หรืออาจจะเป็นชื่อเดียวเลยด้วยซ้ำ

จุดนี้จะทำให้เมื่อวันหนึ่งมีเหตุให้ซื้อ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะหยิบแบรนด์ของเราแบบอัตโนมัติเมื่อไปถึง ณ จุดขาย แม้ว่าจะมีแบรนด์คู่แข่งมาทำโปรโมชั่นแข่งก็ไม่สนใจ

เมื่อรู้แล้วว่า Brand Awareness มีถึง 4 ระดับ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้เมื่อแบรนด์จะทำการสื่อสารก็ไม่ควรตั้งโจทย์กว้าง ๆ ว่าแค่จะสร้าง Awareness เพราะเราควรจะเจาะลึกลงไปว่าสร้างการรับรู้ในระดับไหน เนื่องจากการสื่อสารในแต่ละระดับก็มีกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนกัน

แปลว่าอันดับแรกเราต้องเข้าใจก่อนว่าตอนนี้แบรนด์ของเราอยู่ในการรับรู้ขั้นไหนในใจผู้บริโภค ซึ่งสามารถรู้ได้โดยการทำแบบสำรวจหรือสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อเก็บข้อมูล แล้วจึงนำมาตั้งโจทย์การสื่อสารที่ละเอียดยิ่งขึ้นต่อไป

ที่สำคัญอย่าติดกับดักการวัดผล

แค่ลูกค้าเห็นโฆษณาเพียงครั้งเดียว
อาจจะยังไม่นับเป็น Awareness เสมอไปนะครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...