มองข้าด้วยหัวใจ
ข้อมูลเบื้องต้น
ใช้ชีวิตที่ได้มาให้ดี ข้าฝากน้องชายคนเดียวของข้าด้วย เสียงแผ่วที่ดังเข้ามา อย่ารู้สึกผิดเพราะข้าหมดอายุขัยแล้ว
เรื่องราวการใช้ชีวิตของกิ่งหลิว ที่ได้มาอยู่ในร่างขององค์หญิงอ้ายหลิวหลันฮวา
ที่ทั้งถูกให้หนังสือหย่า และต้องดิ้นรนและผจญภัยในป่าเพื่อหา สมุนไพรแก้พิษให้ตัวเองและน้องชาย ต้องดูแลร่างกายที่ผอมแห้งแรงน้อยให้กลับแข็งแรง แล้วต้องหาเงินเพื่อจะใช้ซื้อสมุนไพรอีก
เริ่ม 01/09/2565
ในสายลมของพะพาย
ขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ทำให้
นิยายเรื่อง มองข้าด้วยหัวใจ
ได้เป็นนิยายแนะนำประจำสัปดาห์และได้ขึ้นเป็นนิยายโปรโมท
ขอบคุณบริษัทเด็กดีและทีมงานที่ทำภาพสวยๆคำนำและคำโปรยที่ดีให้
สุดท้ายขอบคุณพี่หญิงและพี่น้ำผึ้งที่เป็นตัวแทนของบริษัทมากค่ะ
หนังสือหย่า
มองข้าด้วยหัวใจ
ตอนที่ 1 หนังสือหย่า
“นี่เป็นหนังสือหย่า” กิ่งหลิวที่ยังงงๆอยู่ว่าตัวตายแล้ว แต่ทำไมถึงมานั่งอยู่ที่นี่ได้ “ถึงจะมีแฟน และแฟนจะถีบหัวทิ้ง แต่ก็ยังไม่เคยได้แต่งงานหรือจดทะเบียนสมรถกัน จะหย่าได้ยังไง แล้วเด็กกำพร้าอย่างฉัน ดันมีน้องชายมานั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ อีกคน”
“พี่หญิงอย่าทิ้งข้าไว้คนเดียวนะ ข้ามีแต่พี่หญิงคนเดียวแล้วนะ ฮื่อ ๆฮื่อๆ”
“นี่มันเกิดอะไรกับ ฉานกัน ”
ทั้งเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ดูรุ่มร่ามเหมือน
ตัวละครในซี่รี่จีนที่เคยดู เวลาไปช่วยงานที่ร้านข้าวแกง
“นี่เป็นหนังสือหย่า ข้าให้เวลาเจ้าสามวันลงนามให้เรียบร้อย” นี่คือคำพูดแรกที่สามีอ๋องพูดกับร่างนี้ ที่พึ่งฟื้นขึ้นมาหลังจากที่ไม่สบาย ตั้งแต่ออกจากวังหลวงมา
…………………………………
สามวันผ่านไป
กิ่งหลิวเริ่มฟื้นจากอาการพิษกำเริบ ที่ทำให้เจ้าของร่างนี้ตายจากไปแล้ว
ตอนนี้กำลังนั่งมองสามี ที่แต่งยังไม่ถึงเจ็ดวัน อย่างเต็มตาเป็นครั้งแรกแล้วคิดในใจ ช่างสูง ยาว เข่าดีหรือเปล่าไม่แน่ใจ ‘นี่มันพระเอกซีรี่จีนชัดๆ หน้าคล้ายพระเอกเรื่องเพียงรักแรกพบ เพียงแต่รูปร่างดูกำยำกว่า’
‘อือ คนหน้าตาดี มีฐานะ แถมยังเป็นเชื้อพระวงศ์อีก อย่างนี้จะรับเจ้าหญิงอัปลักษณ์เช่นร่างนี้เป็นอนุได้อย่างไร คงจะเสียหน้าน่าดู ’
“ถ้าอยากให้ ฉ..ข้าเซ็นไวไว ก็จ่ายค่าน้ำหมึกมา ถ้าพอใจเซ็นเดี๋ยวนี้เลย”กิ่งหลิวตัดใจพูดออกไป เมื่อความทรงจำของเจ้าของร่างนี้ ไหลบ่าเข้ามาในหัวจนแทบอาเจียนเพราะเวียนหัวไปหมด
“อยากได้เท่าไหร่ละ” น้ำเสียงนิ่งๆพร้อมกับใบหน้าเรียบเฉยของอ๋องโจวเซียวหลงถามขึ้น
“ท่านอ๋องให้ข้าได้เท่าไหร่ละ” กิ่งหลิวพูดออกไปอย่างสับสน
“ข้าขอไปคิดดูก่อนแล้วกัน” อ๋องโจวเซียวหลงเดินกลับไปโดยไม่หันมามองหน้ากิ่งหลิวเลย
“โอ๊ยๆ อยากให้เป็นความฝัน” ถึงแม้จะรู้ว่าตัวเองตายแล้วแน่นอน ทำไมนะหรือ ก็กิ่งหลิวยืนมองตัวเองที่หักไปทั้งตัว เลือดไหลออกมากองบนถนนมากมาย และร่างติดอยู่ในรถที่เหยียบเบรกไม่ได้ เพราะสายเบรกโดนตัด
“ใครตัดนะหรือ” กิ่งหลิวหัวเราะทั้งน้ำตา “ก็แฟนที่คบมาห้าปี คนที่ตัวเองคิดว่ารักมากไง”
“ก็ยอมถอยออกมาแล้ว ยังจะมากันฆ่าอีก หรือเพราะก่อนหน้านี้ เราฝืนเอาไว้ซินะ ก็ยอมถอยให้แฟนใหม่ของพี่แดนทัพ ตั้งแต่เธอคนนั้นเอาเงินมาฟาดหัวแล้ว บอกให้ไปอยู่ไกลๆ พี่แดนทัพ เราก็ยอม เพื่อให้ พี่ได้มีความสุข ได้อยู่กับแฟนใหม่ที่ร่ำรวย เพราะยังไงพี่แดนทัพก็เทเราทิ้งอยู่แล้ว”
“พี่หญิง อย่าทิ้งข้าไปคนเดียวนะ ข้าไม่มีใครแล้ว มีแต่พี่หญิงคนเดียว” องค์ชายเก้ากอดกิ่งหลิ่วไว้แน่น “ข้าอุตส่าห์หนีออกจากวังมาพร้อมกับพี่หญิง”
“เจ้าไม่อยากเป็นองค์ชายที่อยู่สุขสบายหรือ” กิ่งหลิ่วลองถามออกไป
“ไม่ๆ ไม่ ข้าต้องการอยู่กับพี่หญิงเท่านั้น จำไม่ได้หรือว่าท่านแม่สั่งให้เราสองคนออกไปจากวังหลวงให้ได้”
“แล้วตอนนี้เราสองคน ก็ได้ออกจากวังหลวงมาแล้ว ข้าไม่สนอะไรทั้งนั้น สนแค่ ให้ข้าได้อยู่กับพี่หญิงก็พอแล้ว หากเราสองคน หายาแก้พิษไม่ได้ ข้าก็จะไปพร้อมกับพี่หญิง” องค์ชายพูดพร้อมนัยน์ตาที่เด็ดเดี่ยว
“ เมื่อสามวันก่อน ตอนที่พี่หญิงนอนหลับนิ่งไป ไม่หายใจไปชั่วขณะ ข้าตกใจมากคิดว่าพี่หญิงจะทิ้งข้าไปแล้ว” องค์ชายเก้าน้ำตาไหลพราก
กิ่งหลิวมองน้องชายหมาดๆ แล้วนึกไปถึงองค์หญิงอ้ายหลิวหลันฮวาที่นำพามาที่นี่
“พี่หญิง ๆ เป็นอะไรไปอีกหรือเปล่า ข้าเรียกตั้งหลายครั้งแล้ว ไม่สบายอีกแล้วหรือ ”องค์ชายเก้าเอื้อมมือจับไปที่หน้าผากของกิ่งหลิ่วที่นั่งน้ำตาไหลซึมอยู่
“ไม่มีอะไรหรอก พี่หญิงพึ่งฟื้นไข้เลยทำให้มึนงงไปหน่อย”กิ่งหลิวยกแขนเสื้อที่รุ่มร่ามขึ้นเช็ดน้ำตา
“แล้วพี่หญิงจะทำอย่างไรกับหนังสือหย่านี่ละขอรับ”
“พี่ก็ต้องหย่าให้ท่านอ๋องอยู่แล้ว เราไม่ได้รู้จักกัน เขาคงทำตามความประสงค์ของเสด็จพ่อ ที่อยากให้เราสองคนออกจากวังมา แล้วอีกอย่างพี่เจ้าอัปลักษณ์ขนาดนี้ ใครจะทำใจรับได้ เขาแค่ช่วยให้เราสองคนออกจากวังเท่านั้น เจ้ารู้ไหมว่าเขาใช้อะไรแลกเปลี่ยนในการแต่งอนุครั้งนี้ของข้า”
กิ่งหลิวยิ้มมุมปากเมื่อเห็นความทรงจำ ขององค์หญิงอ้ายหลิวหลัน
ฮวา
“เขาขอ แลกกับการปล่อยตัวคนรับใช้ทั้งสองของเขา กับการแต่งงานครั้งนี้ ที่เขารีบให้หนังสือหย่า ก็คงกลัวว่า จะมีคนรู้ว่าเขามีอนุที่อัปลักษณ์เช่นข้า จึงรีบให้หนังสือหย่าก่อนที่จะถึงเกาะที่เขาอยู่”
“พี่หญิงโกรธท่านอ๋องไหม”
“ไม่หรอก จะไปโกรธเขาได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ ข้ายังจำหน้าเขาไม่ได้ด้วยซ้ำไป ใครๆ ก็อยากได้ของสวยๆงามๆ กันทั้งนั้น แต่เจ้าดูพี่หญิงของเจ้าซิ ทั้งผอมแห้งแรงน้อย แล้วยังหน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนี้ ข้าได้ยินว่าบ่าวรับใช้ ที่เขาใช้ข้าแลกออกมานั่นสวยมากทีเดียวละ คงมีแต่เจ้าเท่านั้น ที่ไม่รังเกียจพี่เช่นข้า”
“ข้ามีพี่สาวแค่คนเดียว ไม่ว่าพี่หญิงจะเป็นแบบไหน ข้าก็ไม่รังเกียจหรอก”
“จ้า พ่อน้องชายสุดที่รัก” กิ่งหลิวเริ่มทำใจยอมรับสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ “แล้วตอนนี้เราพักอยู่ที่ใดหรือ”
“อือ พี่หญิงป่วยหนักไปสามวัน จึงไม่รู้ว่า ตอนนี้เราพักอยู่ที่ชายป่า
ฉีซาน ที่อยู่ในแคว้นของเราเอง เราต้องเดินทางอีกหลายเดือนกว่าจะถึงเกาะที่ท่านอ๋องอาศัยอยู่นะ”
“พี่หญิงรู้สึกดีขึ้นแล้วหรือ”
“อือ ดีขึ้นมานิดหนึ่ง เราไปเดินดูรอบๆ ป่าไหมเพื่อจะเจออะไรบ้าง”
กิ่งหลิวคิดในใจต่อ ‘จริงๆอยากยืนยันว่าอ้ายหลิว เคยพาเรามาที่ใช่ไหม ’
“ไปซิ พี่หญิงไปไหน ข้าก็ไปด้วยอยู่แล้ว” องค์ชายเก้าลงจากรถม้าแล้วรอรับกิ่งหลิว ที่เดินหน้าซีดเซียวลงมา
“พี่หญิงเดินไปไหวแน่เหรอ ”
“อือ ไปเดินสูดอากาศกันเถอะ” กิ่งหลิวเดินเข้าไปในป่าฉีซาน
…………
“พี่หญิง พวกเราเดิน เข้ามาลึกมากแล้วนะ ”
“อือ พี่รู้” กิ่งหลิวมองไปรอบๆ “แล้วท่านอ๋องจะพักที่นี่ กี่วันหรือ”
“พี่หญิงจำชื่อท่านอ๋อง ไม่ได้
ใช่ไหม”
“อือ อย่าว่าแต่ชื่อ ขนาดหน้าตอนแรกยังจำไม่ได้เลย” กิ่งหลิวยืนหอบแฮ่กๆ
“ท่านอ๋องนะ แซ่จ้าว ชื่อโจวเซียวหลง ข้าแอบได้ยินมาว่าคงพักที่นี่สักเจ็ดวัน และได้ยินว่าพวกเขาแวะหาสมุนไพรกันนะ แต่ในทุกๆวันพวกเขาเข้าไปหาในป่าชั้นในกันตั้งแต่ ยามเหม่าขอรับ (05.00-06.59) ไม่รู้ว่าพวกเขาจะพักในป่าชั้นในเลยหรือเปล่า เพราะบางวันก็กลับ บางวันก็ไม่กลับออกมา”
“แต่พี่หญิงเราสองคนเข้าไปคงไม่ได้นะ พวกเราไม่มีวรยุทธ์กันเลยนะขอรับ ถ้าเจอสัตว์ป่าที่ดุร้ายจะทำอย่างไรดีละ”
กิ่งหลิวได้ความทรงจำเรื่องสมุนไพรของอ้ายหลิวและรู้ว่าร่างนี้โดนพิษหลายชนิด“วันนี้เราเตรียมตัวกันก่อน พรุ่งนี้ค่อยเข้าไปหาสมุนไพรกัน เผื่อจะเจอสมุนไพรที่ใช้แก้พิษของเราทั้งสองคน ข้าก็ยังไม่รู้ว่ามันเป็นสมุนไพรอะไรบ้าง มีราคาแพงและหายากหรือเปล่า”
“พี่หญิงรู้หรือว่าเราโดนฮองเฮาลี่ฟางหลินวางยาพิษอะไร”
“พี่หญิงก็ยังไม่แน่ใจ หากพิษกำเริบอีกสักครั้งก็จะคงรู้ หรือไม่ก็ไปหาหมอเก่งๆ ให้ตรวจอาการให้ แต่ตอนนี้ ไม่ว่าเราเจอ สมุนไพรอะไรก็เก็บกลับไปให้หมด หากไม่ใช่เราค่อยเอาไปขาย
หรือเอาไว้ปรุงยาอย่างอื่นไง แล้วค่อยเอาไปขาย เพื่อซื้อสมุนไพรที่ใช้แก้พิษของเรา”
“ข้าเชื่อพี่หญิง” องค์ชายเก้ายิ้มสดใส
“เจ้าเก้าเจ้ามีแหวนมิติไม่ใช่หรือ”
“ใช่ ข้าได้มาตอนวันเกิดอายุเจ็ดปี
พี่หญิงก็ได้กำไลเวท มาด้วยนี่ สีฟ้าไม่เหมือนใคร พี่หญิงซ่อนไว้ที่ไหนละ ข้าไม่เห็นเลย ท่านแม่บอกให้ใส่หยดเลือดเพื่อทำพันธะ แต่พี่หญิงก็ไม่ยอมทำอ้างกลัวเลือด เลยต้องเอาไปหลบไปซ่อนเพราะกลัวคนอื่นจะแย่งไปนะ”
“เออ แล้วพี่หญิงเอาไปไว้ไหนน่า” กิ่งหลิ่วพยามนึกถึงความทรงจำของอ้ายหลิว “ไม่ใช่ ไม่ได้หยิบออกมาจากตำหนักหรอกนะ”
“ข้าว่าพี่หญิงไม่มีทางลืมไว้ในวังหรอก ข้าเห็นพี่หญิงเก็บตำราอะไรไว้ตั้งเยอะ ไม่มีทางไม่เอามาด้วยแน่ๆ”
“ชีวิตข้าก็อยู่แต่ห้องหนังสือนี่น่า ไม่มีใครอยากคบข้า ท่านแม่ก็ไม่เคยว่างอยู่กับข้า ที่นั้นทำให้ข้าไม่เหงามากนัก” กิ่งหลิวยิ้มเหงาๆให้กับความทรงจำของขององค์หญิงอ้ายหลิวหลันฮวา “เรากลับไปที่รถม้าเถอะ ไปเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้”
………….
พี่หญิงห้ามทิ้งข้าไปคนเดียวนะ
มองข้าด้วยหัวใจ
ตอนที่ 2 พี่หญิงห้ามทิ้งข้าไปคนเดียวนะ
“พี่หญิงเดินแค่นี้ก็หอบ จนแทบเดินต่อไปไม่ไหว แล้วจะเข้าป่ายังไง” องค์ชายเก้ามองกิ่งหลิวที่เดินเอาไม้ค้ำมาตลอดทาง แถมยังหอบเสียงดังจนลั่นป่า
“อือ หยุดพักสักนิดเถอะ ไม่อย่างนั้นข้าอาจตายอีกหนก็ได้” กิ่งหลิวนั่งลงอย่างหมดแรง
“พี่เจ้าอ่อนแอสิ้นดี แล้วยังถูกพิษอีกไม่รู้กี่ตัว ข้าจะอยู่จนหายาแก้พิษให้เจ้าได้ไหมน่า”
“พี่หญิงอย่าพูดอย่างนั้น ข้าโดนพิษของท่านแม่และฮองเฮา แล้วนี่คือยาแก้พิษของท่านแม่” องค์ชายเก้าส่งยาแก้พิษให้กิ่งหลิวและหยิบของตัวเองออกมา “เรามากินพร้อมกัน ถ้าพี่หญิงอยู่ ข้าอยู่ด้วย หากพี่หญิงไม่อยู่ ข้าก็ตามพี่หญิงไป
พี่หญิงกินเลย ”
“อือ มากินพร้อมกัน” กิ่งหลิวหยิบยาเข้าปากพร้อมกับกินน้ำตาม
“ข้าก็กินด้วย” องค์ชายเก้ากินยาเสร็จก็นั่งพิงไหล่ของกิ่งหลิว แล้วหลับลงไปอย่างเงียบๆ เช่นเดียวกับกิ่งหลิวที่หลับลงไปพร้อมกับความทรงจำของตัวเองก่อนมาอยู่ที่นี่
กรุงเทพมหานคร
“เจ้าดูหน้าคล้ำๆ ดำๆ หมองๆ ข้าดูดวงให้เอาไหม”
กิ่งหลิวที่นั่งหมดอะไรตายอยาก อยู่ข้างถนนใกล้ที่ทำงาน เงยหน้าขึ้นมองหญิงชราที่อายุน่าจะสักห้าสิบปี มีสีหน้า ที่ดูมีเมตตากำลังถือร่มกระดาษแบบชาวเหนือ ยืนอยู่ยิ้มตรงหน้า
“โธ่!คุณยาย กำลังหาเงินอยู่ละซิ” กิ่งหลิวส่งแบงค์ร้อยให้หนึ่งใบ“ เอาไปซื้ออะไรกินเลย หนูมีน้อยนะให้ได้เท่านี้นะ” กิ่งหลิวหันกลับไปอยู่ในโลกส่วนตัวอีกครั้ง
“ไหนๆยายก็รับเงินมาแล้ว เจ้าก็ส่งมือมาให้ยายดูหน่อยเป็นการแลกเปลี่ยนดีไหม”
“ชีวิตของหนู มันเหนื่อยเหลือเกินคุณยาย เอาเถอะ หนูก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว” กิ่งหลิวยื่นมือออกไปให้คุณยายที่คุ้นตา แต่ไม่รู้จัก เพราะกิ่งหลิวก็เห็นคุณยายคนนี้ นั่งดู
ดวงอยู่ตามแถวนี้ ตั้งแต่มาทำงานแถวนี้ ได้สามปีแล้ว
ยายหมอดู จับมือของกิ่งหลิวขึ้นมาดูแล้วพูดว่า “อีกไม่กี่วันจะมีคนมาเสนอเงินให้เจ้า เพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง”
“หนูยังมีอะไร ให้ใครมาขอแลกหรือ” กิ่งหลิวไม่ได้หันหน้ามามองเพียงแต่ถามเท่านั้น
“มีแน่นอน แต่ถ้าให้ยายแนะนำนะ ยายอยากให้เจ้ารับเงินนั้นไว้ มันอาจช่วยให้เจ้าสบายขึ้นมาสักหน่อย”
“หากหนูไม่รับละ” กิ่งหลิวถามกลับ แบบไม่ได้สนใจอะไรมาก
“รับก็เสีย ไม่รับก็เสีย ยายดูเจ้าก็ไม่ได้โง่มากนักนะ”
“เรื่องอื่นหนูไม่โง่ แต่เรื่องความรักขนาดควายยังส่ายหน้าให้หนูเลย” กิ่งหลิวหัวเราะเยาะตัวเองเสียงดัง ไม่สนใจคนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นหันมามอง
“ฮ่า ฮ่า หนูนี่โง่ ขนาดที่ผู้ชายที่หนูรักขอเงินเท่าไหร่ก็ให้ แม้เป็นก้อนสุดท้ายในชีวิต ที่เก็บไว้เพื่อจะซื้อบ้านอยู่สักหลัง หนูก็ประเคนให้แฟนจนหมด เพราะคิดว่า เด็กจากบ้านกำพร้าคนนี้ จะมีครอบครัวเป็นของตัวเอง มีลูกและสามีพร้อม จะได้พบกับความสุขที่ไม่เหงาอย่างที่ฝันหา ”
กิ่งหลิวมองเหม่อไปข้างหน้า“แต่คุณยายรู้ไหม ในตอนนี้ เงินจะกินข้าวแต่มื้อ หนูประหยัดจนร่างกายอ่อนเพลียไปหมด ตอนนี้หนูพักร้อนอยู่ มีงานให้หนูทำบ้างไหม หนูจะได้มีเงินเติมน้ำมันรถเพื่อไปแอบดูแฟนใหม่กับแฟนหนู เขาไปไหนกันบ้าง”
“เจ้าไม่ต้องหางานทำหรอก หากเจ้าเชื่อยาย ก็รับเงินนั้นมา เจ้าจะกินอิ่มนอนหลับไปหลายวันเลย”
“คุณยาย ถ้าดูแม่นจริงๆ หนูจะซื้อข้าวผัดปูกับต้มยำอร่อยๆ มาให้เลย ว่าแต่หนู มีดวงถูกรางวัลดีๆไหม”
“ไม่มีหรอก” เสียงดับฝันดังขึ้น “ยายไปแหละ ถ้าเจ้าเอาข้าวผัดมาให้ยาย ถ้าเจ้าเชื่อ ยายจะดูดวงอย่างละเอียดให้อีกครั้งก็แล้วกัน”
คุณยายหมอดูเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะที่ใช้ดูดวงประจำ
ส่วนกิ่งหลิวยังคงอยู่ในโลกของตัวเอง “ฉันควรปล่อยพี่เขาไปดีไหมน่า เงินที่เก็บไว้ ก็ให้พี่เขาเอาไปหมดแล้ว ไม่มีเงินแล้ว จะรั้งเขาไว้ได้กี่วันกัน” กิ่งหลิวฝืนยื้อมาเกือบสองปี ตอนนี้กับดูเลวร้ายขึ้นกว่าเดิม พี่แดนทัพไม่มาหาเลย เกือบสามเดือนแล้ว นับแต่ได้เงินจำนวนสุดท้ายที่กิ่งหลิวเก็บไว้สำหรับซื้อบ้านไป
กิ่งหลิวเฝ้าแอบตามดู ก็พบพี่แดนทัพ มีผู้หญิงคนใหม่ที่ดูร่ำรวย มีธุรกิจเป็นของตัวเอง พวกเขาอยู่ด้วยกันทุกวัน ไปไหนมาไหนด้วยกันด้วยรถเบนซ์คันหรู กินอาหารโรงแรมห้าดาว
“เราคงไม่มีโอกาส ได้มีครอบครัวแบบที่ฝันไว้แล้วละ การคบกันมาตลอดห้าปี ไม่ได้มีความหมายอะไร เราก็แค่ผู้หญิง ที่มีเงินให้พี่แดนทัพไถได้ง่ายๆ แค่นั้นเอง” กิ่งหลิวปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาโดยไม่อายใครที่เดินผ่านไปมาเลย “เราก็ยอมทุ่มเททุกอย่าง แต่กับไม่ใช่สิ่งที่พี่แดนทัพต้องการ พี่คงต้องการแค่เงินและกับความสะดวกสบายซินะ กิ่งหลิว คนนี้คงเป็นคนรับใช้ ที่มีเงินให้ใช้จ่ายอย่างสะดวกสบายซินะ” กิ่งหลิวหัวเราะทั้งน้ำตา แล้วเดินไปขึ้นรถยนต์คันเล็กมือสองที่ดูเก่าคร่ำครา แล้วขับไปที่ห้องเช่าถูกๆ ที่เช่าไว้ซุกหัวนอน
“เฮ้อ เงินที่จะเอาไว้ซื้อบ้านทาวเฮาส์สักหลัง อุตสาห์เก็บได้ตั้งแปดแสนแล้ว หายไปกับตาเลย นี่ถ้าเอาไปดาวน์บ้าน คงผ่อนอีกไม่เท่าไหร่ก็คงหมด แต่นี่ หายไปทั้งเงินและบ้านในอนาคตเลย พี่แดนทัพบอกจะเอามาคืนให้ มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วละ”
กิ่งหลิวที่ตามดูแดนทัพกับผู้หญิงคนใหม่มาเกือบสามเดือน เจ็บจนชาไปหมดแล้ว ก่อนหน้านี้พี่แดนทัพก็มีผู้หญิงเข้ามาตลอด แต่ผู้หญิงพวกนั้นคงไม่มีเงินให้พี่แดนทัพได้ผลาญเหมือนกับเราซินะ
ผู้หญิงที่ทำงานไป เรียนไปจนจบปริญญาตรี จบมาก็ทำแต่งาน ไม่ว่าจะเป็นงานประจำ รับทำโอที ไปขายขนมที่ตลาดนัดหลังเลิกงาน
‘เฮ้อ เงินที่อุตสาห์ออมไว้ตั้งแต่เรียนหมดไปแล้ว เงินค่าจ้างร้านข้าวแกง
ที่ขายดีที่สุดในละแวกมหาลัย เงินค่าจ้างร้านเบอร์เกอรรี่ที่ขายดีที่สุดในละแวกนั้น ไหนจะเงินที่แอบจำสูตรขนมของร้านขนมทั้งขนมไทย ทั้งขนมเค้ก เอามาทำแล้วไปขายที่ตลาดนัดไกลๆอีก แม้จะขายได้ครั้งละอย่าง สองอย่าง ก็พอมีกำไรให้เก็บไว้และยังใช้เรียนมหาลัยได้ด้วย ไม่น่าพลาดให้พี่แดนทัพเห็นสมุดบัญชีธนาคารเลย เราพลาด หรือพี่แดนทัพคอยจับตาดูอยู่น่า แต่ว่าใครไม่ได้ก็เราใจง่ายเองแค่พี่แดนทัพมาออดอ้อนหน่อยก็ใจอ่อน ให้เขาไปแล้ว’
“ฮ้าๆ ฮ้าๆ” กิ่งหลิวซดมาม่าเสียงดังลั่น แม้แต่ไข่ยังกล้าซื้อมาใส่ กลัวเงินไม่ชนเดือน พี่แดนทัพหยิบเงินไปทั้งหมดไม่ได้สนใจว่ากิ่งหลิวคนนี้จะมีเงินซื้อข้าวกินไหม “นี่คือคนที่เรา อยากฝากชีวิตไว้หรือ ฮ้าๆ ฮ้าๆ บัดซบจริงๆ” กิ่งหลิวยกถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซดน้ำจนไม่เหลือแม้แต่สักหยด
“วันพักร้อน อีกสิบวันก็จะหมดแล้ว เราจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดีน่า อยู่ที่นี่ต่อ หรือไปหางานทำที่อื่น ”
กิ่งหลิวพิมพ์ข้อความไปหาพี่แดนทัพว่า ตัวเองไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ช่วยโอนเงินกลับมาให้ซื้อข้าวกินสักหมื่น กิ่งหลิวกดส่ง พบไม่มีการอ่านข้อความเลย จึงส่งไปอีกห้าสิบข้อความ แล้วล้มตัวลงนอนพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง
…………………
เช้าวันรุ่งขึ้น 07.00น
“หิวจังเลยเรา กิ่งหลิวหยิบกระเป้าผ้า ที่ใช้สะพายขึ้นมาเพื่อดูว่ามีเหรียญอะไรที่ยังเหลือพอซื้อข้าวต้มสักถุงไหม อือ มีอยู่เกือบร้อย ไปหาโปรตีน กินสักหน่อยไม่มีแรงแล้วเรา”
กิ่งหลิวเดินออกหน้าปากซอยเพื่อซื้อข้าวต้มหมูใส่ไข่ลวกหนึ่งถุง “ยี่สิบห้าบาทจ้า เครื่องปรุงหยิบเอาเองเลยนะ” เสียงแม่ค้าดังขึ้น
กิ่งหลิวส่งเงินให้แล้วรับถุงข้าวต้มมา แล้วเดินไปดูแกงถุงที่ขายอยู่ถัดไป “แกงไก่ถุงหนึ่งจ๊ะ”
“สามสิบบาทค่า” แม่ค้าส่งยิ้มให้อย่างคุ้นเคย กิ่งหลิวส่งตังให้แล้วเดินไปที่ร้านขายของชำ “เจ๊ ซื้อไข่ยี่บาท ”
มีคนอยากพบหน้า
มองข้าด้วยใจ
ตอนที่ 3 มีคนอยากพบหน้า
“ได้ๆ” แม่ค้าส่งยิ้มพร้อมส่งถุงใส่ไก่ สี่ฟองให้
กิ่งหลิวส่งยิ้มกลับพร้อมรับถุงใส่ไข่ไก่มา แล้วเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง หยิบถ้วยมาเทโจ๊กใส่ แล้วนั่งกินอย่างหิวโหย หลังจากนั้นก็หุงข้าวพร้อมกับใส่ไข่ลงไปต้มด้วย
“อีกสามวันถึงจะสิ้นเดือน” กิ่งหลิวบ่นงึงงำอยู่คนเดียว แล้วหาเศษเหรียญไปทุกที่ในห้อง จนได้มาอีกสองร้อยกว่าบาท
“ยังดี ที่ยังมีข้าวสารอยู่ ”กิ่งหลิวยิ้มกับตัวเองแล้วเปิดทีวีดูเพื่อฆ่าเวลา เพราะวันนี้คงไม่ไปตามดู พี่แดนทัพกับผู้หญิงคนใหม่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงได้อดตายแน่ เพราะต้องเอาเงินที่เหลือจากการหาเศษเหรียญได้เมื่อกี้ไปเติมน้ำมันรถ กิ่งหลิวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ไม่สิ่งใดตอบมา
“หือ ห้างนี้ ไก่ลดราคาเหลือกิโลละสี่สิบห้าบาทเอง ต้องไปซื้อมาทำกับข้าวไว้กินแล้ว อย่างน้อยก็ได้อีกหลายวัน” กิ่งหลิวนั่งดูโฆษนาแล้วยิ้มออกมา “ฉันปล่อยให้ตัวเองอดเสียหลายวันเลย” กิ่งหลิวพูดกับตัวเอง“ ตั้งแต่เกิดมาฉันก็มีแต่ร่างกายนี้ที่เป็นของฉัน แต่ฉันกับไม่รักมันเลย แต่ไปรักคน ที่ฉันบอกว่าหิว ช่วยส่งเศษเงินที่เป็นของฉันมาให้สักหน่อย แต่สิ่งที่ได้รับคือความว่างเปล่า และหิวโหย ขอโทษนะ” กิ่งหลิวนั่งกอดตัวเองแล้วร้องไห้เสียใจที่ไม่รักตัวเองออกมา
……………………
หลังจากนั่งเศร้าอยู่พักใหญ่ กิ่งหลิวก็เดินไปที่ห้าง ในโฆษนาที่ดูจากทีวี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก เดินไปกลับใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ไปถึงก็เดินไปซื้อไก่ลดราคาสามกิโล คิดเงินเสร็จแล้วก็เดินออกมาทันที
“หึ หึ เป็นบ้าอยู่สามเดือน นี่ถ้าไม่มีงานประจำ คงแย่กว่านี้แน่เลย ยังไง สิ้นเดือนนี้ก็ยังมีเงินเดือนเข้าอยู่ เกือบสองหมื่น ถึงวันนั้นจะมีใครมาขอจากเราอีกหรือเปล่าน่า” กิ่งหลิวเดินหัวเราะ ไปจนถึงตลาดสดที่อยู่ไม่ไกลจากปากซอยนัก
“เจ๊พริกสิบบาท กะเพราหนึ่งกำ ผักรวมใส่แกงป่าด้วยจ้า”
“นี่กิ่งหลิว วันนี้มะเขือเปราะถูกนะ กิโลละยี่สิบบาทเอง เอาไปกินซักกิโลไหม”
“เจ๊ รับวอทเล็ทหรือเปล่าละ”
“รับซิจ๊ะ มา มา ทั้งหมดห้าสิบบาท”
กิ่งหลิ่วสแกนจ่ายแล้วก็เดินกลับห้องพักของตัวเอง “เรายังโชคดี ที่เติมเงินใส่วอทเล็ทไว้สามพันบาท ใช้ไปเหลือพันกว่าบาท ลืมจนปล่อยให้ตัวเองอดอยู่หลายวัน ทำไมลืมงั้นหรือ ก็เพราะเติมไว้ใช้ เฉพาะเวลาพี่แดนทัพมาหา ชอบสั่งเดลิเวอรี่มากินไง สั่งแต่ของดีๆ แพงๆมากิน หึหึ” เสียงหัวเราะที่สมเพชตัวเองดังขึ้นอีก สมเพชที่ทำเงินให้คนอื่นใช้สบาย
“ไว้ผัดกะเพรา แกงป่า ทำไก่ทอดน้ำปลา ไก่กรอบสามรส แค่นี้ก็อยู่ ได้อีกสามวันโดยไม่หิวโหยแล้ว” กิ่งหลิวคิดเมนูไปยิ้มไป เดินกลับมาถึงห้องเช่า เปิดประตูห้องแล้วทำกับข้าวต่อทันที
‘ทำเสร็จก็เอาเข้าตู้เย็นไว้’ กิ่งหลิวยิ้มให้กับตัวเองที่ยังไม่ต้องกิน
มามา/ยำยำอย่างเดียวจนสิ้นเดือน
หากถามว่ากิ่งหลิวมีเพื่อนไหม มีอยู่คนหนึ่ง ที่จากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเหมือนกัน ส่วนที่เหลือก็เพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้สนิทมากนักเพราะหลังเลิกงานกิ่งหลิวมัวไปขายขนมที่ตลาดนัด หรือวันที่ไม่มีตลาดนัดก็รับทำโอทีต่อ จึงไม่ค่อยได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานสักเท่าไหร่
ส่วนใบหญ้าเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียว ก็พบรักกับฝรั่งและย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับคนรักแล้ว ตอนแรกก็กลัวว่าเพื่อนจะถูกหลอก แต่ใบหญ้ากับเปิดช่องยูทูปเพื่อบอกกับเพื่อนเพียงคนเดียวว่า ไม่ได้ถูกหลอก ถึงแม้จะต้องไปช่วยกันทำมาหากิน ไม่ได้สบายแต่ก็ไม่ลำบาก จากการที่ใบหญ้าถ่ายวีดีโอมาให้ดู พร้อมส่งข้อความมาบอกให้กิ่งหลิวสบายใจได้ “คงมีแต่เรา ที่เต็มใจให้ถูกหลอกจนหมดเนื้อหมดตัว” กิ่งหลิวบ่นกับตัวเองและจัดการเก็บกวาดและล้างครัวเล็กๆของตัวเองเสร็จก็มานั่งดูทีวีแก้เหงา พร้อมกับเปิดยูทูปของใบหญ้าและช่องอื่นดูไปด้วย
“เราจะทำอย่างไรต่อไปดีนะ พี่แดนทัพ คงเทเราแล้วแน่นอน แล้วตอนนี้ก็ไม่มีเงินให้ได้อีกแล้ว” ถามว่าเสียใจไหม เกือบสามเดือนที่คอยแอบดูพี่แดนทัพกับแฟนใหม่ บอกเลยแทบคลั่ง อยากเข้าไปหาเรื่องพวกเขาไหม ทำไมจะไม่เข้าไปละ แต่เข้าไปไม่ถึง เพราะมีคนคอยคุ้มกันอยู่ กิ่งหลิวรู้ว่า ผู้หญิงคนใหม่ คงรู้แล้วว่าพี่แดนทัพ
มีแฟนอยู่แล้ว แต่ดูอีกฝั่งก็ไม่ได้สนใจอะไร คงเป็นเพราะผู้ชายอยู่กับนางทุกวัน
กิ่งหลิวโทรไปวีนพี่แดนทัพทุกวัน อีกฝั่ง ก็ขอเลิกทุกครั้งที่โทรไป แต่กิ่งหลิวก็ไม่ยอม ถามหาแต่เงินที่แดนทัพเอาไป จนเขาไม่รับสาย พอจะไปหาเรื่องที่คอนโด ก็ถูกยามไม่ให้เข้า มาคิดดูว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์อะไรเลยสักอย่าง ก็ได้แต่โมโหตัวเองที่โง่งม ไม่เคยสงสัยว่าทำไมพี่แดนทัพไม่เคยพาเข้าไปในคอนโดเลย มัวแต่ทำงานช่วยเขาผ่อน ช่วยเขาซื้อเฟอร์นิเจอร์ แต่ไม่เคยได้เข้าไปในห้องเลย
“เคยดูละคร แล้วเห็นนางเอกยอมให้หลอกทุกอย่าง ตอนนั้นก็ด่าว่ารักเขาจนโง่ยอมถูกหลอก หันมาดูตัวเองโง่กว่านางเอกในละครเยอะ” กิ่งหลิวบ่นพร้อมกับยิ้มเย้ยหยันให้ตัวเอง
“เสียดายเงินแปดแสนจริงๆ ส่วนเงินก่อนหน้านี้ก็เยอะ แต่มันค่อยๆไป แต่แปดแสนนี่ ทำไมเราใจอ่อนให้ไปได้นะ ให้จนตัวเองอด แค่พี่แดนทัพบอกว่า ขอยืมไปลงทุนสักสามเดือนแล้วจะเอามาคืน ที่แท้วางแผนจะเทเราอยู่แล้ว แถมยังได้เงินเราไปอีก”
กิ่งหลิวนั่งเหม่อคิดทบทวนถึงเรื่องของพี่แดนทัพที่ผ่านมา “จริงๆ พี่เขาคงมีผู้หญิงใหม่นานแล้ว เพียงแต่เราพึ่งสังเกตเห็นเพราะมัวแต่ทำงานหาเงิน ”
Rrrrrrrrrrrrr
กิ่งมองเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แล้วก็ไม่รับ
Rrrrrrrrrrrrr
เบอร์เดิมโทรมาอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะ” กิ่งหลิวกดรับ
“คุณกิ่งหลิวใช่ไหมค่ะ”
“ใช่ค่ะ”
“ดิฉันเป็นเลขาของคุณจีน่าคะ พอดีคุณจีน่า อยากคุยกับคุณกิ่งหลิวเป็นการส่วนตัวสักหน่อย”
กิ่งหลิวฟังอีกฝั่งที่พูดไม่หยุด
“คุณจีน่า ให้คุณกิ่งหลิวนัดสถานที่ได้เลย หากคุณสงสัยว่าคุณจีน่าคือใครก็บอกสถานที่มาเลย เดี๋ยวเราจะได้เจอกัน”
“ได้ซิ เจอกันที่ร้านอาหาร หน้าปากซอยบ้านของฉัน” กิ่งหลิวบอกชื่อร้าน
“ได้เลย เจอกันตอนบ่ายสองโมงนะคะ”
“รีบจริง ๆ” กิ่งหลิวมองเวลาตอนนี้บ่ายโมงครึ่ง สงสัยมาจอดรถรออยู่หน้าปากซอยแล้วมั้ง
กิ่งหลิวเดินไปขึ้นรถยนต์มือสองคู่ใจ แล้วขับออกไปตามนัด
“เผื่อเกิดอะไรขึ้น จะได้มีรถขับกลับ”
กิ่งหลิวรู้ว่าจีน่าคือผู้หญิงคนใหม่ของพี่แดนทัพ ลูกคนรวยแถมยังมีธุรกิจของตัวเองอีกหลายอย่าง
…………….
“คุณกิ่งหลิว เชิญทางนี้ค่ะ” เสียงผู้หญิงท่าทางกะฉับกะแฉงเดินเข้ามาทักทายทันที ที่กิ่งหลิวเดินเข้ามาในร้าน “ เราจองโต๊ะไว้ให้แล้ว
มาด้านนี้เลยคะ กิ่งหลิวเดินตามเลขาของคุณจีน่าไป เข้าไปในร้านจนถึงซุ้มไม้ไผ่ที่ดูเป็นส่วนตัว ก็เข้าไปนั่งตามคำเชิญของเลขา “คุณกิ่งหลิวอยากกินอะไรก็สั่งได้เลย อีกสักครู่คุณจีน่าก็น่าจะมาถึงคะ”
“งั้นไม่เกรงใจนะ ไก่ย่าง หมูย่าง กุ้งแม่น้ำย่าง ปลาหมึกย่าง กุ้งผัดเม็ดมะม่วง ส้มตำทอด ข้าวเหนียว ยำรวมมิตรทะเล แกงส้มแปะซะปลาสำลี หมึกทอดกระเทียม กุ้งอบวุ้นเส้น ปูผัดผงกะหรี่ ข้าวผัดปู ต้มยำกุ้ง ห่อหมกทะเล กุ้งราดซอลมะขาม อือ ไส้ทอดกระเทียมด้วย”กิ่งหลิวหันไปยิ้มกับพนักงานร้านที่คุ้นเคยเพราะพาพี่แดนทัพมากินบ่อย
“คุณกิ่งหลิวสั่งอาหารได้ตามสบายเลยนะค่ะ ฉันขอไปทำธุระด้านหน้าร้านสักครู่”
กิ่งหลิวพยักหน้ารับ “ข้าวผัดปูกับต้มยำกุ้ง ปูนึ่งนมสด เอากับบ้านให้ชุดหนึ่งด้วย”
“ได้เลยพี่กิ่งหลิว เดี๋ยวหนูจัดการให้อย่างดีเลย”
“ไหนๆ แล้ว กินให้อิ่มสักมื้อ” กิ่งหลิวยิ้มให้ตัวเอง
…………………..
สิบห้านาทีผ่านไป
อาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ ก็ยังไม่มีใครเข้ามา กิ่งหลิวก็ไม่รอเช่นกัน “กินกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ ย่างก่อนดีกว่า”