โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยลโฉม "รถไฟไทยทำ" หรูหราทันสมัย ใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่า 40%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2566 เวลา 14.05 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2566 เวลา 09.14 น.

สจล. เผยโฉม “รถไฟไทยทำ” หรูหรา-ทันสมัยสุดในอาเซียน โชว์ใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศกว่า 40% ตามนโยบาย Thai First เตรียมส่งมอบให้ ร.ฟ.ท.ใช้งานเดือน ก.ย.นี้

วันที่ 28 กรกฎาคม 2566 รายงานข่าวจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า ได้พัฒนารถไฟโดยสารต้นแบบ (รถไฟไทยทำ) ในชื่อรถไฟ “สุดขอบฟ้า (Beyond Horizon)” ที่ออกแบบและผลิตโดยคนไทย ใช้วัสดุ และอุตสาหกรรมภายในประเทศในการประกอบตู้รถไฟชนิด Luxury Class และ Super-Luxury ที่หรูหราและทันสมัยที่สุดในภูมิภาค

โดยการสนับสนุนทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) รองรับการให้บริการรถไฟระยะกลางในแนวเส้นทางรถไฟรางคู่ระยะ 200-500 กิโลเมตร และรถไฟท่องเที่ยวในแนวเส้นทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับสายการบินชั้นประหยัดและรถยนต์ส่วนบุคคล

โครงการวิจัยและพัฒนารถไฟโดยสารต้นแบบ (รถไฟไทยทำ) เป็นฝีมือของนักวิจัยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับกิจการร่วมค้า ไซโนเจน-ปิ่นเพชร จำกัด และ ร.ฟ.ท. ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพข. เพื่อพัฒนาตู้รถไฟโดยสารต้นแบบที่เน้นการวิจัยพัฒนาและรวบรวมเทคโนโลยีพื้นฐานที่มีอยู่ภายในประเทศเป็นหลัก รองรับนโยบาย Thai First ของกระทรวงคมนาคม และนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ใช้ผลิตภัณฑ์สินค้าที่ผลิตในประเทศ

โดยเฉพาะกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางที่ต้องการให้มีตัวรถไฟที่จะมีการซื้อ-ขาย ในอนาคต ต้องมีส่วนประกอบ หรือชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Local Content) ไม่น้อยกว่า 40%

และคาดว่าในอีก 20 ปี จะมีความต้องการตู้รถไฟโดยสารไม่น้อยกว่า 2,425 ตู้ จากการเพิ่มขึ้นของทางรถไฟที่ภาครัฐได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน คิดเป็นมูลค่ารถไฟต่อตู้ เฉลี่ยตู้ละ 50 ล้านบาท รวมมูลค่าสำหรับตลาดการผลิตตู้รถไฟโดยสารไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท

สำหรับตัวรถไฟ (Rolling Stock) เป็นแก่นของเทคโนโลยีที่มีความสำคัญในห่วงโซ่คุณค่า (value chain) ของระบบราง จากการนำเข้าสินค้าประเภทตัวรถไฟ และส่วนประกอบตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2561 มีมูลค่าสูงถึง 80% เมื่อเทียบกับมูลค่ารวมของสินค้าทุกประเภทในระบบราง จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเร่งกระบวนการสร้างผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ที่มีความพร้อมด้านการวิจัยและพัฒนา และการต่อยอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมขนส่งทางรางของไทย

โดย รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า โครงการนี้มุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาและรวบรวมเทคโนโลยีพื้นฐานที่มีอยู่ภายในประเทศเป็นหลัก ร่วมกับการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตชิ้นส่วนที่อาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้าต้องดำเนินการโดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศได้ไม่น้อยกว่า 40% ตามนโยบาย Thai First

“เราสร้างรถไฟโดยสารต้นแบบ พร้อมอุปกรณ์ที่มี local content คิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของมูลค่าสินค้า กรณีรวมแคร่รถไฟ และหากคิดเฉพาะตู้รถโดยสารพร้อมอุปกรณ์ประกอบ ไม่รวมแคร่รถไฟจะมี local content สูงกว่า 70% เราออกแบบตัวรถเอง โดยได้แรงบันดาลใจจากที่นั่งในเครื่องบินชั้นธุรกิจ และชั้นเฟิรสต์คลาสในรถไฟความเร็วสูง”

ที่นั่งมี 25 ที่ ประกอบด้วยชั้น Super Luxury 8 ที่ และชั้น Luxury 17 ที่ ทุกที่นั่งมีจอภาพส่วนตัวสำหรับให้บริการด้านความบันเทิง และสั่งอาหาร จะมีพนักงานเสิร์ฟหุ่นยนต์นำอาหารมาส่งถึงที่นั่ง และมีระบบห้องน้ำสุญญากาศและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งทางขึ้นรถไฟ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานของผู้พิการ ส่วนราคาค่าโดยสาร คาดว่าจะใกล้เคียงกับตั๋วแบบนอนของ ร.ฟ.ท.

“เราได้รับทุนสนับสนุนจาก บพข. และบริษัทกิจการร่วมค้า ไซโนเจน-ปิ่นเพชร จำกัด ได้ผลงานคุ้มค่ากว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ เรายังพัฒนาตัวรถให้มีน้ำหนักเบาลง ด้วยระบบ Space Frame Modular Concept และแคร่รถไฟที่ทำความเร็วได้ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีการจดทรัพย์สินทางปัญญา กว่า 7 ผลงาน และมีผู้ประกอบการที่สามารถผลิตและประกอบชิ้นส่วนในประเทศกว่า 10 บริษัทเข้าร่วม จึงช่วยสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมการผลิตรถขนส่งทางรางและสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมระบบรางตลอดห่วงโซ่การผลิต”

ด้าน รศ.ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มระบบคมนาคมแห่งอนาคต บพข. กล่าวถึงบทบาทของ บพข.ว่า “โครงการนี้ บพข.ได้ให้ทุนสนับสนุนโดยที่มีภาคเอกชนร่วมลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาด้วย เป็นการยืนยันว่าภาคเอกชนต้องการทำโครงการนี้อย่างจริงจัง เพราะเป็นโครงการที่มีศักยภาพสูงและคาดหวังให้ประสบความสำเร็จ เพราะคนไทยรอให้ประเทศมีรถไฟที่ทันสมัยแบบนี้มานาน

“ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากมักกลัวการทำ R&D เพราะต้องใช้เงินลงทุนและมีความเสี่ยง บพข.จึงต้องเข้ามาช่วยสนับสนุน โดยร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งนักวิจัย อาจารย์มหาวิทยาลัย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะ R&D สำคัญต่อการสร้างองค์ความรู้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ และประเทศ”

ขณะที่นายเมธัส เลิศเศรษฐการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กิจการร่วมค้า ไซโนเจน-ปิ่นเพชร จำกัด กล่าวว่า เชื่อว่าไม่ใช่แค่ไซโนเจน-ปิ่นเพชรที่ทำได้ ในประเทศมีอีกหลายบริษัท ทั้งที่มีขนาดใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าไซโนเจน-ปิ่นเพชร แต่มีศักยภาพ จุดเริ่มต้นที่ทำให้ร่วมโครงการ คือการที่รัฐบาลได้ลงทุนกับระบบรางกว่าแสนล้านบาท ทำให้มีความต้องการรถไฟเพิ่มขึ้น แต่ต้องซื้อตัวรถเข้ามาจากต่างประเทศ เนื่องจากยังไม่สามารถผลิตเองได้ จึงรู้สึกว่าจะเสียโอกาส หากไม่ทำอะไรเลย จึงร่วมมือกันทำโครงการนี้ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจาก ร.ฟ.ท.

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ร.ฟ.ท.เข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการวิจัยนี้ตั้งแต่ต้น และขณะนี้อยู่ในขั้นของการทดสอบบนทางรถไฟจริง สำหรับให้บริการ หากผ่านก็จะนำไปใช้จริงได้ ในส่วนของแผนการเดินรถในอนาคตอาจต้องทำแผนการจัดจำนวนที่นั่ง และการจัดรูปแบบก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ถือเป็นโครงการต้นแบบซึ่ง ร.ฟ.ท. และทีมวิจัย คาดหวังที่จะลองหลาย ๆ รูปแบบเพื่อให้รู้ว่าวิธีไหนที่จะเหมาะสมกับผู้โดยสาร

เช่น ผู้โดยสารระยะกลาง หรือผู้โดยสารระยะไกล โดยนำไปลองกับผู้โดยสารระยะกลางก่อน สังเกตว่ารถที่ออกแบบมาจะเป็นกึ่งรถนอน มีที่นั่งสบาย ๆ สอดคล้องกับรางคู่ระยะกลางที่มีระยะทางประมาณ 500 กม.

“เราต้องการทำรถไฟแข่งขันกับสายการบิน รวมถึงผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวได้ เพื่อดึงผู้โดยสารกลุ่มนี้ ที่อาจไม่เคยใช้บริการรถไฟมาก่อน ให้หันมาใช้บริการรถไฟ เพื่อสร้างรายได้ให้ ร.ฟ.ท. เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นก็นำไปพัฒนารถไฟชั้น 3 หรือตู้โดยสารแบบอื่น ๆ มาให้บริการประชาชนได้มากขึ้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...